SILPAKORN

posted on 21 Oct 2009 16:16 by millhz

 


 

อักษรย่อ มศก. / SU.
วันสถาปนา ๑๒ ตุลาคม ๒๔๘๖
เพลงสถาบัน Santa Lucia (ภาษาอิตาลี)
สีประจำสถาบัน สีเขียวเวอร์ริเดียน (สีของน้ำทะเลลึกที่สุด)
คำขวัญ "ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น" / "Ars Longa Vita Brevis"
ต้นไม้ ต้นจัน
วิทยาเขต
- วังท่าพระ (กรุงเทพฯ)
- พระราชวังสนามจันทร์ (นครปฐม)
- สารสนเทศเพชรบุรี (เพชรบุรี)
- ตลิ่งชัน (กรุงเทพฯ)
ตราสัญลักษณ์ พระพิฆเณศวร

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เรารวบรวมข้อมูลมาจากหลายเว็บ
ซึ่งอาจอยู่ในช่วงเวลาที่ต่างกัน
และอาจเขียนขึ้นโดยคนละคนกัน
แม้จะมีบางส่วนที่แตกต่างกันอยู่บ้าง
แต่เชื่อว่าจุดประสงค์อย่างเดียวกันของผู้เขียน

คือแสดงความภาคภูมิใจในสถาบันที่มีรากเหง้าแห่ง "ศิลปะ"
สมชื่อ
"มหาวิทยาลัยศิลปากร" แห่งนี้
ทั้งความรัก ความอบอุ่น
ที่เราต่างได้เรียนรู้และได้เรียนรับจากที่นี่
กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต
. .

.

มีทั้งเรื่องสนุก เรื่องที่น่าภูมิใจ และอีกหลายหลายเรื่อง !

.

.

๑ มหาวิทยาลัยศิลปากรมี ๓ วิทยาเขต
- วังท่าพระ (ที่คนไม่ค่อยรู้ว่ามันอยู่ตรงนั้น) อยู่ตรงข้ามกับวัดพระแก้ว
- พระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม มักเรียกกันสั้นสั้นว่า "ทับแก้ว"
- สารสนเทศเพชรบุรี (เพิ่งเปิดไม่นานนี้เอง และใหญ่มาก)
- ตลิ่งชัน (ไม่ถือเป็นวิทยาเขต)
มีคณะดุริยางคศาสตร์และวิทยาลัยนานาชาติเรียนอยู่ที่นี่

๒ ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยคือศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี
๓ ผู้เริ่มขยายวิทยาเขตมาที่ฝั่งทับแก้วคือศาสตราจารย์หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล

๔ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาโท
สาขาวิชาการอ่านจารึกตะวันออก คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร
ทรงสำเร็จการศึกษาในปี ๒๕๒๒

๕ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์
ทรงจบการศึกษาจากคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์

๖ คณะแรกที่เปิดที่วังท่าพระคือคณะจิตรกรรมฯ
๗ คณะแรกที่เปิดที่สนามจันทร์คือคณะอักษรฯ
๘ ชื่อมัณฑนศิลป์มันยาวเกินไป ใครใครก็เรียกว่า "เด็กเด็ค"
(ย่อมาจาก DECORATIVE ART)

- บอร์ดหน้าทับแก้ว ข่าวของสโมฯ

๙ คณะวิศวกรรมฯ ที่นี่ ใครใครก็พาเรียก "เทคโนฯ"
(ชื่อเต็มคือคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม)

๑๐ ดุริยางค์มันก็ยาวเกินไป ใครใครต่างก็เรียก "เด็กดุ"
(ย่อมาจากชื่อคณะดุริยางคศาสตร์)

____________________________________________________________

๑๑ คณะขวัญใจของสาวสาวที่นี่คือเด็ค, ถาปัด, ดุริยางค์, เทคโนฯ

- ส้มส้มนั่นคือเด็กเด็ค ชมพูชมพูนั่นคือเด็กดุฯ

๑๒ ส่วนคณะขวัญใจของหนุ่มหนุ่มฝั่งท่าพระแน่นอนคือโบราณฯ
๑๓ เช่นเดียวกันกับที่ทับแก้วคืออักษรฯ
๑๔ นิยาย ละคอน ภาพยนตร์หลายเรื่องพูดถึงศิลปากร
- รักออกแบบไม่ได้ หรือ โอเนกาทีฟ (คณะมัณฑนศิลป์)
- เก้าอี้ขาวในห้องแดง (คณะมัณฑนศิลป์)
- น้ำพุ (คณะมัณฑนศิลป์)
- คู่แท้ปาฏิหาริย์ (คณะมัณฑนศิลป์)
- รัก | สาม | เศร้า (คณะมัณฑนศิลป์)
- กลิ่นสีและกาวแป้ง (คณะจิตรกรรมฯ)
- ความรักครั้งสุดท้าย (คณะจิตรกรรมฯ)
- น้ำใสใจจริง (คณะอักษรฯ)

- แดนสนธยายามสนธยา
(แดนสนธยาคือชื่อเรียกคณะหลังมอของฝั่งทับแก้ว
อันได้แก่ จิตรกรรมฯ เด็คและถาปัด)
 

๑๕ ศิลปินแห่งชาติด้านศิลปะกว่าครึ่งจบจากมหาวิทยาลัยศิลปากร
๑๖ ศิลปากรเป็นมหาวิทยาลัยชาววัง สังเกตจากวังท่าพระก็ตั้งอยู่ในวัง
ทับแก้วก็อยู่ในเขตพระราชวัง

๑๗ ช่วงรับน้องจะมีการแสดงของน้องใหม่ประชันกันเรียกว่า "ชนช้าง"
(เช่น จิตรกรรมฯ-อักษรฯ, อักษรฯ-ดุริยางค์ เป็นต้น)
และมีการเชียร์โต้ของคณะมัณฑนศิลป์กับศิลปกรรมฯ จุฬาฯ ด้วย

๑๘ งานประจำปีของมหาวิทยาลัยคือ SU FEST
๑๙ เด็กเด็คจะมีการ "ซ่อมน้อง" ด้วย
๒๐ สโมฯ คือชื่อเรียกย่อย่อของสโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร

_____________________________________________________

๒๑ SMA หรือ สมา คือการประกวดดนตรีภายใน
๒๒ จั๊ก, จั๊กกี้ คือ จักรยาน
๒๓ "ศิลปะยืนยาวชีวิตสั้น" คือคำขวัญที่อยู่ในใจเด็กศิลปากรทุกคน
๒๔ Playground คือวงที่มาเล่นในงานวันรับน้องรวมบ่อยมาก
๒๕ เด็กศิลปากรไม่แนวทุกคน อย่าเหมารวมนะ
๒๖ รับน้องรวม, กีฬาเฟรชชี่ คือ เทศกาลหาคู่ของเด็กศิลปากรทุกคน
๒๗ ศิลปากรนิยมมีเพียงเด็กจิตรกรรมฯ และเด็กอักษรฯ ร้องเท่านั้น
๒๘. ดอกไม้ประจำมหาลัยคือ "ดอกแก้ว" พบเห็นได้ที่สวนแก้ว วังท่าพระ

- สวนแก้ว

๒๙ งานลอยกระทงของมหาลัย ใครพาแฟนมาลอยที่สระแก้ว-เลิกกัน
ใครพาคนที่แอบชอบมาลอย-เป็นแฟนกัน
(แต่เห็นทีไร แอบชอบใครก็เขยิบเข้าไปลอยใกล้ใกล้ทุกที ยังไม่เป็นแฟนกัน)

 

- สะพานสระแก้ว (เป็นที่ที่อยู่แล้วสบายใจมาก)

๓๐ อาจารย์กว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ไม่ใคร่รักทักษิณนัก ค่อนไปทางเกลียด

____________________________________________________

๓๑ ห้องน้ำตรงสวนแก้วเป็นห้องน้ำที่เล็กที่สุดในประเทศเลยมั้ง
๓๒ งานประจำปีที่ถือว่าดังที่สุดของศิลปากรคือ "งานกิฟท์" ของคณะมัณฑนศิลป์
ว่ากันว่าน้ำพุมาเที่ยวงานก่อนตายด้วย
แล้วงานกิฟท์เป็นงานที่เด็กมหาลัยจะพาแฟนมาเดินด้วย
(เพราะจัดในช่วงวันวาร์เลนไทน์พอดี)

๓๓ เด็กจิตรกรรมเป็นหลีดทุกคน ชุดอลังการที่สุดด้วยงบประมาณที่น้อยนิดจนไม่น่าเชื่อ

- โมรอลของจิตรกรรมฯ (โคตรงาม)

๓๔ เด็กจิตรกรรมผู้ชายปีหนึ่งจะไว้ผมคล้ายเด็กช่างกลหรือเด็กนักเรียนเตรียมทหาร

- ตอนชนช้างของจิตรกรรมฯ และอักษรฯ (มันส์มาก)

๓๕ ลิฟท์ที่คณะโบราณฯ เล็กมาก ยืนกันสามคนก็เต็มแล้ว

๓๖ หอสมุดที่วังท่าพระอยู่ชั้นใต้ดิน
๓๗ ถาปัด เวลารับน้องจะมีการแสดงที่แตกต่าง
ใช้กลองที่ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครฟังเพลงของเขารู้เรื่อง

๓๘ เด็กคณะวาดรูปเรียกโรงอาหารเพชรรัตน์ว่า "ลานนม"

- เด็กเด็คเก๊ (๕๕๕)

๓๙ เด็กคณะอื่นอื่นเรียก "เพชรช็อป" พ้องเสียงคำว่า "Pet Shop"
๔๐ อักษรฯ เป็นคณะเดียวที่มีศาลคณะ เดิมเป็นคณะเดียวที่มีศาล

________________________________________________________

๔๑ ฝั่งเพชรฯ ไม่มีหอนอก
๔๒ "ตุ๊ดตู่" คือชื่อเรียกตัวเงินตัวทองหรือ "ตัวเหี้ย" ที่มีให้เห็นกันจนเบื่อในฝั่งทับแก้ว
๔๓ ที่ทับแก้ว การจราจรวุ่นวายมาก โดยเฉพาะตรงสี่แยกวัดใจ
มีปัญญาขับไม่ให้ชน หลบกันไปได้ ก็รอดตายเอง

๔๔ หลังทับแก้วมีทางรถไฟ ชื่อสถานี "พระราชวังสนามจันทร์" แอบมีกลิ่นขี้หมูเล็กน้อย
๔๕ ตลาดนัดทุกวันพุธเป็นสวรรค์เล็กเล็กของชาวทับแก้ว
๔๖ ทุกคนให้เกียรติเรียกกระเทยที่นี่ด้วยชื่ออันไพเราะว่า "นะจ๊ะ"
๔๗ อกทก. ย่อมาจาก "องค์การกระเทยทับแก้ว"
บัตรสมาชิกฟรีตลอดชีพ จบไปก็ยังมีคนคิดถึงตลอด

๔๘ เตนท์เขียวที่ฝั่งทับแก้วเป็นแหล่งอาหารยามหัวค่ำไปจนดึกดื่นของเด็กทับแก้ว
๔๙ โรงอาหารยูเนี่ยนมีชั้นสองด้วย ไม่เชื่อลองสังเกตดู
๕๐ วันเปิดโลกชมรมก็เป็นวันหาคู่ของเด็กศิลปากรเช่นกัน (อิอิ)

________________________________________________________

๕๑ (จากข้อ ๙) ชื่อเดิมของคณะวิศวฯ คือ คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม
นั่นถึงเป็นที่มาของการที่ชาวทับแก้วเรียกเด็กวิศวฯ ว่า "เทคโน"

________________________________________________________

อมตวาจาของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี

"ศิลปะไม่ได้สอนให้นายวาดรูปหรือเขียนรูปเป็นอย่างเดียว
แต่ ศิลปะ สอนให้นายรู้จักชีวิต"

"นาย .. ถ้าฉันตาย
นายนึกถึงฉัน .. นายรักฉัน
นายไม่ต้องไปทำอะไร
นายทำงาน"

"ฉันได้จากโลกนี้ไปแล้วโดยไม่เสียใจ
เพราะฉันได้อุทิศชีวิตของฉันให้กับบางสิ่งที่เป็นประโยชน์
ในฐานะเป็นผู้รับใช้ที่ต่ำต้อยในงานศิลปของฉัน"

"พรุ่งนี้ก็สายเสียแล้ว"

"ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น : Ars Longa Vita Brevis"