การทำวีซ่าไปญี่ปุ่น

posted on 21 Jan 2012 22:31 by millhz
 
 
 
 
ห่างหายไปนานพอสมควร
กลับมาอีกทีคราวนี้
อยากจะเขียนเรื่องที่ใครใครต่างคิดว่ายาก
ซึ่งเราก็เคยเป็นหนึ่งในนั้น
จะว่าไป..
เอนทรี่นี้ก็กึ่งกึ่ง Review
หวังว่าจะเป็นประโยชน์โดยทั่วกัน
 
.
 
.
 
.
 
ตามหัวเรื่อง
 
"การทำวีซ่าไปญี่ปุ่น"
ประเทศที่ว่าโหดหินนัก
ซึ่งโดยส่วนตัวก็คิดว่าหินจริงจริง
 
ขนาดเจ้าหน้าที่ที่ JVAC (เดี๋ยวจะบอกอีกทีว่าคืออะไร)
หน้าตาและท่าทางการพูดจายังโหดซะ..
 
อันดับแรกสุดเลย
ก่อนที่จะไปขอวีซ่าได้
เราก็ต้องมีพาสปอร์ต
 
ซึ่งพาสปอร์ตสามารถทำได้หลายแห่งทั่วประเทศไทย
อยากรู้เพิ่มเติม, ตามลิงก์นี้ไปเลย!
 
เราทำพาสปอร์ตที่ตึกธนาลงกรณ์
เป็นตึกของกระทรวงวัฒนธรรม
เอกสารที่ต้องใช้.. ไม่มีอะไรมาก
เป็นสิ่งที่เราพกติดตัวเป็นประจำอยู่แล้ว
นั่นคือ.. บัตรประชาชน
 
เพียงมีเลขบัตรประชาชนสิบสามหลักก็ทำพาสปอร์ตได้อย่างสบาย
 
ขั้นตอนแรกก็คือนำเลขบัตรประชาชนไปที่เคาน์เตอร์
จากนั้นพนักงานก็จะให้บัตรคิวมา
 
ข้อควรแนะนำคือหากรีบ ไม่อยากรอนาน
ก็ไปเช้าเช้าหน่อย
โดยที่นี่จะเปิดให้บริการตั้งแต่ 8.30 น.
เราไปถึงตอนเกือบบ่าย
ใช้เวลารอประมาณชั่วโมงกว่า
จากนั้นก็ถึงคิว
 
เข้าไปถึงก็จะมีเคาน์เตอร์เยอะแยะเต็มไปหมด
แต่สิ่งที่เราต้องทำคือไปวัดส่วนสูง
จากนั้นก็รอเรียกอีกที แต่ไม่นานเท่าไร
เพื่อไปกรอกเอกสาร
และถ่ายรูปลงบนพาสปอร์ต
จากนั้นก็เช็คความถูกต้องเรียบร้อยของเอกสาร
ก่อนลงนามยืนยัน
 
เมื่อเสร็จสิ้นเรียบร้อย
ก็นำใบที่ได้จากพนักงานไปจ่ายเงิน
หากอยากให้ส่งไปรษณีย์ (ซึ่งจะใช้เวลาห้าวันโดยประมาณ)
ก็ต้องชำระเงินเพิ่มจาก 1000 บาท
เป็น 1040 บาท
ค่าปกพาสปอร์ต 20 บาท
ซื้อ ไม่ซื้อก็ได้แล้วแต่
 
การทำพาสปอร์ต
ถ้าไม่นับเวลาที่ต้องรอคิวผู้คนอย่างล้นหลาม
ก็คิดว่าใช้เวลาไม่นานเลยสักนิดเดียว
ตื่นเต้นอีกด้วย..
 
จากนั้นสองวันทำการก็นำใบเสร็จที่ได้ไปรับคืน
โดยสามารถให้คนอื่นไปรับแทนได้
แต่ต้องเซ็นเอกสารวุ่นวาย
ไปเอาเองดีกว่า
 
จากนั้นก็ถึงเวลาของวีซ่า
ญี่ปุ่นประเทศที่ขอเอกสารเท่าไรก็เอาไปเท่านั้น
ถ้ามีอะไรที่ต้องใช้เพิ่มเติมก็เอาติดไปด้วยดีที่สุด
 
อย่างเรา..
ตอนแรกคิดว่าเตรียมเอกสารไปครบถ้วนสมบูรณ์ดีแล้ว
แต่ดันพลาดเสียได้
 
 
ตั้งแต่วันที่เท่าไรก็ไม่รู้ จำไม่ได้
สถานทูตญี่ปุ่นได้แต่งตั้งให้ศูนย์ JVAC
หรือ Japan Visa Application Centre
เป็นที่รับคำร้องการขอวีซ่าเพื่อเข้าประเทศญี่ปุ่น
ซึ่งที่นี่ตั้งอยู่บนชั้น 15 ของอาคารสีลมคอมเพล็กซ์ ยูนิต C
 
ทุกอย่างเตรียมพร้อม
โดยเฉพาะสมุดบัญชี
แต่ก็ดันลืมใบรับร้องผู้อุปการะ
หรือใบรับรองการทำงานของคุณพ่อไปด้วย
 
เจ้าหน้าที่หน้าบูดไม่ยอมรับเอกสารใดใดทั้งสิ้น
หากเตรียมมาไม่ครบ
คือต้องมาทำใหม่
แล้วไม่ยอมบอกด้วยว่าจะต้องมาทำใหม่
ให้เราเป็นฝ่ายซักถาม
 
ดีที่เราไปตั้งแต่ก่อนเที่ยง
เลยคิดว่าจะกลับบ้านเพื่อไปเอาเอกสารให้ครบ
จากสีลม กลับไปพหลโยธิน ต่อด้วยบางกะปิ
และจากบางกะปิ ไปรัชดาภิเษก กลับมาที่สีลม
นั่งรถสนุกมาก..
 
ไปอีกที คนน้อย..
เออ ลืมบอกไปอย่าง
เป็นนักศึกษาปริญญาตรีจะถูกยกเว้นค่าธรรมเนียม
1100 บาท
เสียแค่ค่าดำเนินการเพียง 535 บาท
 
และถ้าวีซ่าคุณไม่ผ่าน
เงินที่จ่ายไป 1100 บาทก็จะได้คินด้วย
แต่ค่าดำเนินการให้ไม่คืนนะ
 
พอเจ้าหน้าที่รับเอกสารก็ถึงช่วงเวลาแห่งการรอคอยแล้วละ
ทำครั้งแรกจะใช้เวลาประมาณ 5 วันเป็นอย่างน้อย
แต่ของเรารู้สึกทำวันศุกร์
วันอังคารก็ได้แล้ว
แต่ใบนัดรับเขียนไว้ว่าวันพฤหัส
เลยไปเอาตามวันที่นัดไว้ดีกว่า
 
แต่ถ้ารีบก็สามารถโทรไปเช็คกับเจ้าหน้าที่ได้
...
 
ข้อควรรู้ที่สำคัญ
ระยะเวลาเข้าประเทศได้จะนับจากวันที่เราได้วีซ่า
ถัดไป 3 เดือน
พอเข้าประเทศ, ก็จะนับช่วง For stay(s)
คือจะอยู่ได้อีกกี่วัน
 
ตอนแรกเราสับสนกับวันมาก
เพราะอยากได้ประมาณ 90 วัน
แล้วตกใจมาก คิดว่า 90 วันที่จะได้อยู่นี้
ไปนับตรงระยะเวลาที่เข้าประเทศได้
 
แต่ตอนนี้เข้าใจใหม่แล้ว
อยากให้เข้าใจโดยทั่วกัน
อย่าตื่นตกใจ..
เหมือนที่เราเคย
 
.
 
.
 
.
 
หวังว่าเอนทรี่นี้จะเป็นประโยชน์โดยถ้วนหน้า
หรือหากมีข้อสงสัย คาใจอะไร
Search Google ลงท้ายด้วย Pantip
ข้อมูลเหล่านั้นก็เป็นประโยชน์ไม่น้อยเลย
 
จะได้เจอกันแล้ว.. ญี่ปุ่น
 
แล้วจะมาเขียนใหม่
เมื่อถึงเวลานั้น
 
:)