คืนวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๕๔
อีก ๔๐ วันจะเปิดเทอม
เราเฝ้านับถอยหลัง..
วาดปากกาทับหมึกพิมพ์ตัวเลขที่เป็นวันที่ของแต่ละวัน
พยายามขีดฆ่า
ให้ถึง "วันที่อยากให้มาถึง" เสียที
 
 
 
 
สมัยอนุบาล
ครูประจำชั้นหรือผู้ใหญ่ทั่วไป
มักจะตั้งคำถามกับเด็กที่ยังไม่รู้ประสาอย่างเราเราว่า..
"โตขึ้นอยากเป็นอะไร?"
 
หลังเครื่องหมายคำถาม
มักจะตามด้วยคำตอบ
แต่คำตอบก็มีหลายประเภท
ทั้งคำตอบที่เป็นความจริง ตรงกับใจ
ทั้งคำตอบที่ตรงกับใจ แต่อาจไม่เป็นที่ยอมรับ
ทั้งคำตอบที่ตอบเอาใจ เพื่อให้ใครชื่นชม
และอีกหลายหลายประเภทของคำตอบ
ซึ่งก็แล้วแต่ประสบการณ์ของแต่ละคน
ว่าเจอกันมาแล้วกี่ประเภท..
 
เฝ้าคิดถึงคำถามตอนนั้น
เหมือนเป็นคำถามที่ผ่านลอย
แม้เป็นเรื่องของอนาคต
แต่มันไม่เคยจางหายไปไหนเลย
แม้จะล่วงเลยมาถึงปัจจุบัน
 
"โตขึ้นอยากเป็นอะไร?"
 
ข้ามขั้นมัธยมต้น มัธยมปลาย มหาวิทยาลัย
 
เรายังไม่มีโอกาสได้คิดเลย
ว่าเราชอบอะไร
เราทำอะไรได้บ้าง
สิ่งไหนเหมาะหรือไม่เหมาะกับเรา
อะไรที่ทำแล้วสนุก
หรือทำแล้วเข้ากับจังหวะชีวิต
 
เราว่ามันช้าเกินไป
ที่เพิ่งจะได้มาค้นหาตัวเองตอนอยู่มหาวิทยาลัย
ช้าเกินไปมาก..
 
แม้กระทั่งอิสระ
เพิ่งจะรู้ว่ามันคืออะไรตอนอยู่มหาวิทยาัลัย
มันสายไปมาก..
 
บางทีเราอาจหลอกตัวเองอยู่ว่าเราชอบอะไร
เราเดินในเส้นทางที่คนอื่นเขาชี้ให้
ทั้งทั้งที่หากแม้ต้องใช้เวลาทั้งชีวิต
แต่เราได้เลือกเส้นทางด้วยตัวเอง
มันน่าจะคุ้มกว่า.. และยั่งยืนกว่า
ที่สำคัญ - เป็นสุขกว่า
 
เจอกับสิ่งที่เลือกเป็นคำตอบสุดท้าย
ใช้เวลากับมันจนเนิ่นนาน
เกิดความเสียดายถ้าจะละทิ้ง
จมอยู่กับมัน
ดื่มด่ำไปกับมัน
ทั้งทั้งที่ไม่รู้รสชาติของมัน
และสุดท้ายก็ลืมมัน
 
เหมือนทิ้งช่วงเวลาให้สูญเปล่า
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ก่อนจะเข้ามหาวิทยาลัย
เคยจินตนาการเอาไว้ว่ามันจะเป็นแบบไหนบ้าง
เอาเข้าจริง, มันช่างแตกต่าง
ไม่ได้เป็นแบบที่ฝัน
หากแต่มากกว่าที่ฝัน
และรู้สึกโชคดีเหลือเกินที่เป็นเช่นนั้น

ตั้งแต่เรียนอนุบาลจนถึงมอปลาย
เพิ่งเจอ "ที่ที่ใช่" "ที่ที่ชอบ" "ที่ที่เชื่อ"
คือ "ที่นี่" แค่นั้น
 
ตอนมอปลาย
เรียนสิ่งที่ไม่ชอบ 
สิ่งที่เลือกตามคนอื่นเขา
เป็นเงาแฝงของใครต่อใคร
มีเป้าหมายแค่สอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้
นั่นคือ "จุดสุดยอด" ของการเรียนมอปลาย
 
แต่ตอนมหาวิทยาลัย
ได้เจอความหลากหลายของแขนงวิชา
ความยากง่าย ความรับผิดชอบที่ควรมี
ผ่านไปสองปี, เริ่มมองเห็น "จุดสุดยอด" เลาเลา
มันไม่ใช่การหางานที่มั่นคง
หรือการมีเงินเดือนเป็นหมื่นเป็นแสน
แต่เป็น "ประสบการณ์" ที่คนเป็นร้อยเป็นพันไม่มีทางมีเหมือน
 
น่าสนใจก็ตรงนี้นี่ละ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
นับถอยหลัง
วันรอผลเอนท์ออก
วันรอผลมหาวิทยาลัยออก
ผ่านไปสองปี
ไม่ช้า ไม่เร็ว
พอสมควรช่วงเวลา
 
จบมอปลาย
ผ่านชีวิตวันวัยที่สับสน และไร้ค่า
ฟูมฟาย เสียน้ำตาให้กับคนที่เราคิดว่ารักเขามากเสียเหลือเกิน
ไม่เสียดายเวลา แต่เสียใจที่ตัวเองโง่งมงาย
เดินทางแบกความว่างเปล่ามายังสถานที่ใหม่
ที่ที่ต้องอยู่ถึงสี่ปี
 ความใหม่ที่ใกล้กับความเก่า
 มากกว่าความธรรมดา
 คือความพิเศษที่ทำให้ค้นพบ "ตัวเรา"
 
สายไปกับเส้นทางที่เลือก
แต่ก็ภาคภูมิใจ
 
เพราะได้ยกระดับความคิด
ว่าถึงแม้ไม่ได้โตขึ้นมาเป็นสิ่งที่อยากเป็น
ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา
(นับตั้งแต่ถูกถามคำถามนั้น)
คิดว่าแค่ได้เป็นคนที่มีประโยชน์ต่อสังคม, คนบนโลกบ้าง
เท่านั้นก็ยิ่งใหญ่สำหรับชีวิตคนคนนึงแล้ว
 
 
 
 
 
 
 
 
 
อีก ๔๐ วันเปิดเทอม
แทบอดใจรอไม่ไหว
อยากกลับไปปั่นจักรยาน
กินข้าว เจอเพื่อน นอนหอ เที่ยว
เล่น ที่สำคัญ - เรียนหนังสือ

แต่เวลานั้นผ่านไปไว
ไวเสียจนถ้าปีสามที่จะมาถึงนั้นพ้นผ่าน
เวลาที่จะเดินออกจากรั้วมหาวิทยาลัยก็ใกล้เข้ามาทุกขณะ
 
แต่ยังไง, เราทั้งหมดล้วนเล่าเรียนเพื่อให้ถึงวันนั้น
 
"วันรับปริญญา"
 
ชีวิตมีแต่เดินหน้า ไม่มีถอยหลัง
ชีวิตอยู่กับเวลา ไม่ใช่นาฬิกา
ชีวิตจะก้าวหน้า ต้องเดินหน้า ไม่ใช่ถอยหลัง
และที่นับถอยหลัง อีก ๔๐ วันเท่านั้น
จะได้ก้าวหน้าเสียที..
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ปล.
เอนท์ติดไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต
แต่ชีวิตที่โลดโผนอย่างถูกวิถีคิด
สร้างสรรค์ชีวิตให้รื่นรมย์กว่า
มีชีวิตธรรมดาก็ดี แต่จงทำให้น่าสนใจ
ทำให้วันเวลามีความหมาย อย่าได้ทำลายความศรัทธา
มีลมหายใจ เพื่อสิ่งที่ชอบ
ทุกการกระทำ ทุกหยาดเหงื่อ เพื่อสิ่งที่รัก
แล้วจะอยากดำเนินชีวิตต่อไป
ในโลกกว้างใหญ่ จะปราศจากความอ้างว้าง
จะรู้สึกเพลิดเพลิน เหมือนได้เดินเล่น สูดอากาสบริสุทธิ์ตลอดเวลา
 
แล้วเราจะต้องการอะไรไปมากกว่านี้ละ..
ลองไตร่ตรอง ตรึกคิด พินิจดู

Comment

Comment:

Tweet

รอนักศึกษากลับมาทับแก้ว เหมือนกันครับ...^^
อ่านแล้วคิดถึงเธอจังแม่นางบวยพ้นน้ำ

#6 By Khwan (180.180.168.157) on 2011-05-07 21:30

ชีวิตที่มีความสุขน่าจะเพียงพอแล้ว

#5 By faifai (158.108.29.57) on 2011-04-26 12:18

อยากปั่นจักรยานนนน
big smile

#4 By Opalyn's on 2011-04-22 16:09

อีก 40 วันเองเหรอ T v T (ฉันยังไม่อยากเปิดเลยแว๊ ฮ่าๆ)
เอ้อ.... ตอนนี้ฉันก็ยังหาทางเดินของตัวเองไม่เจอเหมือนกัน ...
เหมือนจะเห็นแต่บางทีก็ไม่ใช่

/โตะแบ่ให้เธอสู้ต่อไปด้วยกัน นะจ๊ะนะจ๊ะ T v T

#3 By babuababo on 2011-04-22 10:11


บางคนไม่เคยตั้งคำถามไม่เคยหาคำตอบด้วยซ้ำ
big smile ขันน้ำ ขันน้ำ

#2 By wesong on 2011-04-22 07:26

embarrassed

#1 By bouudaes on 2011-04-22 01:36