พัทยาบลาบลาบลา

posted on 26 Jan 2011 17:25 by millhz
 
 
สัปดาห์นี้มีทั้งหมดเจ็ดวัน
(อันที่จริงมันก็มีเจ็ดวันทุกสัปดาห์นั่นแหละ)
แต่สัปดาห์นี้ต่างจากสัปดาห์อื่นตรงที่..
 
ขณะนั่งเขียนบล็อกอยู่นี้
เราอยู่ในสปอร์ตบาร์ริมทะเล "พัทยา"
 
ด้วยอาศัยแรงอินเทอร์เน็ต
ความเร็วในระดับที่สามารถพึงพอใจได้
แต่ราคาสองชั่วโมง หนึ่งร้อยบาท
 
เอาเป็นว่ามันก็โอเค, หากหนึ่งร้อยบาทนี้จะช่วยฆ่าเวลา
และความเหงา วิเวก วังเวงที่มาเยือนหัวใจในยามนี้ให้หมดลง..
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เดินทางมาถึงพัทยาตั้งแต่คืนวันที่ยี่สิบสาม
มาค่ายที่ชื่อว่า "IYF World Camp 2011"
เป็นค่ายที่ค่อนไปทางศาสนาคริสต์
แม้ตอนแรกเขาจะบอกว่ามันเป็นค่ายฝึกภาษาก็ตามที
 
ตอนแรกก็ยอมรับไม่ค่อยได้เหมือนกัน
 เหมือนมีอคติเกิดขึ้นในใจว่า..
เขาจะให้เราเปลี่ยนเป็นคริสต์
 
แต่พอลองยอมเปิดใจรับฟัง
และค่อยค่อยเป็นไปทีละระดับขั้น
ก็พอเข้าใจว่า.. เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนศาสนาก็ได้
 
แค่ทำความเข้าใจพระคัมภีร์
และนำไปเผยแพร่ให้กับคนที่ตกทุกข์
อย่างน้อยก็เป็นการพัฒนาจิตใจตัวเอง
แล้วก็ยังได้ภาษากับวัฒนธรรมเพิ่มเข้ามา
 
..รู้สึกดีใจที่ตัวเองยอมเปิดใจ
เพราะมันทำให้ได้รู้อะไรหลายหลายอย่าง
 
 
 
 
 
 
จะเขียนเพื่อเป็นบันทึกให้คนรุ่นต่อต่อไปมาอ่านละกัน..
สำหรับองค์กรเพื่อเยาวชน (IYF) นี้
 
เรามาในฐานะสตาฟฟ์ที่เสียเงินมาเจ็ดวัน ครึ่งราคา
(จาก 4500 เหลือ 2250)
แต่เราคิดว่ามาถึงวันแรก, จะได้ทำงานสตาฟฟ์เลย
 
เขากลับให้เราเข้าร่วมงานเหมือนผู้ร่วมงานทั่วไป
โดยที่เราไม่ได้พึงใจที่จะมาร่วมงานในลักษณะนั้น
คือ.. ขั้นตอนของงานจะเป็นดังนี้
 
การแสดงวงดนตรี Gracias
เล่นเปียโนบ้าง, เดี่ยวแชลโลบ้าง
ร้องประสานเสียงบ้าง
แล้วก็การแสดงเต้นจาก Rightious Star
เต้นประกอบเพลงธรรมดาบ้าง 
เต้นเกี่ยวกับวัฒนธรรมแต่ละประเทศบ้าง
 
ทั้งหมดทุกวันก็มีอยู่แค่นี้..
จากนั้นก็จะต่อด้วยคำบรรยาย 
หรือที่เรียกว่า "เปิดโลกจิตใจ"
 
ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่, ไม่ค่อยให้ความสนใจกับส่วนนี้เท่าไรนัก
ไม่น่าจะส่วนใหญ่..
น่าจะเป็นคนไทยทั้งหมดเลย, คนไทยที่นับถือศาสนาพุทธ
 
แต่คนเกาหลีและคนชาติอื่นอื่น
กลับให้ความสำคัญมาก..
ตอนที่เราไปนั่งรวมกลุ่มกับคนเกาหลี
จะขอออกมาข้างนอกก่อนก็ไม่ได้
จะนั่งหลับ จะคุยโทรศัพท์ก็ไม่ได้
อาจารย์ประจำกลุ่มที่เป็นคนเกาหลีก็พูดอังกฤษไม่ได้อีก..
 
ก็เลยได้ทำความรู้จักกับ "โยราออนนี"
สาวเกาหลีอายุ 24 ปี, ที่คอยเป็นล่ามให้
ถือเป็นคนต่างชาติคนแรกที่รู้จักในค่ายนี้เลย..
 
 
 
 
นอกนั้นก็จะมีการเข้า Acadamy
ซึ่งมีหลายอย่างให้เลือกทำ..
เช่น ออกกำลังกาย, เต้น, เรียนภาษาเกาหลี 
บลา บลา บลา..
 
ตอนบ่ายก็พาไปเที่ยวนอกสถานที่
แถบแถบพัทยาทั้งหมด
สวนเสือศรีราชา, บ้านช้าง, ตลาดน้ำสี่ภาค
 
สำหรับพวกต่างชาติอาจจะยังไม่เคยเห็น
หรือสำหรับคนไทยบางคนอาจจะตื่นเต้น
แต่สำหรับเรา, โปรแกรมนี้
เห็นแล้วรู้สึกสลดมากกว่า
 
ไม่ค่อยชอบใจที่เอาสัตว์มาโชว์แบบนี้
อย่างตอนที่ไกรทองไปยืนบนหลังจระเข้
แสดงท่าทีว่ายิ่งใหญ่
เสมือนว่าสยบสัตว์เลื้อยคลานที่ดุร้ายพรรณนั้นได้
ไม่เข้าใจว่ามันน่าปรบมือหรือยกย่องตรงไหน..
 
มันเป็นเพียงการแสดงเรียกเงิน
เพื่อเอาสัตว์มาทารุณไม่ใช่หรือ ?
 
มองในมุมกลับกัน..
หากมีโลกของสัตว์ที่เอามนุษย์มาโชว์บ้างละ
มันจะยังน่าสนุก น่าปรบมือให้อยู่ไหม ?
 
ไม่ชอบเอาซะเลย..
 
 
 
 
 
 
 
 
มาค่ายนี้ทำให้ได้รู้มารยาทของต่างชาติเพิ่มขึ้นด้วย..
แม้ตึกที่เราพักจะมีแค่สี่ชั้น
ตามความไม่ยุติธรรมระหว่างการมาช้ากับมาเร็วกว่า
เราเลยได้อยู่ในโซนของโรมแรมที่ค่อนข้าง "กาก" ที่สุด
 
ส่วนส่วนหรูจะมีทั้งหมดสี่สิบชั้น
 
ตอนแรกก็คิดอยากอยู่อยู่เหมือนกัน..
อยากอยู่ชั้นสูงสูง, วิวงามงาม
 
แต่พอได้ไปสัมผัสจริงจริง
กับผู้คนเป็นพัน..
ที่กำลังรอลิฟท์อยู่ที่ชั้นหนึ่งนั่น
 
เหมือนมิตรภาพที่สร้างมาตอนอยู่ในหอประชุม
ตอนที่กำลังฟังพระคัมภีร์หายไปชั่วคราว..
ทุกคนแย่งขึ้นลิฟท์ราวกับขาไม่สามารถใช้งานได้
 
เรา, ผู้ที่อยากจะไปสูดอากาศชั้นสี่สิบบ้าง
แม้จะรู้ว่ามันคงไม่ต่างจากอากาศชั้นล่างเท่าไร
เลยต้องยอมเดินขึ้นบันไดหนีไฟ
จากชั้นหนึ่งถึงชั้นสี่สิบ..
 
จากเหตุการณ์นี้ทำให้ได้รู้ (อีกแล้ว) เหมือนกัน..
 
ว่าคนที่เราอยากให้เขาอยู่เคียงข้างเรามากที่สุด
เขาไม่ทิ้งเราไปไหน
 
ตอนที่เราเหนื่อยหอบจนไม่อาจจะเดินต่อไปไหว
เขาก็หยุดยืนรอ.. แม้เขาเองจะไม่ไหวตั้งแต่ความคิดแรกแล้วที่ว่า..
"จะเดินขึ้น"
แต่ด้วยความฟิตและชอบลองของแปลกของเรานั้นเองที่เป็นต้นเหตุ
 
เลยเหนื่อยไปด้วยกัน..
แต่มันก็เป็นความทรงจำที่ดีไม่ใช่น้อยน้อย
 
 
 
 
ขึ้นไปถึงชั้นสี่สิบ
ตามคำชวนของน้องที่ทำงานฝ่ายเดียวกัน
ได้คุยกับคนเกาหลีชื่อ "ไบรอัน"
ดีใจที่ได้ใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารสักที
หลังจากก้มหน้าก้มตาอ่านไวยากรณ์มานานหลายปี
แต่ก็ลืมขอเมล์เขา..
และในความมืดนั้น, ทำให้จำหน้าเขาไม่ได้เสียแล้ว
 
ออกจากห้องของน้องคนนั้น
เพราะโดนอาจารย์เกาหลีมาไล่ที่
เหมือนมันเป็นห้องส่วนตัวของเขา
เราเลยจำต้องออกมา, ทั้งทั้งที่คิดไว้ว่า..
จะไปถ่ายรูปวิวกันสักหน่อย
 
แต่เราคงไม่ลงจากชั้นสี่สิบด้วยขาอีกแน่แน่
 
เลยไปรอลิฟท์กัน..
แต่ก็นานเกินกว่าจะมา
เขาเลยชวนขึ้นไปอีกสองชั้น
สามชั้น, ให้ถึงดาดฟ้า
 
ชั้นสี่สิบเอ็ด, ประตูหนีไฟปิดตาย
ชั้นสี่สิบสอง, ประตูเปิดทิ้งไว้
ให้เห็นเพียงความมืดข้างใน
มันมืดเสียจนเรากลัว
โดยเฉพาะตอนที่ขาสั่นอยู่แล้ว
เห็นความมืดยิ่งกลัวเข้าไปอีก..
 
แล้วก็ไปยังดาดฟ้า, ลานจอดฮอ
 
ในความมืดนั้นไม่มีดาวเลยสักดวง
มีแต่แสงไฟสีส้ม สีขาว สลับไปสลับมาที่เบื้องล่าง
 
โชคดีที่บนนี้มีคนทำงานอยู่
ความกลัวเลยลดลงไปเปราะนึง
แต่ก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้ไปมากกว่ายืนดูวิว
เพราะมันมืดมาก.. และก็ระแวงสิ่งรอบตัวมาก
เลยตัดสินใจลงไปชั้นสี่สิบสอง
 
เขา, ด้วยความอยากลองของ
เลยพยายามลากเราเข้าไปในห้องมืดห้องนั้น..
 
มันเป็นห้องที่เต็มไปด้วยกระจก
สะท้อนภาพเราสองคนเต็มไปหมด..
ทำให้เกิดจินตนาการว่า, แล้วถ้าใบหน้าไหนในนั้นไม่ใช่เราละ ?
 
ชิบหายสิ..
 
 
 
 
เราเลยพยายามดึงตัวเองออกมาจากห้องนั้น
แต่ก็ถูกฉุดกระชากไว้..
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
.
.
.
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เรื่องเล่ามีแค่นิดหน่อย
นอกนั้นก็จำใจความไม่ได้
และส่วนใหญ่จะกลายเป็นบ่นมากกว่า
 
ตอนนี้อาหารจานละ "หนึ่งร้อยยี่สิบบาท" มาเสิร์ฟแล้ว
(คือแซนด์วิชไก่ทอด กับเฟรนช์ฟรายส์กระหย่อมนึง)
ขอตัวไปรับประทานอาหารประทังชีวิตก่อน
 
ค่อยมาอ่านเรื่องไร้สารอีก
เอนทรี่หน้า..
 
See You !

Comment

Comment:

Tweet

สีสันชีวิต

อ่านแล้วดูสมบุกสมบันมากเลย ฮ่าๆๆ

#9 By faifai (158.108.235.116) on 2011-02-01 14:54

เหมือนกำลังตั้งใจดูหนังแล้วโฆษณามันโผล่ขึ้นมาเลยอะพี่โบว์ question

ปล,อาหารแพงเวอร์ ><

#8 By L*Ourson on 2011-01-30 11:28

ไปค่ายโรฯ กับเค้า
เสีย 41 บาทเอ้ง

แอดเวนเจ้อ กันไปเลยค่ะโน้งโบว

แต่นี่ก็ได้ฝึกเยอะ

ดีมากๆ ที่แบบ เปิดใจรับฟัง

big smile

#7 By inthebee on 2011-01-29 03:15

ทุกอย่างแพงมว๊ากกกก
wink

#6 By bouudaes on 2011-01-27 13:22

อ่านมาจนจะจบ
เจอแซนด์วิชไก่ทอด และเฟรน์ฟราย ร้อยยี่สิบบาท แล้วน่าตกใจกับราคาถ้าอยู่เมืองไทย

แต่ที่นี่ เมนูนี้ น่าจะ 10 เหรียญได้ เกือบสามร้อยบาท

รู้สึกคิดถึง ข้าวกระเพราหมูสับ

#5 By ตินกานต์ on 2011-01-27 09:37

อยากรู้ไอ้ทีจำไม่ได้อ่าน่าสนใจมากเลย

#4 By หัวโบราณ on 2011-01-26 23:44

ดูเธอจะฝังใจกับเรื่องราคาสุดๆเลยนะ..
หนึ่งร้อย กับ หนึ่งร้อยยี่สิบบาท /ขีดเส้นใต้ค่ะ..

#3 By Sinsin on 2011-01-26 18:51

ไม่ชอบโชว์สัตว์-สวนสัตว์เหมือนกันangry smile

#2 By Ruchesmowse on 2011-01-26 18:38

#1 By bouudaes on 2011-01-26 18:28