แม้จะมาเขียนในวันที่ "สอง หนึ่ง หนึ่งหนึ่ง"
แต่เรื่องที่จะเขียน, เป็นเรื่องของเมื่อวาน..
 
 
ผ่าน "เมื่อวาน" มาไม่กี่ชั่วโมง
แต่มันดูเหมือนไม่นาน
พอคิดถึงหน้าปัดนาฬิกา
ที่กว่าเข็มจะไปชี้อีกตัวเลขนึงได้
ใช้เวลาแค่ห้าสิบเก้านาทีเท่านั้น,
เห็นไหม.. มันดูสั้นลงทันตาเห็น
 
 
 
 
เชื่อไหม?
ว่าคืนข้ามปี, เราร้องไห้ข้ามปี
 
นอนจมในความมืดมิดของลูกบาศก์
ที่เราเรียกว่า "ห้อง"
อาจเพราะว่าเรามันเศร้าไปเองนั่นแหละ
คิดมาก.. งี่เง่าไปเอง
 
แต่จะให้ทำยังไงได้
 
นอกจากนอนฟังเสียงข้อความจากเพื่อนฝูงทั้งหลายไหลเข้ามา
แต่ไม่ได้ยินเสียงจากคนที่เราต้องการมากที่สุด, ในคืนนั้น
คืนที่เราปักใจคิดเหลือเกินว่ามัน "พิเศษ"
แล้วเราจะต้องได้อยู่กับ "คนพิเศษ"
 
ทั้งทั้งที่ทุกอย่างมันก็แค่ในเพลง, แค่นั้นเอง
 
 
 
 
ตั้งนาฬิกาปลุกไว้แปดนาฬิกาสิบห้านาที
ในเช้าวันเสาร์ที่หนึ่งมกราคมสองพันสิบเอ็ด
"หนึ่ง หนึ่ง หนึ่งหนึ่ง"
แต่ดันปิดเสียงเรียกเร้าให้เราตื่นของนาฬิกา
แล้วหลับตาต่อจนถึงสิบโมงกว่า..
 
สิบเอ็ดโมง สิบเอ็ดนาที
 
มีสายเรียกเข้าที่เราทิ้งท้ายปี, ดราม่าใส่เขาไปเมื่อคืน
เขาบอกกับเราตอนที่งี่เง่าว่า..
"ไปนอนสงบสติอารมณ์ก่อนไป, พรุ่งนี้ค่อยคุยกัน"
เราบอก "คุยตอนไหนมันก็เหมือนกัน"
 
"เชื่อดิ ว่าไม่เหมือน"
ตอบมาห้าพยางค์, จากนั้นเขาก็หายลับไปจาก FB
 
"วันนี้ตอนเย็นไปดูสุดเขตฯ กัน" 
ประโยคที่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่ประโยคคำถามเกิดขึ้นทันทีหลังจากที่รับสาย
 
"สวัสดีปีใหม่"
คำตอบ, คนละเรื่องเดียวกัน
 
"หกโมงเย็น"
เขาบอกเวลา.. ทั้งทั้งที่ยังไม่ได้ตกลงอะไร
 
"ทักตอบก่อนดิ"
เป็นประโยคคำสั่ง
 
"สวัสดีปีใหม่"
เสียงงงงงเอ่ยงงงง, หลังจากนั้นก็พูดเรื่องหนังต่อ..
 
 
 
 
ได้ข้อสรุปจากดู "สุดเขต สเลดเป็ด" เป็น "นาร์เนีย"
แล้วเขาบอกว่าเขาจะเลี้ยงเอง, ป๋ามาก..
 
 
 
 
ตอนเย็น, ก็ไปเจอกันตามนัดที่ห้างฯ ใกล้บ้าน
แต่บัตร Student Card ที่จะใช้ลด
มันดันต้องใช้ก่อนหกโมงเย็น.. เลยตัดสินใจไม่ดู
เลยคุยกันว่าไปดูห้างที่อยู่ตรงข้ามก็ได้
 
ปรากฏ.. ที่ห้างตรงข้ามดันไม่มีนาร์เนีย
เราก็เลยถามว่า "ดูสุดเขตฯ ไหม"
เขาตอบ "ดูก็ได้"
 
ดูก็ได้..
 
ด้วยความที่เรียนคณะอักษรศาสตร์
ก็เลยเกิดกระบวนท่างี่เง่าขึ้นมาอีกครั้ง
 
"ดูก็ได้, งั้นไม่ดูก็ได้อ่ะดิ"
 
เขาตอบอย่างบริสุทธิ์ใจ
"อืม ไม่ดูก็ได้"
 
เราเลยยิ่งหงุดหงิด..
"เออ งั้นก็ไม่ต้องดู"
 
ก็เลยออกจากห้างที่ต้องเดินผ่านสะพานข้ามคลองที่ฝูงชนอัดแน่นนั้นมา
เขาชวนไปร้อง "คาราโอเกะ" แทน
และด้วยความงี่เง่าของเรา, ก็เลยตอบไปว่า "แล้วแต่"
 
พอไปนั่งในห้องคาราโอเกะ, เขาก็พยายามดูรายชื่อเพลง
แล้วก็ถามว่า "อยากร้องเพลงอะไร", "เราอยากฟังโบว์ร้องเพลงอะ"
แต่เราตอบอย่างเดียวเลยว่า.. "ไม่อะ"
แล้วก็ก้มหน้าก้มตาอ่านอะเดย์อย่างไม่แยแส
 
สุดท้าย, บรรยากาศมันกร่อย
เลยบอก "กลับบ้านเหอะ"
 
แล้วก็ลุกออกจากที่นั่นกันอย่างว่าง่าย
แล้วสรุป.. ไปกันทำไมเนี่ย?
 
 
 
 
เดินไปขึ้นรถเมล์สายเดียวกัน
แต่คราวนี้มีสองแบบให้เลือก
คือ รถเมล์เล็กสีส้ม, กับรถเมล์ใหญ่ที่ยังมีที่นั่งเหลือเฟือ
เขาบอก "ไปคันหลังเหอะนะ เราอยากนั่ง"
แม้เราจะเดินนำหน้ามาลิ่วลิ่วด้วยอารมณ์หน่าย
แต่ก็ยังฟังเขาอยู่, เลยไม่เลี้ยวขึ้นคันส้ม แต่ไปคันข้างหลังแทน
 
รถเมล์วิ่ง..
 
ต่างคนต่างเงียบ, แม้ในใจเรากำลังพลุ่งพล่าน
และเมื่อใกล้จะถึงป้ายหน้าบ้าน
เขากลับเอ่ยถามขึ้นมาติดติดขัดขัดว่า..
"ไม่พอใจอะไรเราหรือเปล่า"
 
เราก็หันหน้าไป..
แล้วใส่เต็มที่
บ: "ทำไมทีหนังที่เราอยากดู (ชื่อเขา) ไม่ดู"
ต: "คือเราจะดูก็ได้ ไม่ดูก็ได้อะ"
บ: "ก็ใช่ไง ก็ไม่ดูก็ได้ไง"
ต: "แต่ถ้าโบว์อยากดู เราก็ดูได้"
บ: "แล้วถ้า (ชื่อเขา) ไม่อยากดู เราจะดูทำไมละ"
ต: (เงียบ)
 
เกร้ง.. ยกที่หนึ่ง เราชนะ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
แต่กว่าจะเถียงกันจบ..
รถเมล์ก็เลยป้ายหน้าหมู่บ้านเราไปเสียแล้ว
 
ต: "ไม่ลงหรอ"
บ: "เราไม่ลงก็ได้"
 
ใกล้ถึงป้ายรถเมล์หน้าหมู่บ้านเขา
 
ต: "จะลงไหม หรือจะนั่งต่อ"
 
เขาลุก, เราเลยลุกตาม
พอลงที่ป้าย.. เขาก็พาเราข้ามถนนเลย
 
บ: "ใครบอกว่าจะกลับบ้าน"
ต: "จะอยู่นี่หรอ"
บ: "เออ จะอยู่นี่แหละ"
ต: "แต่เราจะกลับบ้าน"
บ: "รีบมากหรือไง"
ต: "จะกลับไปเขียนแบบ"
บ: "งั้นไป.."
ต: "จะไปไหน"
บ: "ไปบ้าน (ชื่อเขา)"
 
แล้วเราก็ลาก หรืออาจจะจูงมือ
น่าจะลากแหละ.. เข้าหมู่บ้าน
 
ต: "มีร้านเค้กเปิดใหม่แถวบ้านเราด้วย"
บ: "ซอยไหน"
ต: "ครึ่งซอยอะ ซอยสิบเก้ามั้ง"
บ: "งั้นไม่ไปละ ขี้เกียจเดิน"
 
เลยเปลี่ยนทางจากเข้าหมู่บ้าน
เป็นสวนสาธารณะที่เราเคยมากันเป็นประจำช่วงปิดเทอมใหญ่
 
ถนนมืดแล้ว, แสงไฟก็สลัว
อาจเป็นเพราะปีใหม่ด้วย
ทำให้ภายในค่อนข้างเงียบ
ได้ยินเพียงเสียงล้อจักรยานเสียดสีพื้นถนนเบาเบา
เสียงคนคุยกันประปราย, ขณะเดินออกจากสวนน้ำ
 
ที่นั่งที่เลือกไปนั่งกันคือที่ที่สว่างที่สุด
สว่างเพราะไฟสีส้ม..
และห้อมล้อมด้วยต้นไม้นานาชนิด
 
จำเรื่องที่คุยกันไม่ค่อยได้แล้ว..
มันค่อนข้างหลากหลาย และเรื่อยเปื่อย
แต่ค่อนไปในทางไร้สาระเสียส่วนใหญ่
 
การคุยเล่นกัน, ไม่ได้สาระอะไร
แต่มันได้ "ใจ" ไปเต็มเต็ม
รู้สึกว่ามัน "ดี"
มีพละกำลังทำอะไรเต็มไปหมด
 
 
 
 
เท่าที่ได้ใช้เวลาหนึ่งปี.. 
หมดไปกับผู้ชายคนหนึ่ง, คนนี้
ไม่เคยมีตอนไหนที่ไม่มีความสุข
แต่จะสุขมากสุขน้อย
ทุกข์บ้างทุกข์หน่อย
ก็แล้วแต่ช่วงเวลา และความคิดของตัวเอง
 
บางครั้ง, เราก็เอาแต่นึกมากเกินไป
คิดแทนเขามากเกินไป..
 
ทั้งทั้งที่ความจริง, มันไม่ใช่อย่างนั้น
 
 
เขาไม่ใช่คนที่จะใส่ใจใครได้ง่ายง่าย
เช่นเดียวกับที่จะจำใครได้ง่ายง่าย
หรือนึกถึงอะไรได้ง่ายง่าย..
 
แม้แต่การพูด..
หรือแค่จะอธิบายให้เข้าใจ
สำหรับเขา, มันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ไม่เขาก็เรา.. ต้องเป็นฝ่ายทำความเข้าใจ
ไม่เราก็เขา.. ต้องรู้จักเปลี่ยนแปลงและปรับปรุง
ไม่เขาก็เรา.. ต้องรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา
ไม่เราก็เขา.. ต้องรู้จัก "วงกลม" ของกันและกัน
 
แต่เขาคงรู้จักมันดี..
วงกลมวงนั้นที่เขามี
มันก็ยังอยู่ดี, ต่างจากเรา
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ขณะที่มองหน้ากัน.. เงียบเงียบ
เสียงมือถือเขาดัง, แม่เขานั่นเองที่โทรมา
เลยถึงเวลาต้องแยกย้าย
กลับสู่ที่ที่จากมา, "บ้าน"
 
ก่อนกลับ,
บ: "ขอขี่หลังหน่อยดิ"
 
บอกห้วนห้วน, แต่แขนเกาะหลังเรียบร้อย
 
ต: (เงียบ)
แต่ทำท่าเหมือนให้ยกขาขึ้นมา

บ: "ขึ้นไม่ได้อะ"
เอาขาขึ้นได้ข้างหนึ่ง, ส่วนอีกข้างไม่สามารถ
เพราะมันดันยืนเนี่ยสิ..
 
เลยอาศัยขั้นบันไดของศาลาช่วย
และในที่สุด..
 
ในที่สุด..
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ในที่สุด..
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ในที่สุด..
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
...
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เราก็ตื่นมาในเวลา
11.11 ของ 1.1.11
 
HAPPY NEW YEAR ~
มีความสุขมากมากนะ
ชาวบล็อกเกอร์ทุกคน!!
 
คิดถึงเสมอ

Comment

Comment:

Tweet

มีความสุขปีใหม่ครับ

ค่อยๆ เรียนรู้
ค่อยๆ เข้าใจ
เบาๆ
confused smile
งงอ่ะ sad smile
ตกลงฝันเหรอ?

แต่ว่าไม่ว่าจะฝันหรือเรื่องจริง
ก็ทำให้เรางงกับตัวโบว์และยิ้มให้กับเรื่องของโบว์ได้จ้ะ confused smile
ถ้ารักแล้วมันวุ่นวายขนาดนี้ก็อย่ามีมันเลย แต่เราหลายคนก็ล้วนอยากมีชีวิตที่วุ่นวาย จริงมั้ย

#10 By chayoot (49.228.209.160) on 2011-01-03 15:46

เพลินทั้งปี
บลอคนี้
เริ่ดจริงจริง


ฮี่ฮี่ . สวัสดีปีใหม่นะคะHot!
open-mounthed smile

#9 By -nim on 2011-01-03 01:54

สวัสดีปีใหม่

ขอให้มีความสุขมากๆนะครับ

ความรัก คือ ความเข้าใจ

#8 By ไร้น้ำยา on 2011-01-02 17:54


วงกลม
ในวงปี
ที่ตื่น

open-mounthed smile

#7 By ทิว แอด ไฟน์ on 2011-01-02 13:22

ูู^^ จบงี้เลยนะจ๊ะ

อ่านเพลินอยู่เลย :)

้happy new year จ้า น้องโบว์ big smile

#6 By Initmate on 2011-01-02 09:18

happy new year จ้าาา

ความรักก็เป็นแบบนี้แหล่ะ เอาใจเขามาใส่ใจเราบ้าง อย่าคิดไปก่อน อย่าไปคิดแทนเขา double wink

#5 By faifai (158.108.228.27) on 2011-01-02 08:20

สุขสันต์ ปี กระต่าย confused smile


ในที่สุด... ก็สิ้นปี และ ปีใหม่ cry

#4 By tantee on 2011-01-02 03:14

!!! หักมุม สุดย๊อด

เอาไปสร้างหนังได้เรื่องนึงเลย *0*

ไม่น่าเชื่อว่ามานั่งอ่านความงี่เง่าของผู้หญิงคนนึง

แล้ว.....\\\"จะหัวเราะได้\\\" บร๊ะเจ้า

เขียนได้สนุกมากๆ คอนเฟิร์ม! ฟันธง! ฟันคอนธง!
คอนธงเฟิร์ม! เฟิร์มฟันคอน!!!!

ต. โคตรพระเอก (ทั้งๆที่ปกติมันดูเหมือนบ้าๆบอๆ)
บ. ง๊องแง๊งสุดติ่ง (ทั้งๆที่ปกติมันดูมีเหตุมีผล)

สงสัยยอดขายหนังสือน้องขิงจะทะลุเป้า!!!

#3 By พี่แว่น 0-0 (110.164.247.88) on 2011-01-02 02:48

sad smile

เอิ่ม...
ในที่สุดก็อัพบล็อกเสียที

อ่านมาตั้งนานแหนะ
ไม่ได้เม้นบล็อกนี้มานานแล้ว

สำหรับความรักมันก็ต้องทำความเข้าใจแหละ
เขาอาจไม่ได้คิดมากอะไร
บางทีเราเองคิดมากเกินไป

คุยกันบ่อยๆ
ค่อยๆปรับจ้า..

สวัสดีปีใหม่
ความรักสดใสปิ๊งปั๊งนะจ้ะ
big smile big smile big smile big smile

#2 By inthebee on 2011-01-02 01:53

sad smile

เขียนตอนจะหลับ..

สวัสดีปีใหม่นะฮาฟฟฟฟ

#1 By bouudaes on 2011-01-02 01:43