สีเขียวน้ำทะเลลึก

posted on 26 May 2010 17:54 by millhz

 

ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว
ราวต้นเดือนพฤษภาคม
(กรุณานึกย้อนเป็นภาพซีเปีย)

มีเด็กผู้หญิงแว่นกรอบใสคนหนึ่ง
นั่งลุ้นผลเอนท์ด้วยใจระทึกที่หน้าจอมอนิเตอร์
เธอคาดเดาเอาไว้อยู่แล้วในใจ
ว่าเธอไม่มีทางติดอันดับหนึ่ง
อย่าว่าแต่กระนั้นเลย..
เธอยังคิดเสียด้วยซ้ำว่าอันดับสองเธอก็คงไม่ติด

 

มอชอนั่นแหละ

อันดับสามที่เธอเลือก
อีกหนึ่งมหาลัยที่เธอหวัง
พร้อมเตรียมตัวและหัวใจอันเบิกบาน
ขึ้นเหนือ, ไปใช้ชีวิตสไตล์ล้านนาที่นั่น

 

 

 

 

แต่ที่ไหนได้..
ผลออกมาไม่เป็นดั่งที่คาด
"คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร"
อันดับสอง, ที่เธอสุ่มเลือกไปงั้นงั้น
แต่มันกลับเลือกเธอให้เข้ามา

 

 

 

 

เธอเคยนั่งรถไฟผ่านมหาลัยนี้
ตอนเธอแบคแพคไปเที่ยวหัวหินกับพี่สาว

มันเป็นเรื่องบังเอิญหรือเปล่า?
ที่ทำให้เธอแลเห็นมหาลัยในอนาคต
หลังจากที่เธอตัดสินใจเลือกมันเอาไว้อันดับสอง
โดยเธอไม่ได้คาดคิดมาก่อนเลย
ว่าเธอจะได้เข้ามาใช้ชีวิตที่นี่..

ใครบางคนที่อยู่บนฟ้า
คงอยากช่วยเธอขีดเขียนเส้น "ระหว่างทาง" ของชีวิต

เส้นอื่นอื่น, อาจจะสวยเหมือนเหมือนกัน
เพียงแต่สีสันและความทรงจำ
คงไม่อาจเอามาเปรียบเทียบกันได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความหมายของคำว่า "เฟรชชี่" ที่ได้จากที่นี่

"เรื่องใหม่ การเรียนรู้ ความผิดพลาด และประสบการณ์"

มันอาจมีความหมายอื่นอื่นอีกมากนับร้อยนับพัน
แล้วแต่ใครจะชื่นชม หรือนิยมในรูปแบบไหน

แต่เท่าที่เธอรู้สึก, เมื่อทั้งสี่อย่างหลอมรวมกัน
มันได้กลายเป็น "สิ่งมีค่า"
และแต่งเติมชีวิตเธอให้มีความหมายมากขึ้น

 

 

 

 

หนึ่งปีผ่านไป ..
กับหลากหลายเรื่องราวที่เกิดขึ้นราวความฝัน

น่าแปลก
ที่ศิลปะ
ชนช้าง
ความคิดต่าง
ศาสตราจารย์ศิลป์

แกลลอรี่
หนังสือ
โนเว่ล
ของแฮนด์เมด
การเมือง
เรื่องฟุ้งฝัน
วันลอยกระทง
คืนหนึ่งหนังไทย
วัชรนาฏยสภา
โลกชมรม
จักรยานญี่ปุ่น
กล้องฟิล์ม
ริมทางเท้า
กระดานวาดรูป
สะพานสระแก้ว
ฯ ล ฯ (และอื่นอื่นอีกมาก)
ได้เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวัน
โดยที่มันเป็นไปเอง ตามสิ่งที่อยู่รอบกาย

และเธอก็รู้สึกดีเหลือเกิน
ที่ได้ทำความรู้จักกับ "สิ่งเหล่านี้"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หนึ่งปีผ่านไปแล้ว..
นับจากวันนั้น
กลับมาสู่เวลาปัจจุบัน
ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม

ฝนตกอีกแล้ว..
บรรยากาศเหมือนปีที่แล้วไม่มีผิด

เธอจำได้ว่าช่วงใกล้เปิดเทอมเป็นช่วงที่ฝนตกทุกวัน
มีเช้าวันหนึ่ง, ณ ขณะที่ชีวิตของเธอยังไม่มีจักรยานเข้ามา
เคยมีเพื่อนร่วมคณะ,
ชวนเธอกับเพื่อนอีกคนโดยสารรถยนต์ส่วนตัวไปเรียนด้วยกัน

เธอยังจดจำ "น้ำใจ" ในวันนั้นได้
แม้จะจำไม่ได้แล้วว่าคนคนนั้นเป็นใคร
แต่ความรู้สึก "ขอบคุณ", เธอยังรู้สึกถึงมันจนถึงวันนี้

 

 

 

 

วันนี้, อย่างที่บอกว่าฝนตก
แต่เธอก็ปั่นจักรยานไปที่ตึกกะทะ
ด้วยไม่ได้หมายใจว่าจะไปรับซีดีแนะนำคณะแต่อย่างใด

มันไม่จำเป็นสำหรับเธออีกต่อไปแล้ว

 

 

 

 

สื่อที่อยู่ในซีดี สื่อที่อยู่ในหนังสือ สื่อที่อยู่บนหน้าจอขนาดยักษ์
ไม่อาจเทียบได้กับสื่อที่ผ่านความรู้สึกจากสัมผัสทั้งห้า
ที่เธอได้มีโอกาสมาสัมผัสด้วยตัวเธอเอง
ตั้งแต่..
เท้าที่เหยียบผืนดินทับแก้ว
จมูกที่ได้กลิ่นดอกแก้ว
ดวงตาที่มองเห็นสระแก้ว
มือที่สัมผัสสายลมรำไร
และหูที่ได้ยินเสียงเพลง "ซานตาลูเซีย"

 

 

 

 

และถ้าหากจะรู้สึกเป็นสี
เธอและอีกหลายหลายคนที่มีใจอยู่ในรั้วมหาลัยนี้
คงจะรู้สึกถึง "สีเขียวเวอริเดียน"

เพราะมันคือสีที่รวมพวกเราเข้าเป็นหนึ่งเดียว
ยึดเหนี่ยว กลมเกลียว ชาวศิลปากร

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เหล่าเฟรชชี่ปีนี้คงยังงง
และคงมีคำถามมากมายอยู่ในใจ
หนึ่งคำถามอาจเป็น..
"สีเขียวเวอริเดียนคืออะไร?"

ถ้าอยากรู้..
ก็หาคำตอบเอาเอง, สี่ปีต่อจากนี้
ไม่ยาก ไม่ยาก
เพราะ "คำตอบ",
มันอยู่รอบรั้วมหาลัยเนี่ยละ!

 

 

 

 

เอ้อ! แล้วมีหนึ่งคำตอบ
ที่เป็นชื่อของเอนทรี่นี้ด้วย!!

 

 

 

 

 

 

 

 

ยินดีต้อนรับน้องน้องเฟรชชี่
ARTS 43 & SU 67 จ้า!!!

 

Comment

Comment:

Tweet

พี่โบว์ เขียนซึ้งอ่า
น้ำตาไหลเรยอ่ะ

555555555555555555555555+

ค.รุสึกเหมือน ตัวเองเปนเฟรชชี่เองซะงั้น
--



คิดไว้ก่อนล่วงหน้า คงไม่เปนไรเน๊อะๆ
ฮ่าๆๆ

#17 By ARTIST (118.172.169.48) on 2010-06-02 22:19

เริ่มเปิดเทอมใหม่แล้วสินะ..

คนใหม่ๆ ได้เข้ามาสัมผัสบรรยากาศ

ได้ประสบการณ์..

big smile

#16 By A Beautiful Lie on 2010-06-01 00:14

เขียนได้ดีมากเลยจ้า ซึ้ง ๆ ^^
อ่านแล้วทำให้พี่นึกถึงตอนเข้าปีหนึ่งเลยละ
ถึงพี่จะไม่ได้จบจากศิลปากรก็เถอะ
และถึงมันจะผ่านมานานแล้วน่ะนะ ฮ่า ๆ

ตอนนั้นจำได้ว่าทั้งตื่นเต้นและกังวล
ว่าจะเจอกับอะไรบ้าง จะปรับตัวได้ไหมนะ
แต่ทุกอย่างมันก็ผ่านไปด้วยดี
มีทั้งเสียงหัวเราะ น้ำตา ความสนุกสนาน

ทุกอย่างมันมาจากความผูกพัน
รุ่นพี่ รุ่นน้อง มหาวิทยาลัย อาจารย์ ทุก ๆ คน
ทุกสิ่งก่อสร้างที่เราได้สัมผัส ได้พบ
ล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้เรารัก และผูกพันกับที่แห่งนี้

ว้าว..อยากกลับไปหาสถานที่ที่คุ้นเคยจัง surprised smile

#15 By i-am-amm on 2010-05-29 19:31

อวูววววววววว

เราอยู่ศาลายา
แต่ค่อนข้างเข้าใจเรื่องราวของเด็กหญิงแว่นกรอบใสพอสมควร

ด้วยว่าอ่านบล็อกนี้มานาน
เริ่มรับรู้และเข้าใจ

ด้วยว่าไปพบเจอเด็กหญิง ณ ทับแก้ว
เริ่มมองนึกภาพตามออก

เราเชื่อในพลังแห่งการดึงดูด
เราเองไม่ได้นึกว่าทับแก้วจะ
มีเสน่ห์อะไรมากมาย
หากเป็นเพียง สถานที่ มหาลัย แห่งหนึ่ง
ที่น่าอยู่ เหมือนๆกับมหาลัยทั่วไป

เพราะหากไม่ทำให้น่าอยู่แล้ว
จะมีใครที่อยากเรียน อยากอยู่

พออ่าน
พอซึมซับเรื่องราว
จากเด็กหญิงคนนี้

มุมมองของเด็กหญิงคนนี้
ทำให้เราเผลอไปตามความคิดของเธอ

คิดว่ามันคงจะน่าอยู่มากๆ
มีเสน่ห์เอามากๆ และทำให้อยากไปมากๆ

เมื่อไปแล้ว ก็มองในทุกอย่างว่ามันดีอย่างที่เธอว่าจริงๆ
และมองตามความคิดของตัวเอง
ก็พบว่า อยากไปที่นั่นอีก ...confused smile

สบายใจดี เพราะเพื่อนๆดูแลดี สนุก สนาน
กับการไปดูนั่นนี่ วนรถหาของกิน
วนรถหนีหมวกกันน็อค เยอะแยะจังเลย


4 ปี ข้างหน้า
หากยังเล่นบล็อกอยู่ต่อไป
คงได้ยิน เรื่องราวทับแก้วอยู่บ่อยๆ แน่ๆเลย

big smile open-mounthed smile confused smile

#14 By inthebee on 2010-05-27 15:41

อ่านแล้วถึงกับน้ำตาซึมนะ..
ขอบคุณ..

เราก็เป็นอีกคนหนึ่งที่รีบกลับมาที่ทับแก้ว
(ทั้งที่ยังอีกตั้งเดือนนึงกว่าจะเปิดเทอม..)
ที่แห่งนี้ที่เราได้โอกาสเหยียบยืน
จากที่ไม่เคยรู้จัก กลายเป็นบ้านที่อบอุ่น และรู้ใจ

กลิ่นจันทร์อบอวล ให้คิดถึงศิลปากร
ดินทับแก้วที่พระคเณศคอยปกป้องดูแล

สระแก้วที่ตอนนี้กลายเป็นที่ประจำของเรา
ที่เราได้ใช้ชีวิตร่วมกับหลากหลายคณะ
โดยเฉพาะ"อักษรศาสตร์"
เฝ้าคอยแสงอาทิตย์ตกที่หลังเอสี่
แสงสีส้มนั้นยังตรึงอยู่ในจิตใจของเรา..

สีเขียวที่เป็นเงาของสีแดง..
อ้อล้อกับสีม่วงยามแสงลอดผ่าน
กับ"ประสบการณ์"ที่ไม่เคยทำให้เราเสียใจ
หนึ่งปีที่ทำให้คนที่เคยรู้จักแต่มช.
ถึงกับต้องโหยหาเสียงเพลง"ซานตาลูเซีย"

ขอบคุณ ศิลปากร

#13 By hikineko on 2010-05-27 12:31

big smile ว้า...ๆไปก่อนเราซะอีก อยากเจอน้องๆเร็วๆเหมือนกัน confused smile

#12 By mzither(look chin pla) on 2010-05-27 09:59

1 ปีผ่านไป ประสบการณ์คุ้มค่า มายมาย..big smile

และยังเหลือให้ค้นหา ...อีก...ไม่รู้จักหมด..

ดีใจด้วยค่ะ ที่ฟ้าได้ขีดให้มาอยู่ ในสถาบันที่น่าภูมิใจ..big smile


Thank You Every one!

#10 By bouudaes on 2010-05-26 22:19

รู้สึกว่าจะอยู่ในเหตุการสอบเข้ามหาวิทยาลัยของน้องสาวบล็อกนี้เมื่อปีที่แล้ว

อยากรู้ว่าทำไมาต้องสีเขียวน้ำทะเลลึก


ปอลอ หนึ่งปีนี่มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย...จิงมั้ยครับ

#9 By E.T.*** on 2010-05-26 22:09

"วันนี้ของเมื่อตอนนั้น"

confused smile
แกเขียนซะซึ้ง
โอ๊ย ฉันไม่ใช่เฟรชชี่แล้ว
ฮื้ออออออออออออ *ดิ้น*

อดรับน้องรวม เซ็ง
คิดถึงเจ้านะจ๊ะ แม่สาวซิ้ม

#7 By babuababo on 2010-05-26 21:45

โอ...ฤดูเฟรชชี่

#6 By wesong on 2010-05-26 20:58

ไม่ได้เรียนจบศิลปากร
ไม่ได้เรียนจบคณะอักษรฯ
ไม่เคยรู้จักทับแก้ว แต่...
เคยเป็นอย่างนึงคือ...นักศึกษาปี 1

ยังจำความรู้สึกตอนนั้นได้
ยังจำตอนที่เข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัยครั้งแรกได้
ยังจำผลสอบเอ็นทรานซ์ได้ (555)...ไม่ติด
แต่ก็ได้เรียนคณะที่ตัวเองอยากเรียนจนได้
และเรียนจบอย่างภาคภูมิใจ...

ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย...
สิ่งต่างๆในรั้วมหาวิทยาลัย...
เรื่องราวต่างๆในรั้วมหาวิทยาลัย...

จะทำให้เราเติบโต
และเป็นในสิ่งที่ควรจะเป็น

จงเรียนรู้และใช้เวลากับมันให้คุ้มค่ามากที่สุด
ทั้งกับการเรียนและการทำกิจกรรม
เพราะเราจะไม่มีโอกาส
ได้ทำแบบนั้นอีกแน่ๆตอนที่เราทำงาน(555)

สี่ปีที่มีจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว...ถ้าเรามีความสุข
สี่ปีที่มีจะทรมานอยู่นานนัก...ถ้าเรามีแต่ความทุกข์

เรื่องราว และความทรงจำที่ดีดี
...จงเก็บมันไว้ในส่วนลึกของจิตใจ...
เรื่องร้ายๆ ความเศร้า และทุกข์โศก
...จงเก็บมันไว้ให้ลึกยิ่งกว่า...

ขอให้มีความสุขเสมอๆ
และตลอดระยะเวลาที่ใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย...

#5 By (202.80.245.10) on 2010-05-26 19:52

อ่านแล้วรู้สึกดีมากๆเลย

อยากให้น้องๆเฟรชชี่ทุกๆคนได้อ่านจัง

เราชอบน้องโบว์บล๊อกถึงศิลปากรนะ

ยิ่งอ่านเราก็ยิ่งรู้สึกภูมิใจที่เราได้เรียนที่นี่

บางเรื่องที่ไม่เคยเจอ ก็มาเจอที่นี่แหละ

ความรู้สึกดีๆที่มีให้กัน เกิดขึ้น ณ ที่ตรงนี้

ความรู้สึกเน้นๆเลยนะ 55

นี่ก็จะเรียนปี 2 แล้ว คิดถึงความสนุกที่จะเกิดขึ้นจังเลย

เราอยากให้ความอาร์ตเข้าตัวเราบ้าง นิดนึงก็ดี

มันจะมาเองใช่มั้ย 555+

ยินดีต้อนรับน้องใหม่ทุกคนนะจ๊ะ

รักมาก ศิลปากร big smile

ปล. ตอนนี้กำลังรู้ว่า พรุ่งนี้จะกลับไปแล้ว ในใจก็เศร้าๆนะ อยู่บ้านมา 3 เดือน เต็มๆ แต่พอได้มาอ่านบล๊อกแล้วรู้สึก อยากจะกลับบ้างแล้ว คิดถึงชีวิตที่นั่นจริงๆ ขอบคุณนะน้องโบว์ เจอกันๆ

#4 By ma-mew (125.26.218.230) on 2010-05-26 19:33

อ่านไปเเล้วนึกถึงตอนที่เรายังหัวเกรียนๆอยู่เลยเเหะ

#3 By maha on 2010-05-26 19:31

แหม่ บรรยายซะซึ้งเลยนะยะ

เป็นครั้งแรกของช่วงนี้

ที่เห็นแกบรรยายเรื่องอื่นบ้าง อะไรบ้าง

#2 By yorei (125.24.231.145) on 2010-05-26 19:20



WELCOME
!!!

#1 By bouudaes on 2010-05-26 19:10