Photory: ดอกไม้บันดาลใจ

posted on 03 May 2010 11:01 by millhz

 

 

 

ฉันเคยเป็นเมล็ดพันธุ์เล็กเล็กมาก่อน
หาก "เขา" ไม่เอาฉันมาปลูก,
ฉันคงไม่มีวันได้ชูดอกออกใบสวยงามอย่างทุกวันนี้

เท่าที่จำความได้ตอนฉันยังเป็นเมล็ด
เขาโปรยฉันลงบนกระถางใบใหญ่ที่ตั้งอยู่ริมกำแพงอิฐสูง
มันแทบจะบังแสงแดดไม่ให้ตกมาถึงตัวฉัน
ยกเว้นก็แต่เวลาเที่ยงเท่านั้น, ที่กำแพงไม่อาจทาบร่มเงาบนตัวฉันได้

ฉันไม่เคยเห็นสิ่งอื่นใดนอกจาก "เขา"
และสิ่งที่อยู่เหนือกระถางของฉันในแนวดิ่งขึ้นไป
เช่น ท้องฟ้า นก ต้นไม้ใหญ่ และหลังคาบ้าน

แต่ "เขา" เป็นสิ่งที่ฉันเห็นบ่อยที่สุด
เพราะเขาเฝ้าดูแลฉันทุกวี่วัน
ทั้งรดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย
บ้างก็พูดคุยกับฉันด้วยภาษาที่ฉันไม่เข้าใจ
บ้างก็พา "เธอ" มาดูฉัน

"เธอ" เป็นอีกคนที่มายืนยิ้มหน้ากระถางของฉันนอกจาก "เขา"
แม้ฉันเห็น "เธอ" ไม่บ่อยเท่าที่เห็น "เขา"
แต่เมื่อทั้งสองมายืนหน้ากระถางของฉัน
ทั้งคู่จะยิ้มมาที่ฉันด้วยสีหน้าเป็นสุขทุกครั้งไป

จวบจนวันหนึ่งที่ฉันเริ่มมีกลีบดอก
"เขา" ก็พาฉันย้ายจากริมกำแพงอิฐนั้นไปอีกที่หนึ่ง, ที่ที่สูงขึ้น
จากที่ตรงนี้, ฉันมองเห็นกำแพงอิฐที่สูงใหญ่นั้นเล็กลงไปถนัดตา
ยิ่งไปกว่านั้น ฉันยังมองเห็นอาณาเขตที่อยู่นอกกำแพงอิฐ

มันเป็นที่ที่แสนวิเศษ, ที่ข้างนอกนั่น
สีเขียวสลับสีสันอร่ามตา ช่างสวยงาม

สวยงามเสียจนทำให้ความคิดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนของฉันปรากฏขึ้น
.. ฉันอยากออกจากกระถางนี้เหลือเกิน

 

 

วันแล้ววันเล่าที่ฉันผลิดอก ออกใบ
เงยหน้ายิ้มให้กับท้องฟ้า พระอาทิตย์และ "เขา"

เหม่อมองไปเบื้องหน้าที่ทุ่งหญ้าสีเขียว
ดอกไม้นานาพรรณกำลังเริงระบำไปตามแรงลม
มันจะอิสระและสนุกสนานแค่ไหน ?

มีเพื่อนเพื่อนหลากสีรายล้อม
ได้ผูกสัมพันธ์กับผืนดินกว้างใหญ่
ได้มองพระอาทิตย์และท้องฟ้าเต็มตา
รับหยาดฝนที่ชุ่มชื้นได้อย่างเต็มที่
และหายใจได้ไม่จำกัดพื้นที่อากาศ

ต่างจากฉัน ..

 

 

แล้ววันหนึ่งก็ผ่านเข้ามาเฉกเช่นเดียวกับทุกวัน
แต่มันเป็นอีกหนึ่งวันที่ชีวิตดอกไม้ธรรมดาธรรมดาอย่างฉันพบความเปลี่ยนแปลง

วันนั้น, "เขา" ไม่ยิ้มให้ฉันเหมือนเคย
ไม่ได้เดินมารดน้ำให้ แล้วพูดคุยกับฉันเหมือนที่เคยทำ
เขานั่งอยู่ในระยะที่ฉันมองเห็น ..
มองเห็นหยดน้ำร่วงหล่นมาจากดวงตาของเขา
เช่นนี้สำหรับมนุษย์หมายถึงสิ่งใด - ฉันไม่อาจเข้าใจ
เพราะเช่นนี้สำหรับฉัน, หมายถึงความชุ่มชื้นที่เทลงมาจากท้องฟ้า
แต่เมื่อมันอาบลงบนแก้มของ "เขา"
ฉันไม่อาจเข้าใจได้ ..

"เขา" เหม่อมองมาที่ที่ฉันตั้งอยู่
เมื่อเห็นดังนั้น ฉันจึงเปรยยิ้มสดใสให้เขาอย่างที่เคยทำ

เหมือนฉันรู้สึกถึงโทสะ ..

"เขา" เดินมาคว้ากระถางของฉันด้วยแรงบางอย่าง
ที่ฉันสัมผัสได้ว่า, แรงนั้นไม่คิดจะถนอมฉันเลย

 

"เขา" เดินมาหยุดที่กำแพงอิฐด้านนอก
ที่นั่น, ฉันเห็นเหล่าดอกไม้เริงร่าพวกนั้นอยู่ไม่ไกล
เขากึ่งวาง กึ่งเขวี้ยงฉันลงในลังไม้เก่าเก่านั้น
พลางปิดแสงสว่างด้านบน ทำให้ข้างในค่อนข้างมืด

ฉันรู้สึกหวาดกลัว ..

เพราะด้านใน, มีดอกไม้ชนิดอื่นอื่นอยู่มาก่อน
แต่พวกเขาใกล้โรยราเต็มที

 

 

ในความเงียบ, ฉันรู้สึกว่าเวลาเดินช้าลง
ฉันรู้สึกถึงความอึดอัด
และดูเหมือนจะเป็นครั้งแรก, ที่ฉันรู้สึกเศร้าหมอง

รูเล็กเล็กที่พอประทังให้แสงน้อยน้อยลอดเข้ามา
เอื้อให้ฉันเห็นทุ่งหญ้าสีเขียวข้างนอกนั่น
ฉันยิ่งรู้สึกเศร้าเข้าไปใหญ่, ที่ตัวของฉันยังคงติดอยู่ในกระถาง

 

 

เวลาผ่านไปเนิ่นนานเสียจนฉันรู้สึกเหมือนเป็นสิ่งเดียวที่มีชีวิตในลังนี้

เคร้ง!!
ที่มาของเสียงทำให้รูที่โหว่อยู่แล้วขยายกว้างขึ้น
มีสายลมเบาเบาพัดเอื่อยเข้ามาด้านใน
พร้อมกับแสงที่ส่องสว่างมากกว่าเก่า

มันทำให้ฉันเห็นเรื่องราวภายในชัดเจนขึ้น
ดอกไม้อื่นอื่นโรยกลีบหมดแล้ว, พวกเขาตายแล้ว
แต่ฉันไม่ได้รู้สึกสลดกับเรื่องเหล่านี้ ..
เพราะฉันพอรู้ว่า, ต้องมีวันที่กลีบของฉันจะร่วงโรยเช่นกัน

 

 

มองออกไปตามทางแสง ..
โลกข้างนอกนั้นช่างเย้ายวนใจยิ่ง

ความมืดทำให้ฉันหวาดกลัวมากกว่าสิ่งที่ "เขา" ทำ
เวลาทำให้ฉันรู้สึกกังวล,
เพราะเมื่อมีวันที่ฉันเติบโต มีวันที่ฉันสวยงาม
ก็ต้องมีวันที่ฉันจะร่วงโรยไป ..

"เขา" ปลูกฉันขึ้นเพื่อสร้างความสุข
แล้วฉันก็เข้าใจถึงสิ่งนั้นดี
ถ้าฉันไม่ถูกย้ายมาอยู่ในลังนี้
ฉันก็คงจะเปรยยิ้มให้สดใสเหมือนดั่งทุกวัน

เพียงแต่ตอนนี้มีเพียงตัวฉัน ..
ในลังมืด กับดอกไม้ที่ตายแล้วเท่านั้น

ภายนอกคงมองเห็นเพียงลังเก่า

แต่ถ้าพวกเขาลองมองมาให้ลึกถึงข้างใน
หรือเพียงแค่เปิดฝาลังออก ..
ให้ฉันได้สัมผัสแดดจ้า เพื่อให้ทุกสายตาได้มองเห็น

จะพบว่า ..
ฉันจะยังคงยิ้มเช่นนี้ แม้ไม่มีใครมองเห็นมัน
ฉันจะยังคงยิ้มเช่นนี้ จนกว่ากลีบของฉันจะร่วงโรยไป

 

 

ดอกไม้ในกระถางอย่างฉัน ..
อาจจินตนาการถึงความอิสระออก
แต่คงไม่มีโอกาสได้เข้าใจมันจริงจริง

ต่างจากดอกไม้ที่เกิดตามธรรมชาติ
ที่มีหลายสิ่งในธรรมชาติคอยดูแล
ทั้งฝน ทั้งลม ทั้งฟ้า ..

แต่พวกเขาเหล่านั้นก็ไม่มีวันเข้าใจบางสิ่งเหมือนที่ฉันเข้าใจหรอก

พวกเขาคงจินตนาการไม่ออกและไม่มีทางเข้าใจว่า,
การดูแลเอาใจใส่และความรักจากมนุษย์นั้นเป็นเช่นไร

 

 

ความสุขมันคงต้องเริ่มที่ตัวฉัน
จากนั้นค่อยค่อยแบ่งปันให้สรรพสิ่งในโลก

ชีวิตการเป็นดอกไม้สอนฉันอย่างนี้ ..

 

 

ฉันรู้สึกอยากให้ "เขา" พบความจริงข้อเดียวกับฉัน
และหวัง, ให้หยดน้ำที่ร่วงหล่นจากดวงตาของ "เขา" นั้น
เป็นหยดน้ำแห่งความสุข มิใช่ความทุกข์

 

Comment

Comment:

Tweet

ทึ่ง ทึ่ง ทึ่ง

คิดได้ยังไงกันเนี่ย

เก่งๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ชอบๆๆๆๆๆๆๆๆจ้ะ

#17 By ma-mew (113.53.107.96) on 2010-05-18 00:46

open-mounthed smile

ขอบคุณค่ะ พี่อั๋น

#16 By bouudaes on 2010-05-09 19:59

ชอบเรื่องนี้ที่สุด ^^

"ความสุขมันคงต้องเริ่มที่ตัวโบว์
จากนั้นค่อยค่อยแบ่งปันให้สรรพสิ่งในโลก"
เมล็ดพันธุ์ ..เติบโต เบ่งบาน แต่ก็ต้องเหี่ยวเฉาตามกาลเวลา..

แต่ความสวยสดงดงามจะบานในความทรงจำเสมอค่ะ big smile
รู้สึกว่าเขียนแล้วเหมือนยังขาด
..
ต่อไปจะเขียนให้ลึกซึ้งกว่านี้
และมีประเด็นกว่านี้

เขียนประมาณสามวัน
มันเหมือนติดขัดอย่างไรไม่ทราบแน่ชัด

sad smile

ขอบคุณที่คอมเม้น ที่อ่าน
แล้วจะขอบคุณมากถ้าติ ..

เพราะอ่านแล้วรู้สึกมึนว่ะ
angry smile

#13 By bouudaes on 2010-05-03 23:41

หยดน้ำที่ร่วงจากตา ...

แม้ขณะที่ร่วง ... จะเป็นความทุกข์

หากเมื่อหยดน้ำแห้งไป .... ก็จะสุขเอง

เพราะไม่มีความทุกข์ใด จะอยู่กับเราได้ตลอดไป




แต่หากหยดน้ำตานั้น เป็นหยดน้ำแห่งความสุข

เมื่อไหร่ที่คิดถึง ... เราก็จะมีความสุขเสมอ

มิรู้ลืม



^^

#12 By Initmate on 2010-05-03 19:35

ดอกไม้ดอกน้อย...เข้มแข็งจังbig smile

#11 By L*Ourson on 2010-05-03 18:39

แต่งได้สุดยอดจริงๆค่ะ T T

อ่านไปก็สงสารดอกไม้ในกระถาง

#10 By Hu waa' on 2010-05-03 18:17

จะเศร้าไปไหนคุณน้อง

#9 By E.T.*** on 2010-05-03 17:52

เศร้าด้วย....

ฟังเพลงโดนๆได้ที่
http://love-magic.exteen.com/

#8 By Love Magician on 2010-05-03 17:42

ลายเส้นสวย เรื่องเศร้า big smile

#7 By Faris Cassidy on 2010-05-03 14:58

ซิ้มเอาดีทางด้านนี้ขึ้นนะ
อ่านแล้ว
เข้าถึงอารมณ์มากกกกกก
สมกับที่แก สะสมประสบการณ์จากการอ่านมานาน
5555


อ่านแล้วเศร้า

#6 By babuababo on 2010-05-03 14:43

โฮะ
เพื่อนคนนี้ของฉันเก่งจัง

โน้งโบวเขียนได้ดีมากๆค่ะ

ฝีมือการเขียนพัฒนาเยอะมากๆเลย

อืม,,,ดอกไม้ยังเข้าใจตัวมันเอง
แล้วเราล่ะ ก็ต้องเข้าใจตัวเราเช่นกัน
การเข้าใจตัวเอง
บางทีมันก็ยาก ยากเพราะไม่รู้วิธี
แต่หากรู้แล้วอาจจะง่าย
หรือไม่ก็ ยากจนทำไม่ได้เลยก็มี

ฉะนั้น
ก็ต้องมีสติกันไป ถึงจะเข้าใจอะไรได้ง่ายๆ

หึหึ

ไม่รู้อ่านแล้ววิเคราะห์ถูกไหมนะ
เหอๆ

ปล.ผลงานชิ้นนี้เป็นศิลปะร่วมสมัย เอ้ย
ศิลปะร่วมศิลปินดิ มีสองคนแหนะ ฮิ้ว!
confused smile confused smile confused smile Hot!

#5 By inthebee on 2010-05-03 14:27

เเต่งได้ถึงขนาดนี้เลยหรอ เก่งหวะ

#4 By maha on 2010-05-03 13:43

เรื่องเศร้าของความหวังนะเนี่ย

#3 By Ruchesmowse on 2010-05-03 13:33

sad story

Hot! Hot! Hot!

#2 By Pause me again on 2010-05-03 13:18

embarrassed

งง งง มะ เนี่ย

#1 By bouudaes on 2010-05-03 12:29