สิบบรรทัดก็น่าจะพอ

posted on 18 Apr 2010 13:35 by millhz

 

  เอามาจาก 10 Line's Memo ฉบับเขียนให้ตัวเองอ่านเล่น
  ผสมความคิดที่ว่า, จะเขียนอะไรมากมาย สิบบรรทัดก็น่าจะพอ

 

  วันนี้เข้าใจอะไรมากกว่าเมื่อวาน
  เข้าใจว่า, บางที
  ระหว่างชายหญิงที่ไปดูหนัง กินข้าว กินไอติม ไปไหนมาไหนด้วยกัน
  ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นแฟนกันเสมอไป
  อาจเกิดความรู้สึกอยากตั้งคำถามระหว่างความสัมพันธ์บ้าง
  ว่า "เราเป็นอะไรกัน ?"
  แต่ถ้าล้างสมองตัวเองและลืมเส้นกรอบที่สังคมขีดขึ้นมาล้อมรอบตัวเราไปบ้าง
  มันก็ดูจะสนุกและสุขกว่าไม่ใช่หรือ ?
  หากจะมีคนอีกคนหนึ่งนั่งอยู่ข้างกันบนเส้นทางหนึ่ง
  ที่เมื่อถึงทางแยก, ก็แค่แยกทาง .. โดยไม่มีอะไรมาผูกมัดกันเอาไว้

 

 

 

 

  แม้ไม่ใช่ครั้งแรกที่กดโทรศัพท์ไปหาเธอ, ใจเราก็ยังเต้นเหมือนครั้งแรกไม่มีผิด
  บางความคิดก็แค่อยากได้ยินเสียง บางความคิดก็แค่อยากพูดคุย
  เสียงของเธอครั้งนี้ดูอบอุ่นกว่าครั้งก่อน, ฟังดูเป็นมิตร
  ทำให้อยากหาเรื่องมาคุยกับเธอให้นาน
  แต่น่าเสียดายที่เธอมีงานต้องทำ และสัญญาณไม่ค่อยจะดี
  เราก็เลยเลือกที่จะวางสาย .. (เรานี่ หมายถึง เรากับเธอทั้งคู่นะ)
  แต่มันน่าดีใจตรงไหนรู้ไหม ?
  เพราะเสียงของเธอทำให้เรารู้สึกได้ว่าเธอไม่อยากวาง
  แล้วสักวันหลังจาก disconnected โทรศัพท์ครั้งนั้น
  เราจะได้คุยกันอีก ..

 

 

 

 

  แปลกใจ, ที่วันนี้เธอโทรศัพท์มา
  อาจเป็นเพราะเมื่อวานเราได้คุยกัน แต่มันสั้นมากจริงจริง
  วันนี้เราก็ไม่ได้คุยยาวไปกว่าเมื่อวานสักเท่าไร
  แต่ความสุขที่ได้รับมานั้น .. ก็ไม่ได้น้อยไปกว่าช่วงเวลาไหนไหนที่เราใช้ร่วมกัน
  เรารู้สึกสบายใจที่ "เรา" เป็นอย่างนี้
  เรารู้สึกชอบใจที่ "เรา" เป็นอย่างนี้
  มันคงจะนานกับความสัมพันธ์เช่นนี้
  หากไม่มีใครคิดจะเปลี่ยน, หรืออาจจะเปลี่ยน
  หากมีคนคิดเปลี่ยนใจ ..

 

 

 

 

  เวลาคิดถึงเรื่องดีดีที่เธอทำให้, ไอ่เรามันก็มักลืมไปเสมอ
  กับคำพูดของเธอในคืนวันนั้น .. "อย่าหวังอีกเลย, เสียเวลา"
  เธอบอกว่าอย่าหวัง แต่เธอทำเหมือนให้ความหวัง
  หรือความจริง, เธออาจจะไม่ได้ให้ความหวัง
  เพียงแต่เราคิดไปเอง, แล้วธรรมชาติของมนุษย์ก็ย่อมต้องการ "ความหวัง"
  ขอโทษนะ .. ที่ไม่อาจเชื่อคำพูดของเธอได้
  เพราะบางที, เราก็ยังคิดที่อยากจะหวังอยู่เหมือนเดิม
  .. แม้ว่าสุดท้าย, เราจะเป็นคนเดียวเท่านั้น
  ที่ต้องเสียน้ำตา ..

 

 

 

 

  กำลังฟังเพลง "รักคุณเข้าอีกแล้ว" รอบที่เท่าไรแล้ว, ก็ไม่รู้
  ทั้งเนื้อเพลง ทั้งความหมาย ทั้งทำนอง .. แทนทุกทุกอย่างที่เราคิดที่เรารู้สึก
  เคยบอกว่าอยากให้เธอฟังเพลงนี้เมื่อนานมาแล้ว
  หากเธอยังจำได้ หากเธออยากฟัง ขอให้รู้ว่าเรามอบทุกถ้อยคำในบทเพลงนั้นให้เธอนะ
  เมื่อตอนสามทุ่มเกือบสี่ทุ่มเธอโทรศัพท์มา
  หลังจากวางสายไปราวสิบนาทีก่อนหน้าที่จะมาเขียน
  เรารู้สึกอบอุ่นใจอย่างประหลาดที่ได้คุยโทรศัพท์กับเธอในวันนี้
  วันที่เราพ่ายแพ้ครอสเวิร์ดถึงสี่กระดานติดต่อกันเป็นครั้งแรกในชีวิต
  ถ้อยคำของเธอแม้ไม่ได้ปลอบใจ แต่ก็ไม่ได้ฉุดความรู้สึกให้แย่ลง
  มันดีเสียด้วยซ้ำ, แค่ได้ยินเสียงเธอ ..

 

 

 

 

  คืนหนึ่ง หนังไทย, เข้าไปเก็บบรรยากาศแล้วจากมา
  หากเธออยู่ที่นี่ด้วยในคืนนี้, ความสุขคงเพิ่มขึ้นจากเก่า
  วันนี้มีพี่หมิวอยู่ด้วย, อยากขอบคุณพี่หมิวสำหรับความสนุกความสุข
  พี่หมิวเป็นเพื่อนที่ดีมากมากนับตั้งแต่วันแรกที่ได้รู้จักกัน
  เป็นคนที่ทำให้เรามีความสุขเมื่ออยู่ด้วยกันคล้ายตอนที่เราอยู่กับเธอ
  เสมือนความอบอุ่นในค่ำคืนที่หนาวเย็น
  อาจคล้ายผ้าห่ม, จะว่างั้นก็ได้
  ตอนนี้พี่หมิวหลับอยู่, ดีแล้ว จะได้ไม่เห็นที่เราเขียน
  ส่วนเธอน่ะหรอ, ไม่ว่าจะหลับหรือจะตื่น
  เธอคงไม่เข้ามาอ่านบล็อกไร้สาระที่เต็มไปด้วยเรื่องของเธอบล็อกนี้หรอก!

 

 

 

 

  ตอนที่เราคิดถึงเรื่องของเธอวันนี้ .. มันช่างสับสน
  เธอห่างหายจากโทรศัพท์ไป, นับตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา
  จนทำให้เราอดคิดไม่ได้ว่า .. เธออาจพบเจอคนที่เธอชอบเข้าให้แล้ว
  แล้วเราจะยังมีความหมายอยู่ไหม ?
  แล้วคนที่เธอจะชวนไปเดินดูไฟสนามหลวงด้วยจะยังเป็นเราอยู่หรือเปล่า ?
  แล้วเวลาที่เธอมาทับแก้ว, เธอจะคิดถึงใครก่อนคนแรก ?
  ไม่สิ, หากถึงเวลานั้นแล้วจริงจริง
  เธอคงมาพร้อมกับคนอีกคนที่อยู่ข้างเธอ

 

 

 

 

  ความรู้สึกสับสนเหล่านั้น, เวียนหายไป
  เมื่อโทรศัพท์สั่นและมีชื่อเธอปรากฏอยู่บนหน้าจอมือถือ
  เรานัดเจอกันตอนเย็นของเมื่อวันพฤหัสบดี, เมื่อวาน, เมื่อวันที่เพิ่งผ่านมา
  นับตั้งแต่ที่เธอย้ายไปเรียนอยู่ฝั่งโน้น, เราคิดเสมอว่า "เราสองคน" คงไม่ได้เจอกันอีก
  แต่นี่ .. ไม่ใช่เลย, แม้เราจะไม่ได้เจอกันบ่อยเหมือนเมื่อก่อน
  แต่อย่างน้อย, มันก็กลายเป็นทุกวันของวันพฤหัส,
  วันก่อนที่เธอจะมาเรียนฝั่งนี้, ซึ่งจากสี่วันก็กลายเป็นวันเดียวของอาทิตย์
  คืนนี้เป็นเทศกาล "คืนหนึ่งหนังไทย" วันสุดท้าย
  รถไฟฟ้ามาหานะเธอ กับ ห้าแพร่ง .. ที่เคยดูในโรงหนังสี่เหลี่ยมมาทั้งหมด
  วันนี้, มันมาฉายอยู่บนจอกลางแจ้ง .. ใต้แสงพระจันท