"สิ่งดีดีในชีวิตผมเกิดขึ้นที่นี่"
ประโยคที่อ้าต (เร แมคโดนัลด์) จากเรื่องโอเนกาทีฟพูด
ได้ยินเพียงครั้ง, แต่ติดตรึงนับแต่นั้นและตลอดมา

ที่นี่ - ที่เขาหมายถึง ..
คือ .. ที่นี่

 

 

อย่างที่เคยบอกไปตั้งแต่ช่วงแรกที่เริ่มต้นเขียนบล็อก
ศิลปากร เป็นมหาวิทยาลัยที่เราไม่เคยคิดถึงมาก่อน
สมัยมอปลาย, ถ้ามีคนถามว่าอยากเข้าที่ไหน อยากเรียนคณะอะไร
อันนั้นพอตอบได้ เพราะเชื่อและมุ่งมันมาตลอด ..
ว่าต้องเป็น อักษรศาสตร์ คณะเดียวเท่านั้น
แต่เรื่องของมหาวิทยาลัย, แน่นอนว่าเราคาดหวังสถาบันอันดับที่หนึ่งของประเทศ
เราหวังตั้งแต่เรายังใส่ชุดมอปลายเดินอยู่ในงานจุฬาฯ วิชาการ
ตอนนั้น, ศิลปากร อยู่ที่ไหน เป็นอย่างไร
เราไม่เคยรู้และไม่เคยคิดสนใจเลย

 

 

 

 

เราไม่เคยรู้สึกชอบหรือรู้สึกซาบซึ้งกับระบบการศึกษาไทยเลยแม้แต่นิด
แม้จะเป็นเช่นนั้น แต่เราก็อยากขอบคุณ ..
ที่สร้าง ๔ อันดับนั้นขึ้นมาให้เราใส่ชื่อคณะวิชาและมหาวิทยาลัยที่ต้องการ

อักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
อักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
มนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
มนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

เป็นชื่อคณะและมหาวิทยาลัยที่เราท่องจำจนขึ้นใจ
ว่าเราจะเลือก และเราคิดว่าเราได้แน่แน่

 

ถ้าวันนั้น, ผลประกาศแล้วเราติดอันดับหนึ่ง
หรือถ้าวันนั้นผลประกาศแล้วเราติดอันดับสาม อันดับสี่ ..
ชีวิตตอนนี้จะเป็นอย่างไรเราก็ไม่รู้
เราจะได้พบเจอใครบ้างเราก็ไม่รู้
เพื่อนเพื่อนแบบไหนที่จะมาร่วมสร้างความทรงจำดีดีสี่ปีด้วยกันเราก็ไม่รู้
กิจกรรมแบบไหน ความสนุกแบบไหน ความคิดแบบไหน
แรงบันดาลใจแบบไหน โลกแบบไหน .. ความภาคภูมิใจแบบไหน
เราไม่มีทางรู้เลย ..

 

 

 

 

เฟรชชี่ - เชื่อว่าทุกคนคงชอบคำนี้
แต่คงมีเหตุผลที่ชอบคำนี้ต่างกัน
บ้างชอบเพราะมันสื่อถึงความใหม่
เหมือนภาพนี้, เป็นภาพที่เราถ่ายตอนเป็นเฟรชชี่ใหม่ใหม่
ถ่ายไว้ตั้งแต่ตอนที่เรายังไม่มีจักรยาน
และยังจำถนนหนทางไม่ได้ว่าทางไหนคือทางไหน ที่ไหนคือที่ไหน ??
ขนาดตอนที่ถ่ายภาพนี้, ยังจำไม่ได้เลยว่าตอนนั้นอยู่ส่วนไหนของมอ ?

ตอนแรกก็เรียกที่นี่ว่า "ศิลปากร นครปฐม"
จนอยู่ไปได้นาน เริ่มสนิทมากขึ้นเรื่อยเรื่อย
เลยได้รู้และเริ่มเรียกชื่อเล่น .. ว่า "ทับแก้ว"

 

โปสเตอร์เชิญชวนให้บรรดาเหล่าเฟรชชี่มาร่วมงานรับน้องรวมที่ทับแก้ว
(หากอยากอ่านบันทึกตอนรับน้องเชิญ คลิก)

 

ทุกอย่าง แม้มันจะดูเก่า แต่มันก็ยังใหม่สำหรับเรา
ทั้งโต๊ะเลกเชอร์ กระดานดำ บรรยากาศข้างนอกหน้าต่าง
ที่เราไม่เคยพบเจอมาก่อน ไม่เคยจินตนาการถึง
แต่ได้มาชิดใกล้ และได้มาสัมผัส .. ใกล้ใกล้

 

ช่วงรับน้องหลังจากเปิดเทอมแล้ว
ให้ล้อมวงทำกิจกรรมกัน
การรับน้องของอักษรฯ ที่นี่ไม่มีว้ากหญิง
(แต่มีว้ากชาย และว้ากนะจ๊ะ - นะจ๊ะ คือ กระเทยทับแก้ว)
มันมีทั้งข้อดีและข้อเสีย
ข้อดีคือไม่ทำลายสุขภาพใจ
แต่ข้อเสียคือไม่ค่อยได้รู้จักใคร
ช่วงแรกแรกที่มาอยู่เลยกลับบ้านทุกอาทิตย์
แต่หลังจากนั้น ..

 

เราเข้าร่วมทำงาน "ชั้นปี" ของคณะ
คล้ายกิจกรรมที่ทำเพื่อคนในชั้นปีเดียวกัน
ทั้งเหนื่อย ทั้งสนุก
แต่ที่แน่แน่คือได้รู้จักเพื่อนและรุ่นพี่หลายคน

งานแรกที่เจอคืองาน "อักษรฯ สัมพันธ์น้องพี่"
เป็นการแข่งกีฬาระหว่างน้องปีหนึ่งกับพี่อีกสามปี
ตอนนั้นเรายังอยู่ฝ่ายสวัสดิการ ทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้

 

โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์งานกีฬาเฟรชชี่ของวิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี 

จนถึงกิจกรรมของมหา'ลัย, กีฬาเฟรชชี่
ตอนนั้นเราเพิ่งทำกิจกรรมของคณะเสร็จไป
แล้วจู่จู่กีฬาเฟรชชี่ก็โผล่มาอีก ..

ทำให้ตอนนั้นคิดว่ากิจกรรมต้องมีตลอดช่วงแน่เลยหว่ะ
แล้วถ้าเรามาทำกิจกรรมแล้ว เราจะมีเวลาเรียนไหม
แต่ถ้าให้เลือกเรียนกับกิจกรรม, เราว่าทำกิจกรรมได้ประสบการณ์มากกว่านะ
ตอนนั้นเลยโดดเรียนบ่อยมาก เรียกได้ว่าโดดตั้งแต่คาบแรกที่เริ่มเรียนเลย
กลายเป็นสิ่งที่การีนตีได้จริงจริง ..
ว่า "ทำกิจกรรม ได้ประสบการณ์มากกว่าจริงจริง"
(ฮ่า ฮ่า ฮ่า)

 

แสตนด์อักษรฯ ธีมอียิปต์

จำได้ดีในคืนนั้น, คืนที่เรากลับมอมาช่วยงานชั้นปีที่โรงละครทรงพล
(ปัจจุบันทุบทิ้งไปแล้ว)
มีรุ่นพี่คนหนึ่งกำลังตามหาคนทำซาวด์
(เกี่ยวกับพวกเทคนิกเสียง เพลงประกอบ อะไรทำนองนี้)
เรา, ด้วยความที่อยากช่วย ด้วยความที่อยากทำอะไรสักอย่าง
เลยคิดว่ามันน่าสนุก แล้วเราน่าจะทำได้ ก็เลยอาสา ..
นั้นเป็นต้นเหตุที่ทำให้เราได้รู้จัก "พี่เทคฯ" หรือ "พี่สายงาน"
พี่ที่เราสนิทมากกว่าพี่รหัส และเรารู้สึกนิยมชมชอบ
เพราะพี่เขาเป็นคนอารมณ์สบายสบาย ค่อนข้างตลก
เป็นพี่อีกคนที่เรารู้สึก