สองด้านของเวที

posted on 09 Feb 2010 18:59 by millhz

 

คนที่ฉันชอบ, เขาเป็นพิธีกร

 

 

 

 

แต่ฉันไม่เคยสังเกตเห็นเขามาก่อน

แม้ฉันจะชอบไปงานมหา'ลัยหลายต่อหลายครั้ง
และเขาก็เป็นพิธีกรหลายต่อหลายหน
แต่เมื่อวันนั้น, เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นเขาในฐานะนั้น

จนเมื่อเราได้พบเจอกันครั้งแล้วครั้งเล่า
จนเมื่อเราเจอหน้ากันอีกครั้งแล้วจะเรียกชื่ออีกฝ่ายไม่ผิด
จนเมื่อฉันชอบเขาในอย่างที่เขาเป็น

เขาเพิ่งมีตัวตนอยู่ในโลกของฉันได้ไม่นาน
แต่บทบาทที่ดำเนินอยู่นั้น
กลับเป็นคนสำคัญ, ที่ฉันให้ใจ

 

 

 

 

เมื่อวันนั้น,
เป็นเวลาหลังจากที่พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว
แสงไฟหลากสีจึงโดดเด่นขึ้นท่ามกลางความมืด
แต่คงไม่สว่างเท่าแสงไฟวิบวับบนเวที

"ศิลปากรรื่นเริง" คือชื่อธีมของงาน SMA (เอสเอมเอ, สมา) ปีนี้
(SMA : Silpakorn Music Award)

คนเยอะมาก มากมาก
แต่ไม่รู้จักใครสักคน ..

ตัดสินใจออกจากร้านไอซ์เบิร์ก (ร้านไอติม) กลับมาที่มอ
เพราะคำชวนของเพื่อนสาวที่อยากให้มาดูการแข่งเต้นเพลงลูกทุ่งในคืนนั้น
ตามทิ้งท้ายด้วยประโยคที่ว่า "พี่เขาเป็นพิธีกรงานนี้ด้วยนะ น้องโบว์"
(เพื่อนมันกวนตีน ชอบเรียก "น้องโบว์" แบบเสียงสูง)

เดินฝ่าฝูงชนมาที่หลังเวที ..
เจอเพื่อนสาวในชุดอลังการงานสร้าง
กำลังเต้นออกกำลังกายเนือยเนือยตามจังหวะเพลงที่ดังอยู่
ฉันเดินเข้าไปทักทายปราศรัยและให้กำลังใจตามสูตร
จนสายตาไปปะเข้ากับเสื้อสก็อตสีสดใสของผู้ชายคนหนึ่ง

ฉันรู้ทันทีว่าเป็นเขา, เขาคนนั้นที่ฉันชอบ
ถึงแม้จะเห็นแค่ด้านหลังก็ตามที

 

 

 

 

ความช่างสังเกตของฉัน
บางที, มันก็ให้ข้อดี
บางที, มันก็มีข้อเสีย

แต่ฉันเริ่มรู้สึกรักมัน, การสังเกต
มันเป็นสิ่งที่ทำให้ฉันเข้าใจรายละเอียดของชีวิต
มันเป็นสิ่งที่ทำให้ฉันรู้ว่าหลายหลายอย่างที่อยู่ในโลก
อาจเป็นมาก หรือน้อยกว่าที่คิด

เช่นเดียวกับที่ฉันกำลังมองผู้ชายคนนั้น
เขายืนอยู่ข้างข้างเวที .. กำลังอ่านสคริปต์
ฉันไม่แน่ใจว่าเขากำลังเคร่งเครียดหรือต้องการสมาธิหรือไม่
แต่ฉันค่อนข้างแน่ใจว่ามันอาจจะเป็นอย่างที่ฉันกำลังคิด

ฉันทำได้แค่มองเขา ..
ฉันไม่กล้าที่จะเข้าไปไหว้เขาหรือแม้กระทั่งเอ่ยชื่อเขาในระยะไกล

เหมือนจะเป็นเรื่องที่เคยทำได้ง่ายง่าย
แต่มันกลายเป็นเรื่องที่ในตอนนี้, ฉันไม่สามารถทำได้
อาจเป็นเพราะความขี้ขลาดของฉัน

 

 

 

 

เสียงเพลงสิ้นสุดลง, ผู้ชมปรบมือ
ตามด้วยพิธีกรชายหญิงสองคนขึ้นไปบนเวที
เสียงของเขาดังผ่านไมค์ แต่ก็ยังเป็นเสียงของเขา
ฉันที่ยังยืนอยู่ด้านหลังเวที ก็ยังเห็นแค่ด้านหลังและด้านข้างของเขา

แต่ฉันไม่ต้องการมากไปกว่านี้อีกแล้ว ..

ที่ฉันขับมอไซค์ ฝ่าลมจนหัวฟู
ทิ้งไอติมที่รอคิวนานมากกว่าจะได้กิน (รอตั้งแต่หกโมงกว่ายันสองทุ่มกว่า)
ทิ้งกลุ่มเพื่อนเพื่อนไว้ที่ร้าน
เพื่อกลับมาที่มอ .. เพื่อมาที่งาน
เพื่อที่จะได้มาเห็นเขาคนนั้น, ในฐานะพิธีกร

 

 

ฉันเลือกเดินออกมาจากงาน, เมื่อเห็นเขาพูดบนเวทีไปได้สักพัก
ขับมอไซค์คันเดิม พาตัวเองคนเดิม กลับไปที่ร้านเดิม
นั่งมองเพื่อนเพื่อนกลุ่มเดิมคุยกัน ..

ผ่านหัวใจที่ว่างเปล่า ดวงตาที่ไร้แวว
และความคิดที่วนเวียนซ้ำไปซ้ำมา ..

 

 

 

 

หนึ่งวันถัดจากวันนั้น
เจอเพื่อนเพื่อนมากหน้าหลายตา
ก็เข้ามาบอกว่า ..
คืนนั้น, พี่เขาเป็นพิธีกรที่ฮามาก
ฮาได้ตลอด กวนตีนสุดสุด เก่งจริงจริง (ทำนองนี้)

ฟังไป, ฉันก็แอบรู้สึกเสียดายที่ฉันออกจากงานมาก่อน
แต่ฉันก็ไม่ได้รู้สึกเสียใจเท่ากับเรื่องที่ฉันคิดมีใจให้เขา

เพราะอย่างน้อยในวันนั้น ..
ฉันได้เห็นเขาในอีกด้านหนึ่งที่ข้างหลังเวที, ไม่ใช่ข้างหน้าเวที
เห็นเขา, ในที่ที่น้อยคนนักจะมายืนสังเกตหรือให้ความสนใจ

ฉันดีใจที่ฉันเป็นคนนั้น,
คนที่มองเห็นเขาอ่านสคริปต์เพื่อเตรียมตัวก่อนขึ้นไปยืนข้างบน
ฉันเห็นเขากำลังมีสมาธิ
และที่ฉันจ้องเขาทุกอิริยาบถนั้น ก็เพราะอยากส่งกำลังใจไปให้
ไม่ว่าเขาจะต้องการมันหรือไม่ ..

 

 

 

 

คำพูดของเพื่อนเพื่อนฉันถัดจากวันนั้น ..
ยังคงลอยละล่องอยู่ในหัว
"พี่เขาฮามาก"
"พี่เขาเก่งจริง ทำฮาได้ตลอด"
"พี่เขาเป็นพิธีกรที่เก่งมาก"

ฉันฟังแล้วฉันก็รู้สึกดีใจ
ฉันฟังแล้วฉันก็รู้สึกมีความสุข
ฉันฟังแล้วฉันรู้สึกเต็มตื้นในหัวใจ
(ทำไมฉันต้องเป็นอย่างนี้ด้วยนะ ?)

แต่เมื่อวาน ..
วันที่เส้นทางของฉันกับเขามาตัดกันอีกครั้งบนถนนเส้นนั้น
แม้ฉันเห็นแค่หลังไหวไหวไวไวของเขา
แต่ฉันก็จำได้และรู้ทันทีว่านั่นคือเขา ..

ฉันยังคงเห็นเขาอยู่คนเดียวตลอดเวลา
หรือมันเป็นเพราะความบังเอิญหรือเปล่า
ที่ฉันมักเห็นเขาอยู่คนเดียวตลอด

มันหลายครั้งแล้วนะ .. ที่ฉันเห็นแบบนั้น
หรือมันจะเป็นอย่างที่เขาเคยพูดไว้ว่าเขาชอบอยู่คนเดียวมากกว่า
แต่, มันจะเป็นไปได้หรอ .. ?
กับการที่คนเราจะอยู่คนเดียวไปทุกเวลาน่ะ
เป็นฉัน .. ฉันคงเหงาแย่

 

 

 

 

สองด้านของเวที
ด้านที่มืด กับ ด้านที่สว่าง
ฉันมองเห็นเขาแค่ด้านหลัง
เชื่อไหม ? ว่าหลังจากเรื่องราวก่อนหน้านั้น
ฉันเห็นเขาแค่จากด้านหลังตลอดเวลา

เขาเคยบอกกับฉันผ่านตัวหนังสือของเขาว่า ..
"ขอบคุณที่มองเห็นกันตลอดเวลา"

ฉันรู้สึกชอบประโยคนี้

และฉันก็อยากบอกเขาว่า ..
ฉันไม่ต้องการคำขอบคุณหรอกนะ
ขอแค่เขายังยืนอยู่ในที่ที่ฉันมองเห็น
ไม่ว่าจะด้านหน้า ด้านหลัง หรือด้านข้างเวที
บนถนน บนจักรยาน หรือในที่ที่ฉันรู้ว่ามีเขาอยู่
ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็ตามแต่ ..

แค่นั้น, ฉันรู้สึกขอบคุณยิ่งกว่า

ฉันเคยเห็นเขาในฐานะคนไม่รู้จักมาก่อน
ถัดมากลายเป็นคนคุ้นหน้า
จนเจออีกครั้งจึงกลายเป็นคนรู้จัก
เมื่อวันเวลาบ่มความสัมพันธ์,
เขากลายมาเป็นพี่ชายต่างคณะที่ร่วมชื่อมหา'ลัยเดียวกัน
จนเมื่อถึงวันที่เขาแสดงละคร ฉันก็เห็นเขาในฐานะนักแสดง

และจนเมื่อวันนั้น ..
พิธีกรหลายต่อหลายงานที่ฉันเคยร่วม
พิธีกรหลายต่อหลายงานที่ฉันไม่เคยสังเกต
พิธีกรหลายต่อหลายงานที่ฉันไม่เคยสนใจ
กลับกลายเป็นพิธีกรที่ฉันจะจดจำเขาไว้
ผู้ชายคนนั้น คนที่ฉันชอบ ในอีกฐานะหนึ่ง

 

 

 

 

ฉันคิดว่า ..
เทอมหน้า, เมื่อฉันขึ้นปีสอง
ณ คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์
หรือ "ทับแก้ว" ที่ฉัน (โคตร) รักนี้

ฉันคงอยากเข้าร่วมงานของมหา'ลัยทุกทุกงาน
แม้ว่าฉันจะว่าง ไม่ว่าง งานน่าสนใจ หรือไม่น่าสนใจ
(แต่ส่วนใหญ่ล้วนน่าสนใจทั้งสิ้น อิอิ)
เหตุผลน่ะหรอ ? - คงเพราะพิธีกรคนนั้นเป็นแม่นมั่น

! ! !

Comment

Comment:

Tweet

ทำไมกลับมาอ่านอีกครั้งแล้วมีความสุข
..
คนที่ชอบก็ยังเป็นคนที่ชอบอยู่เช่นเดิม
ชอบแค่ได้ชอบ

ก็มันมีเท่านั้นนี่นะ
และไม่ต้องการอะไรไปมากกว่านี้อีกแล้ว

big smile

#21 By bouudaes on 2010-03-25 02:18

ลืมชั้นแล้วเหรอหา 555 ไม่ต้องรีบก็ได้ จบไปแล้วค่อยเขียนแล้วกัน เหอๆๆๆ

#20 By Khwan (202.44.135.34) on 2010-02-17 13:16

#17

ใครหนอ ?

ถ้ามันเป็นอย่างนั้นได้ก็อาจจะดีละมั้ง
แต่เท่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็ใช่ว่าไม่ดีนะ

การที่เขาไม่หันมา
เขาอาจมีเหตุผลของเขาที่เราไม่มีสิทธิ์ล่วงรู้
เราก็มีสิทธิ์มองเขาต่อไปในฐานะนี้เหมือนกัน

แต่เราว่า, หยุดอยู่เท่านี้ก็ดีแล้ว
อย่างที่ทุกถ้อยคำที่เขาบอก
ว่าทุกอย่างมันจะกลายเป็นความทรงจำ
.. แล้วความทรงจำที่มีเขาอยู่
มันก็ช่างสวยงามเสียจนไม่อยากจะคิดสิ่งใดมากไปกว่านี้อีกแล้ว

อย่างที่บอก, ขอแค่อยู่ที่ที่เรามองเห็นได้
ก็ขอบคุณมากมาย confused smile

ใครหนอ ?
เม้นแล้วไม่เขียนชื่อ
แต่ก็ขอบคุณนะค่ะ
สำหรับกำลังใจ

ขอบคุณทุกคนเลย
big smile

#19 By bouudaes on 2010-02-14 13:30

และแกก็ยังคงเป็นผู้กล้าเหมือนเคย

หน้าไม่ให้ แต่ใจลุ๊ย ลุย

#18 By yorei (125.24.220.109) on 2010-02-13 12:04

ถ้าเค้าหันมาบ้างก็คงดีสินะ

#17 By .... (110.164.227.186) on 2010-02-13 02:42

พี่ชอบอารมณ์แอบรักอ่ะbig smile

#16 By E.T.*** on 2010-02-11 19:56

หืม
ติดตามพิธีกร เชียว
ดีจังเลยจ้ะ โน้งโบว มีคนให้คอยติดตามด้วย

เราก็ชอบคนที่ดูมีอะไรนะ
มีความสามารถแล้วมันทำให้ดูดีขึ้น

แต่สุดท้ายก็ได้แต่ชอบ
เพราะเราเองยังไม่ค่อยมีความสามารถนัก

เวลาที่เราชอบใคร
เราจะมองเห็นเขาคนเดียว ถึงแม้ว่าอยู่กับหลายๆคน

กิจกรรม
การทำกิจกรรมดีนะ รู้จักคนเยอะๆ
เขาจะได้ช่วยเหลือเรา
เป็นที่ปรึกษาในเรื่องที่เราไม่รู้

โน้งโบว สู้สู้นะคะ
จะสอบแล้ว big smile open-mounthed smile

#15 By inthebee on 2010-02-11 02:32

เล่นซะติดตตามจนต้องมานั่งอ่านคอมเม้น

#14 By maha on 2010-02-11 00:28

เห็นมอเตอร์ไซด์แล้ว
ซื้อใหม่เหรอ?
เหมือนเคยเห็นปั่นจั๊กconfused smile

ไอติมร้านนั้นก็ยังไม่เคยไป sad smile

มีความสุขแบบง่าย ๆ ดีจังเลย ^^
อ่านแล้วน่ารักดีจัง..ป๊อปปี้เลิฟ..แค่แอบรัก แอบมอง แอบเห็น ก็สุขใจมากมาย big smile
ความรักของชาวอักษรนี่
มันช่างละเมียดละไมจริงๆ

ขนาดเล่าเรื่องความรักยังได้อารมณ์แบบบทกวีเลยconfused smile

#11 By pumpim on 2010-02-10 12:34

มีงาน SMA แล้วเหรอเนี่ย
ไม่ได้ดูมาตั้งสองปีแล้ว


วันนี้ได้อ่านบลอคของชาวศฺลปากรหลายบลอคเลย
คิดถึงจริงๆศิลปากร .... คิดถึงบ้าน

#10 By Paa orKant on 2010-02-10 08:12

คนที่ฉันชอบ ไม่ว่าเขาจะทำอะไร อยู่ใกล้ไกล ก็ดูเหมือนจะอยู่ในสายตาฉันตลอดเวลาสิน่า

คนนับสิบนับร้อย ปะปนกัน ฉันก็เห็นเพียงเขา ฉายแววโดดเด่านในสายตา ขณะที่คนอื่นคล้ายจะเป็นสีเ่ทาเลือนลางอยู่รอบๆ

อารมณ์แอบปลื้มแอบชอบนี่แหละ เป็นสุข..อย่าบอกใครเขียว

อ่านแล้วสุขใจตามด้วยเหลือเกิน big smile
รู้สึกว่าชีวิตเราดูจะล้ายๆกันเลยไอป้า

ฮ่าๆ

อ่านบางบทบางตอน เหมือนอ่านชีวิตตัวเองอยู่

ฮ่าๆ - -* หัวเราะอะไรมากมาย

รู้ไม๊น้องโบว์ จัสมินเชื่อเสมอว่า

ถ้าเราคิดว่าเราทำได้ ถ้าเราคิดว่ามันเป็นไปได้

มันก็จะเป็นไปได้


เข้าใจไม๊ ... ไม่ว่าเราจะคิดว่าผิดหรือถูก มันก็เป็นความคิดที่ถูกทั้งนั้น

^_________^

ขอให้เข้มแข็ง ขอให้อดทน

และจะมีเพื่อนรักคนที่เป็นเพื่อนที่มี ...หัวอกเดียวกัน
ร่วมเดินทางไปด้วยกัน
แม้คนละเส้นทาง แม้ห่างไกล
แต่ก็รู้ไว้ว่าจะเป็นกำลังใจให้จากที่ไกลๆตรงนี้เสมอ

รัก .. และคิดถึงป้ามากๆ

รักษาสุขภาพด้วย

อ้อ ใกล้สอบแล้ว ขยันๆนะจ๊ะ

#8 By ♥ Jinklebel on 2010-02-10 00:34

ซึ้งจังวันนี้

จากไอซ์เบิร์กมาที่มอ ไกลนะ ถ้าเป็นเราคงขี้เกียจมาดูอ่า แต่นี่ เพราะอะไรกันนะ ถึงทำให้น้องโบว์ตัดสินใจกลับมาที่มอ อิอิ ...

มองจากด้านหนึ่งของเวที เหมือนอารมณ์ของตัวละครสักเรื่องที่ เพียงแค่มองเขา
ให้กำลังใจเขาอยู่ห่างห่าง แค่นั้นเราก็มีความสุขแล้ว

เราเชื่อว่าพิธีกรคนนั้นคงได้รับกำลังใจจากน้องโบว์อยู่แน่ล่ะจ้า อิอิ

ปล.เป็นกำลังใจให้กับความรักครั้งนี้นะ ไม่ว่าจะสมหวังหรือไม่อย่างไร แต่อย่างน้อย ได้มอบความรักให้ใครสักคนก็เป็นสิ่งที่ดีไม่ใช่หรือ สมหวังเหอะนะนะนะนะ
ปลล.ขอให้คุณพิธีกรได้อ่าน ^^

#7 By ma-mew (119.42.94.97) on 2010-02-10 00:01

big smile
อ่านแล้วอดยิ้มไม่ได้ เหมือนที่คนข้างบนเม้นเลย

ถ้าเจ้าตัวได้มาอ่านคงยิ้มกว้างเนอะ


บางทีเรามองเห็นแต่ด้านหน้า ไม่เคยเห็นด้านหลัง ทำให้เห็นแต่มุมๆเดียว
ถ้าเราบืนถอยห่างออกมาบ้าง อาจจะได้เห็นในอีกหลายมุมก็เป็นได้...
(ถ้าจำไม่ผิด พี่เอ๋เคยว่าไว้)

อ่านแล้วยิ้ม มีความสุขก่อนนอน big smile

#6 By L*Ourson on 2010-02-09 22:53

big smile

#5 By bouudaes on 2010-02-09 22:40

^_______________________^


ที่ เเห่งนี้ ยังมี ความรัก อยู่ !
:))






#4 By ARTIST (113.53.35.92) on 2010-02-09 21:05

อ่านแล้วยิ้มตามเลยจ๊ะ..big smile

#3 By Kiss The Rain on 2010-02-09 20:56

สองด้านของเวที

มุมหน้ากับมุมหลัง

หัวใจเดียว
confused smile

#2 By Ruchesmowse on 2010-02-09 20:30

big smile

เขียนเขียน เล่าเล่า เพ้อเพ้อ
แต่มีความสุข
ก็ควรทำเนาะ

#1 By bouudaes on 2010-02-09 20:25