ความลับของคนบ้า

posted on 02 Feb 2010 09:43 by millhz

 

มันไม่ใช่ข้ออ้างที่ว่าฉันไม่เคยคุยกับพวกเขามาก่อน
อย่างน้อยๆ ฉันก็เคยเห็นพวกเขา
ตามถนนหนทางที่ฉันโดยสารผ่าน ..
เห็นนานพอที่จะมีเวลาสังเกตสิ่งที่พวกเขาทำ
และคาดเดาสิ่งที่พวกเขาคิด

 

 

เธอคนนั้น
การได้เจอเธอครั้งแรกเป็นครั้งเดียวกันกับครั้งสุดท้าย
ไม่ว่ามันจะเกิดขึ้นเพราะความบังเอิญ โลกกลมหรือพรหมลิขิต
แต่การที่ต้องไปรอรถเมล์อยู่ที่ป้ายนั้น
มันทำให้ฉันได้เจอเธอ

เธอสวมเสื้อหลวมโพรก
กับผ้าถุงหมองๆ ที่เหมือนคลุกฝุ่นมาแล้วหลายตลบ
ใบหน้าที่ถูกประด้วยแป้งขาวเลอะๆ
ไม่ต่างจากเด็กอนุบาล
และดอกไม้สีส้มดอกใหญ่ที่ทัดอยู่บนใบหู

 

 

หากมีสไตลิสท์มานั่งลิสท์สไตล์เสื้อผ้าอยู่แถวนั้น
หากมีช่างแต่งหน้ามารอที่ป้ายเพื่อขึ้นรถเมล์เหมือนกัน
หากมีคอลัมนิสต์ชื่อดังขับรถยนต์ผ่าน ..
อย่าว่ากระนั้นเลย, เพราะแค่คนที่อยู่แถวนั้น
ต่างก็มองว่าเธอเป็น "คนบ้า" ที่ไม่น่าเข้าใกล้

มองเธอในแบบเดียวกันโดยที่ไม่ได้นัดหรือตกลงกันไว้
และไม่จำเป็นต้องใช้คำถามเพื่อตรวจสอบให้แน่ใจ

 

 

อาจเพราะเธอไม่ได้ใส่เสื้อผ้าสวยๆ
ยี่ห้อดังๆ เหมือนคนในนิตยสาร

อาจเพราะเธอไม่มีปัญญาซื้อหาแป้งผัด
ที่เขาว่ากันว่าราคาถูกนักจากเกาหลี

อาจเพราะเธอไม่ได้ใส่บิ๊กอาย
ที่จะทำให้เธอตาโตเหมือนนกฮูก
และดูมีเสน่ห์

อาจเพราะเธอไม่ได้ใช้เครื่องสำอาง
หรือเครื่องช่วยอำพรางหน้าตาที่แท้จริง
อย่างที่คนส่วนใหญ่ในสังคมทำ

 

 

ภาพของเธอคนนี้
กลายเป็นภาพลักษณ์ของ "คนบ้า" ไปตั้งแต่เมื่อไร

 

 

มันอาจจะใช่นะ
เพราะแว่บแรกที่ฉันเห็น
ฉันก็คิดเช่นนั้น

เพียงแต่เมื่อฉันใช้เวลาที่ฉันรอคอยรถเมล์สังเกตเธอคนนี้ไปพลาง
ฉันคิดว่าเธอไม่ได้บ้า
แต่ฉันคิดว่าคงมีอะไรสักอย่าง หรืออาจจะไม่มีเลยสักอย่าง
ที่ทำให้เธอเป็นแบบนี้

 

 

คนที่รอรถเมล์ที่ป้าย
บ้างยืน บ้างนั่งบนเก้าอี้หิน

แต่เธอ, นั่งรอรถเมล์ที่พื้น

 

คนที่รอรถเมล์ที่ป้าย
ยืนกอดอกบ้าง ยืนเหม่อบ้าง
นั่งฟังเพลงบ้าง นั่งอ่านหนังสือบ้าง

แต่เธอ, นั่งท่าสบาย
ฉีกแข้งฉีกขาไปตามใจ

 

จวบจนรถเมล์คันที่เธอ (อาจจะ) รออยู่
วิ่งมาเทียบที่หน้าป้าย
ผู้โดยสารต่างก็วิ่งไปขึ้นรถเมล์ที่รอตามวิสัยปกติ
คนยืนออกันอยู่ที่ประตูทางขึ้นค่อนข้างเยอะ
เลยต้องต่อเป็นแถวแล้วขึ้นไปทีละคน

เธอคนนี้ก็ไปต่อแถวกับเขาด้วย
.. เป็นคนสุดท้าย

เมื่อคนที่อยู่หน้าเธอขึ้นไปแล้ว
แทนที่เธอจะเป็นคนต่อไป
กลับมีกระเป๋ารถเมล์มายืนขวางประตูไว้
เขาพูดว่า "ไป! อีบ้า กูไม่ให้มึงขึ้น"

(ใช้คำว่า "ตวาด" อาจจะเห็นภาพมากกว่า)

"ไป! เดี๋ยวก็โดนกูเตะเข้าให้หรอก ไปเลยนะมึง"
สิ้นเสียงตวาด รถเมล์ก็เคลื่อนออกจากป้ายไป

 

 

มันคงไม่ใช่เหตุการณ์ที่น่าจดจำ
เหมือนตอนที่พ่อแม่ให้ของขวัญวันเกิด
หรือตอนที่เราไปสารภาพกับใครสักคนว่าเราชอบเขา

แต่มันเป็นเหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้ฉันเข้าใจ ..
คนที่ถูกคนในสังคมมองว่า "บ้า" มากขึ้น

ฉันไม่เห็นเธอคนนี้ทำสิ่งใดผิด
ฉันเห็นเธอยืนต่อแถวขึ้นรถเมล์ไม่ต่างจากคนปกติ
แต่เธอกลับถูกชายแปลกหน้าที่เพิ่งเห็นหน้าค่าตากันเมื่อกี้
ตวาดเสียจนเธอสะดุ้งกับทุกถ้อยคำที่เขาว่า

 

 

จนฉันอดคิดไม่ได้
ว่าผู้ชายคนนี้คงยึดติดกับความเชื่อ
ที่ใครหลายคนก็ต่างเชื่อๆ กันมา
เชื่อโดยไม่สนใจข้อโต้แย้งใหม่ๆ
เชื่อโดยปักใจเชื่อกับความคิดเดิมๆ
ว่าเธอนั้นเป็น "บ้า"
ตัดสินกันเพียงแค่เธอเอาดอกไม้มาทัดที่หู
อย่างนั้นหรือ ?

 

 

ฉันไม่ชอบเสียงตอนที่มีคนตะคอกใส่กัน
ฉันไม่ชอบเวลาที่มีคนขึ้นเสียงใส่ฉัน
ฉันไม่ชอบเวลาที่คนทะเลาะกัน
ฉันจึงไม่ค่อยพอใจเท่าไร
และ
คงถึงเวลาแล้วที่ฉันต้องโดยสารรถเมล์คันที่ฉันรอ
คันที่กำลังหมุนล้อวิ่งมายังป้ายที่ฉันกำลังนั่งมองเหตุการณ์ทั้งหมด
เพื่อกลับไปตามทางที่ฉันจากมา

ภาพสุดท้ายที่ฉันเห็น และยังคงคาอยู่ที่ตา
แม้ว่าฉันจะมานั่งบนเบาะสบายๆ
และตากแอร์เย็นๆ บนรถเมล์แล้ว

.

.

มันเป็นภาพของเธอคนนั้น
ใบหน้ายับยู่ยี่ที่บ่งบอกถึงความเสียใจ
แม้แต่การร้องไห้ของเธอเท่าที่ฉันมองเห็น
อาจถูกมองได้อีกว่าเป็น "คนบ้า"
เธอเป็นผู้ใหญ่แล้ว แต่หน้าตาตอนร้องไห้ของเธอไม่ผิดจากเด็ก

 

 

ฉันไม่รู้ว่าหลังจากที่ฉันขึ้นมาอยู่บนรถคันนี้
เธอจะเป็นอย่างไรต่อ ..

อย่างที่บอกว่าครั้งแรกและครั้งสุดท้ายของการได้พบเธอ
มันเป็นครั้งเดียวกัน ..

ฉันไม่รู้ชื่อเสียงเรียงนามของเธอ
เพียงแค่ฉันจดจำเรื่องราวสั้นๆ ที่น่าเวทนาของเธอได้ ..

ฉันอาจมองเธอเป็น "คนบ้า" เพียงแว่บแรก
แต่เมื่อฉันใช้เวลาสังเกต - ฉันคิดว่าเธอไม่ใช่ ..

เธออาจเป็นคนคนหนึ่งที่มีอะไรมากกว่า
คนอื่นๆ ทั่วไปที่ใช้ชีวิตเฉกเช่นคนธรรมดา
ตามสูตรที่ต้องตื่นในเวลาเช้า
และหลับในเวลาค่ำ

เธออาจเป็นคนที่ไม่มีโอกาสในสังคม
แต่ใช้ชีวิตได้ดีกว่าคนในสังคม
คนในสังคมที่ต้องคอยให้ความสำคัญกับความเหมาะสม
หรือกาลเทศะ - ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นสิ่งสมมติทั้งนั้น

 

 

 

 

เป็นการพบกันที่ฉันกับเธอไม่ได้ใช้วาจาเอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดๆ
แต่
อย่างน้อยที่สุด, เธอบอกเรื่องๆ หนึ่งกับฉัน
โดยไม่ได้เปล่งเสียงออกมาสักคำเลยว่า ..

"ดอกไม้ที่ทัดหูของฉันนั้น แม้มันไม่มีมูลค่าใดๆ
แต่มันก็ทำให้ฉันเชื่อในความสวยของฉันได้
ไม่ต่างจากธรรมชาติ .. ที่สร้างฉันและเธอขึ้นมา"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ปอลอ.

ถ้าพี่เฟรมมาอ่าน
ขอให้อ่านเอนทรี่ "ความทรงจำฉบับเอสี่" ด้วยนะค่ะ

Comment

Comment:

Tweet


ขอบคุณครับ big smile

#25 By ทิว แอด ไฟน์ on 2010-02-07 21:31

อ่านแล้วเศร้านะครับ
คนเรา มักมองกันที่เปลือกนอกที่เห็น
และวัดกันที่วัตถุที่นับมาประดับทับทาบบนร่างกายและใบหน้า

น่าสงสารเธอคนนั้น
เธออาจจะทำอะไรบางอย่าง ที่ต่างจากอีกหลายคน ที่นิยามตัวเองว่าเป็นคนปกติ-ด้วยมาตรวัดของตัวเอง

ใครกันแน่ที่แหว่งวิ่นผิดเพี้ยน..

ชอบในสิ่งที่น้องเขียนจังเลยครับ

Hot!
Hot! Hot! Hot!


#23 By ★ K T I G on 2010-02-06 14:54

ดีจังเลยค่ะโน้งโบว

คนดีๆ ไม่ต้องไปมองมันแล้ว
มามองคนบ้าดีกว่า

เผื่อเราจะได้รู้ว่า เราเหมือนเขาหรือไหม

วันนี้เพิ่งอ่านงานของปราบดา หยุ่นไปค่ะ

ทำนองเดียวกันเลย

คนเราชอบไปตั้งข้อสังเกตให้คนอื่นๆมองว่า
สิ่งที่เป็นๆอยู่ มันเป็นแบบไหน
ทั้งๆที่ บางอย่างมันก็ไม่ใช่เสมอไป
big smile open-mounthed smile

#22 By inthebee on 2010-02-06 01:43

เขียนได้ดีสุด ๆ เลย Hot! Hot!
คนบนโลกใบนี้ มักตัดสินคนจากรูปลักษณ์ภายนอกเสมอ
โดยไม่ได้สนใจสิ่งที่อยู่ภายในจิตใจ

#21 By i-am-amm on 2010-02-05 11:43

confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile

#20 By bouudaes on 2010-02-05 11:28

สังคมต่างหากที่บ้าไปแล้ววว ว วsad smile

#19 By cii³ on 2010-02-05 09:55

อ่านแล้วตรึงใจ Hot!

#18 By Zirius Sandorius on 2010-02-03 22:15

ในสายตาเธอคนนั้นอาจจะมองว่าเราแปลก
แบบที่เรามองเขาก็ได้นะ..

แต่ไม่แน่...เขาอาจจะไม่สนใจเราก็ได้
นั่นเพราะเขาอาจไม่สนใจเรื่องสมมติในสังคมก็ได้

big smile
Hot! คนเรามักจะตัดสินกันจากภายนอก..การแต่งกาย..บุคลิก หน้าตา ท่าทางมาก่อน..

อืม..ค่ะเธอคนนั้น อาจจะเจออะไรมาเยอะ..และไม่มีโอกาสเหมือนเช่นเราๆ..

ถ้าเพียงแต่มีใครคนหนึ่งยื่นมือไปช่วยเธอ...จะมีไม๊น๊ะ..
อ่านแล้วรู้สึกได้ถึงอารมณ์คนเขียน confused smile

#15 By E.T.*** on 2010-02-02 21:04

big smile

#14 By bouudaes on 2010-02-02 20:58

เราไปมองว่าเค้าบ้า แล้วเราก็เป็นทุกข์ซะเองที่ไปมองว่าเค้าเป็นอย่างนั้น

ทั้งๆที่เค้า ก็ใช้ชีวิตในแบบของเค้า
อยู่ในแบบของเค้า
ไม่ได้เดือดร้อนใคร

โลกใบนี้...คนเห็นแก่ตัว
คนมองโลกในแง่ร้าย ยังเยอะเกินไป....

#13 By L*Ourson on 2010-02-02 20:38

เคยเจอแบบนี้เหมือนกัน
รู้สึกสงสารเขานะ เขาไม่ได้ทำอะไรผิดเสียหน่อย

อยากจะถามกับสังคมว่า
"โลก มิใช่ของคนทั้งโลกหรือ...ถึงแบ่งแยกกันขนาดนี้"

#12 By pumpim on 2010-02-02 20:16

เขียนได้ใจดีเเท้ พี่โบว์ :))


u cool !!





surprised smile

#11 By ARTIST (113.53.35.198) on 2010-02-02 20:10

คนบางคนก็ใช้อารมณ์และความรู้สึกที่คิดว่าคนทั้งโลกอาจรู้สึกและคิดแบบเดียวกับตนมาเป็นบรรทัดฐานเพื่อตัดสินคนอื่นจ๊ะ..tongue

#10 By Kiss The Rain on 2010-02-02 19:38

ปกติแบบที่เป็นตัวเอง

#9 By -nim on 2010-02-02 19:34

ความเถื่อนของคนปกติ...

#8 By wesong on 2010-02-02 19:09

บ้าไม่บ้า ขึ้นกับมุมมอง
บ้าไม่บ้า ขึ้นกับปริมาณคนบ้าในสังคมนั้นๆ

มุมมองและการตัดสินของสังคมเป็นมายาคติ

ดังนั้น บ้าไม่บ้า ก็ไม่มีใครบ้า

#7 By Ruchesmowse on 2010-02-02 16:58

big smile

บางทีคำว่า บ้า ก็อาจจะเกิดขึ้นมาเพื่อจำกัดความให้กับสิ่งของ คน หรืออะไรก็ตาม ที่ไม่อาจเห็นว่า เป็นพวกเดียวกับที่ใช้คำนั้นก็ได้นะ
อยากเป็น

คนบ้า

#5 By HUE (119.42.113.217) on 2010-02-02 15:06

ทำให้นึกถึงเพลง "สองคำ" ของ friday

"คนบ้า"

#4 By kriangkrai on 2010-02-02 14:00

ในสายตาของเธอคนนั้น

คนปกติอย่างเราๆก็คือคนบ้า

คนปกติที่ใช้ชีวิตวุ่นวาย

โดนคำว่าเวลามาล้อมกรอบ

บางครั้งชีวิตของคนเหล่านั้นก็ชวนให้อิจฉา

กับอิสระที่มีได้เต็มที่

ทักทายๆนะครับ

ยินดีๆเยี่ยมเยียนกันได้เสมอๆ
big smile

#2 By bouudaes on 2010-02-02 11:43

เราก็อยากรู้เช่นกันว่า

คนปกติคือแบบไหนหว่า?

sad smile embarrassed ++

#1 By ไผ่ไผ่ on 2010-02-02 11:41