PRESS F5 PLEASE !

 

เด็กผู้ชายคนนั้น
เขาเป็นคนร่าเริง
เขาชอบยิ้ม

เมื่อเขาอยากบิน
เขาก็ทำท่าบิน

เมื่อเขาอยากวิ่ง
เขาก็ก้าวเท้าวิ่ง

 

 

 

 

เด็กผู้ชายคนนั้น
เขารักศิลปะ
เขาจึงเรียนศิลปะ

เขาชอบการออกแบบ
เขาจึงเรียนการออกแบบ

 

 

 

 

ในวันหนึ่ง
วันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคม

เขาชวนฉันไปทาสี
ทาสีบนหน้าเด็กเด็ก

 

 

 

 

ฉันตื่นแต่เช้า
ตั้งแต่ท้องฟ้ายังเป็นสีชมพู

พวกเราขึ้นรถเมล์สายหนึ่ง
มีจุดหมายปลายทางคือพุทธมณฑลสายสี่

ทางผ่านทั้งสองข้างทางมีอะไรที่แปลกตา
เช่น ถนนอักษะ ถนนที่สวยที่สุดในกรุงเทพฯ

 

 

 

 

เมื่อถึงที่หมาย
ฉันเห็นสถานที่ที่เป็นของเด็กผู้ชายคนนั้น

เป็นสถานที่ที่น่ารัก
เป็นสถานที่ที่สอนศิลปะ

มีโต๊ะไม้เตี้ยเตี้ยขนาดสี่เหลี่ยมผืนผ้าสองโต๊ะวางอยู่กลางห้อง
มีเก้าอี้ตัวเล็กเล็กวางคว่ำอยู่รอบรอบ
มีหนังสือนิทานที่ข้างในมีภาพจากจินตนาการและตัวหนังสือตัวใหญ่ใหญ่

ริมผนังมีหลอดสีนานาชนิด
ริมผนังมีรูปวาดของเด็กเด็ก
ริมผนังมีงานศิลปะ

 

 

 

 

ฉันยกกล่องพลาสติกไปวางบนโต๊ะใต้ต้นไม้
ในกล่องมีพู่กัน จานสี และสีทาหน้า

ฉันลองทาสีลงบนหลังมือ
ฉันถูกทาสีที่หน้า จนเป็น "พิงค์ แพนเตอร์"
ฉันกลายเป็นที่น่าขบขันของเด็กเด็กแถวนั้น

แต่ฉันกลับมีความสุข

 

 

 

 

เด็กผู้ชายคนนั้นพบเพื่อนเพื่อนของเขา
เขาจึงไปอยู่กับเพื่อนเพื่อน

ฉันนั่งอยู่ใต้ร่มผ้าใบสีขาวกับคนอีกสองคน
ในมือฉันมีพู่กัน บนโต๊ะมีถังสีกับจานสี
เก้าอี้ตรงข้ามฉันกำลังรอเด็กสักคนมานั่ง
กระดาษบนโต๊ะที่ปรินท์สีเป็นรูปหน้าต่างต่างกำลังรอให้เด็กเด็กมาเลือก

และแล้วก็มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามา
ฉันยิ้มให้เธออย่างจริงใจ

ฉันเริ่มจุ่มพู่กันบนจานสี
หลังจากเธอเจอแบบหน้าที่ถูกใจ

 

 

 

 

เด็กผู้ชายคนนั้นกลับมาแล้ว
เขาดูสดใสที่สุด
ท่ามกลางเด็กคนอื่นอื่น

เขามองมาที่ฉัน
ฉันมองไปที่เขา
พวกเราสบตากัน

เขาเดินมาถามว่าฉันกินข้าวหรือยัง ?
ฉันตอบว่ายัง
เขาเลยพาฉันไปส่งที่ร้านข้าว
แล้วทิ้งฉันไว้ที่นั่นคนเดียว

 

 

 

 

ฉันเดินกลับมาที่ร่มผ้าใบสีขาว
เด็กผู้ชายคนนั้นนั่งอยู่บนเก้าอี้ของฉัน

เขากำลังทาสีบนหน้าเด็กเด็ก
เขายิ้มและเล่นกับเด็กเด็กอย่างร่าเริง

ฉันชอบรอยยิ้มของเขา
พอพอกับที่เขาชอบยิ้ม

ฉันเดินไปหาเขา
พร้อมกับมีเด็กผู้หญิงอีกคนเข้ามานั่งบนเก้าอี้ว่างข้างหลังเขา

เก้าอี้ไม่เหลือแล้ว
ฉันจึงแบ่งที่นั่งกับเด็กผู้ชายคนนั้น
คนละครึ่ง

หลังของเราชนกัน
ศอกของเราชนกัน

เราหันมายิ้มให้กันบางที
เขาหันมาติมาชมรูปที่ฉันวาดบางที
เขาหันมาพูดคุยกับฉันบางที

 

 

 

 

เวลาเย็นแล้ว
พวกเรานั่งที่ใต้ร่มผ้าใบสีขาวนี้
ตั้งแต่เก้าโมงเช้า
จนถึงสี่โมงเย็น

ฉันเจอเด็กเด็กมากมาย
ฉันได้พูดคุยกับพวกเขา
ฉันได้รื้อฟื้นถึงหนังสือการ์ตูน
และหนังการ์ตูนหลายเรื่อง
ที่ฉันอาจหลงลืมไป

ฉันสนุกมาก
สนุกมากมาก

 

 

 

 

ฉันเกือบลืมไปแล้วว่าวันนี้เป็นวันเด็ก
ฉันอยากขอบคุณเด็กผู้ชายคนนั้น

ฉันนั่งทาสีบนหน้าเด็ก
ในขณะที่ฉันคิด
ว่าฉันเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่ง
ที่มามอบความสุขให้พวกเขา

แต่เด็กผู้ชายคนนั้น
แม้เขาจะอายุมากกว่าฉันถึงสามปี
แต่เขาคิดว่าเขาเป็นเด็กผู้ชายคนหนึ่ง
ที่มามอบความสุขให้กับเพื่อนเพื่อน

 

 

 

 

เด็กผู้ชายคนนั้น
เขาเป็นคนช่างฝัน
เขาเป็นคนที่มีความฝัน
เขากำลังก่อสร้างความฝัน

เขายังคงเป็นเด็กที่อยู่ในโลกแห่งความฝัน
เขายังคงเป็นเด็กที่รักสนุกสนานไปวันวัน

เพียงแต่ในชีวิตประจำวัน
เขาใช้ชีวิตจริงจัง
อย่างสนุก
เท่านั้น

 

 

 

 

ในวันเด็ก
ท่ามกลางเด็กเด็ก

ท่ามกลางสายไหม
ท่ามกลางลูกโป่ง
ท่ามกลางหยดสี

ฉันมองเห็นแววตาของเด็กผู้ชายคนหนึ่ง
ที่ถึงแม้ว่าเขาจะไม่มีทางย้อนกลับไปเป็นเด็กผู้ชายวัยเจ็ดขวบได้อีก
แต่ฉันว่ามันน่ารักและสดใสที่สุด
ในบรรดาแววตาใสซื่อบริสุทธิ์ทั้งมวล

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ปอลอ.
เขียนเรื่องของวันเด็กช้าไปมากมาก
แต่ช่วงนี้ค่อนข้างยุ่งจริงจริงค่ะ
ทั้งต้องสอบ ทั้งต้องอ่านหนังสือ
ทั้งกิจกรรม ทั้งต้องทำงานละคร
แม้จะเหนื่อย แต่ขอบอกว่ามันสนุกมากมาก

ยังไงจะทยอยคอมเม้นเรื่อยเรื่อยนะค่ะ
คิดถึงเพื่อนเพื่อน พี่พี่ น้องน้องทุกคน
แล้วก็ ..
ขอขอบคุณสำหรับคนที่เข้ามาอ่านเสมอเสมอค่ะ

ขอให้มีความสุขในทุกวัน
ใช้ชีวิตจริงจัง
แต่อย่าลืมความสนุกแบบเด็กเด็กนะค่ะ

ขอให้สดใสร่าเริงทุกวัน
เหมือนเด็กผู้ชายคนนั้นค่ะ

: )

Comment

Comment:

Tweet

อยากให้เด็กผู้ชายคนนั้นเข้ามาอ่าน
surprised smile

#22 By bouudaes on 2010-01-30 10:16

ใครกันน๊ะ เด็กผู้ชายคนนั้น..ทำให้ จขบ.มีความสุขได้เช่นนี้ big smile
โน้งโบว์คะ
วันเด็กมันสดใส น่ารักจริงๆนะคะ
โน้งบีติดใจ

รักเด็กจัง!


ความสุขบางทีเราก็ได้สัมผัสมันโดยไม่ตั้งตัว
อยู่ที่ว่าเราจะมองมันเนอะ
เจอสถานการณ์แย่ แต่เรามองว่า ดี มันก็มีความสุขได้

สดใสๆ อย่างงี้ก็น่ารักดี
ว่าแต่
ไอ้ ผช คนที่แก่กว่า 3 ปี นี่ใครกัน ??

#21 By inthebee on 2010-01-12 00:46

ฉันก็เป็นเด็กชายคนหนึ่ง
ที่อาจเผลอไผล..แบกอะไรไว้มากมายจนเกินแรง
จนลืมไปว่าฉันก็เป็นเพียงเด็กชายคนหนึ่ง

่ที่โหยหาความสุขสดใสในชีวิต

ขอบใจเด็กชายคนนั้น ที่เตือนใจฉันให้ได้คิด และค้นหาความเป็นเด็กในตัวเองบ้าง

แม้ชั่วครั้งชั่วคราว

เขียนดีจังครับ Hot!
เด็กผู้ชายคนนั้น คือใครน๊อออออ
อ่านแล้วอิจฉาเด็กผู้ชายคนนั้นจัง

อ่านแล้วคิดถึงศิลปะ ห่างหายมานานมากมาย cry

#19 By L*Ourson on 2010-01-11 23:21

โรแมนติก ดีจัง open-mounthed smile open-mounthed smile

เขาเดินมาถามว่าฉันกินข้าวหรือยัง ?
ฉันตอบว่ายัง
เขาเลยพาฉันไปส่งที่ร้านข้าว
แล้วทิ้งฉันไว้ที่นั่นคนเดียว

หักมุมจริงๆ sad smile sad smile

#18 By minnicon on 2010-01-11 23:06

ชอบเรื่องมากๆ เลยตัวเธอ

ยังไงดีล่ะ เราเม้นไม่ถูกนะ
เอาเป็นว่า ชอบ มากจริงๆ
อ่านแล้วแอบยิ้มตามไงละ : )

ปล. อ่านแล้วอบอุ่นหัวใจดีนะ

#17 By Sinsin on 2010-01-11 23:03

เด็กหญิง พี่โบว์ กับ เด็กหญิง น้องดิว ;)
555555555555555+




*ขอพื้นที่เล็กๆ ให้ชั้นยังเปนเด็กอยู่ได้ไหม ?
^^

#16 By (118.172.165.136) on 2010-01-11 22:50

ทรีมใหม่งามมากเลย
ชอบร่มสีแดง

(:

#15 By l o i name i o l * on 2010-01-11 21:58

อยากเห็นเด็กผู้ชายคนนั้นจังเลย คงจะสดใสอย่างที่ว่าจริงๆแหละ อิอิ

ไม่มีความทรงจำใดหอมหวานเท่ากับความทรงจำในวัยเยาว์อีกแล้ว ..

สุขสันต์วันเด็ก ดญ.โบว์

ปล.น่าจะมีรูปให้ดูนะจ๊ะ อยากเห็นเมืองหลวง

#14 By ma-mew (119.42.95.57) on 2010-01-11 19:05

อ่า....

เด็กผู้ชายที่ว่า...ใส่แว่นอ่ะนะ??

ครึ ครึ

เราก็ยังรู้สึกว่าเราเป็นเด็กอยู่เสมอ
เวลาที่เราอ้ออนคนที่เรารักนะ^^

หรือบางที..เวลาที่เราอ่อนแอ...
เราอาจอยากกลับไปพบช่วงเวลาที่เป็นเด็ก
อีกครั้งก็เป็นได้...

>>

>

มีความสุขกับส่วนหนึ่งที่ยังเป็นเด็กในตัวคุณนะคะ

#13 By hikineko on 2010-01-11 18:59

confused smile

#12 By bouudaes on 2010-01-11 18:26

ไม่มีใครแก่เกินbig smile

#11 By Ruchesmowse on 2010-01-11 18:12

เป็นกิจกรรมที่ทำแล้วมีความสุขแน่ๆ confused smile
อย่าลืมอ่านหนังสือนะ

#10 By C-C on 2010-01-11 17:44

"ประโยคความเดียว ที่อ่านแล้วเข้าใจง่าย ไม่มีความซับซ้อน" อ่านแล้วชอบจังครับ เขียนแบบนี้บ่อย ๆ นะครับโบว์

เขาว่ากันว่าความสุขนั้นส่งทอดกันได้เหมือนไข้หวัด 2010
เด็กๆ ส่งความสุขสู่เด็กผู้ชายคนนั้น และเด็กผู้ชายคนนั้นก็ส่งทอดความสุขแก่โบว์ โบว์ก็ส่งทอดความสุขให้คนใน blog และพี่เชื่อว่าคนที่อ่าน entry นี้คงจะมีความสุขและพร้อมที่จะส่งทอดมันต่อไป...

ขอบคุณที่ทำให้ผู้ใหญ่วัยกลางคนคนนี้ยิ้มได้ในวันเด็กนะครับ ^^
อะเหยยย เด็กผู้ชายอายุ21ขวบบบ
ใครหว่า ?

ชอบเอนทรี่นี้จังเลยเธอ
เขียนอ่านแล้วอบอุ่น
cry

#8 By babuababo on 2010-01-11 17:18

อยากเห็นหน้าผู้ชายคนนั้น กร๊ากกก

นี่ฉันไม่ได้ไปงานวันเด็กเลย

(ก็เอ็งมัวแต่เกรียนคอส)กร๊ากกกก

#7 By oajii on 2010-01-11 16:14

เขียนดีนะ อ่านแล้วขนลุกนิดนิด สวีทจริงนะ

#6 By Khwan (202.44.135.39) on 2010-01-11 14:56

เป็นเอนทรี่ที่สดใสดีคับ ชอบ ๆ big smile

#5 By E.T.*** on 2010-01-11 13:13

หาความสนุกให้ชีวิตกันบ้าง..confused smile
อย่างน้อยก็ปล่อยให้หัวใจของเด็กน้อย..confused smile
ออกมาิ่วิ่งเล่นวิ่งไล่กับความฝันสักครั้งก็คงดี.. confused smile

ฝันแข็งแรงครับ..confused smile

#4 By happiness in my bag.. on 2010-01-11 13:06

น่ารักดีconfused smile

#3 By wesong on 2010-01-11 12:58

สำหรับฉัน
ความฝันในวัยเยาว์นั้นวิเศษยิ่งนัก...

Ps.เวลาที่พี่เจนเหนื่อยๆ พี่เจนมักจะขับรถเล่นไปตามถนนอักษะเวลากลางคืนมันช่างดูสงบและสวยงามเหลือเกินพี่เจนมักจะเปิดเพลงเคล้าคลอกับบรรยากาศ...

#2 By jEn'(a lOt lOst) on 2010-01-11 12:48

เอนทรี่นี้
ได้รับแรงบันดาลใจมาจากหนังสือนิทานเด็กเด็ก

ที่ส่วนใหญ่จะเป็นประโยคความเดียว
ที่อ่านแล้วเข้าใจง่าย
ไม่มีความซับซ้อน

เราพยายามเขียนให้มันเป็นความเดียวแล้วนะ
แต่มันก็มีบ้าง
ที่ติดแบบเขียนซับซ้อนเพื่อความสวยหรูของประโยค

เขียนแบบกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง
..
จะว่าไปแล้ว
ก็อยากสดใสร่าเริงแบบเด็กผู้ชายคนนั้นบ้างจัง

#1 By bouudaes on 2010-01-11 12:36