จะเริ่มเล่าจากตรงไหนดีนะ ?

.

.

เอาเป็นว่า, จะลองคิดย้อนกลับไปเรื่อยเรื่อยดูแล้วกัน
เผื่อจะคิดออก .. ว่าเรื่องมันเริ่มมาจากตรงไหน ?

 

 

 

 

 

วันนี้, มีคนนั่งล้อมโต๊ะสี่เหลี่ยมหินอ่อนอยู่ด้วยกันห้าคน
มีเรา มีเธอ และเพื่อนรักของเราอีกสามคน
เราไม่ได้สังเกตเลยว่าเธอกำลังทำอะไร
แค่เห็นว่ากำลังก้มหน้าหาอะไรสักอย่างในกระเป๋าตังค์
ส่วนเราก็กำลังคุยกับเพื่อนเรื่อยเปื่อย
และเมื่อเธอสะกิดเรา, ก็เห็นว่าบนโต๊ะมีตั๋วรถเมล์วางอยู่หลายใบ
ไม่จำเป็นที่เธอจะต้องใช้คำบรรยายใดใด
ว่าเธอวางตั๋วไว้ทำไม ?

.. เพราะเราต่างรู้กัน .. 

เราคิดว่า ..
เธอกำลังคิดว่าเราสะสมตั๋วรถเมล์อยู่แน่

ทั้งทั้งที่ความจริงแล้ว, มันไม่ใช่อย่างนั้นเลยนะ

 

 

 

 

 

 

 

วันนี้ของสัปดาห์ที่แล้ว, ในวงบะหมี่
มีเรา มีเธอ และเพื่อนรักของเราอีกคนหนึ่ง

บทสนทนาเข้ามาเรื่องตั๋วรถเมล์ได้อย่างไรก็จำไม่ค่อยได้
เพียงแต่เพื่อนเรามันเอ่ยมาว่า, มันก็สะสมเหมือนกัน
เธอก็ชิงพูดแทนเราไปว่า, งั้นเธอก็เจอคู่แข่งแล้วแหละ
เพื่อนเราก็ถามว่า, ใคร ?
เธอก็ชี้มาทางเราแล้วพูดว่า, คนนี้ไง

เมื่อได้ยินเธอพูดแบบนั้น
เราก็เลยสวมบทคล้อยตาม
อารมณ์ประมาณว่า ..
ตั๋วรถเมล์มันเอาไปใช้ประโยชน์ได้นะ
อย่างโง้น อย่างงี้ อย่างงั้น

แต่เราก็ไม่ได้สะสมตั๋วรถเมล์อยู่ดี
จ ริ ง จ ริ ง น ะ เ ธ อ
 

 

 

 

 

 

 

 

สักวันหนึ่งที่ผ่านมา, ขณะที่เธอกับเราเพิ่งวิ่งขึ้นมานั่งอยู่บนรถเมล์สายหนึ่ง
(ไม่ใช่สาย ๑ นะ, สายหนึ่งในที่นี้คือสายนึง)

เธอจ่ายเงินเพื่อแลกตั๋วรถเมล์ของเธอ
เราจ่ายเงินเพื่อแลกตั๋วรถเมล์ของเรา

เธอกำตั๋วไว้ในมือ
เราก็แบมือขออย่างที่เคยทำทุกครั้ง

แล้ว