- ที่มากกว่า .. รัก

posted on 26 Oct 2009 18:16 by millhz

 

ที่เราไม่ได้ลงจากรถเพราะเราขี้เกียจอย่างนั้นหรือ ?

 

มันอาจเป็นเหตุผลส่วนหนึ่ง
ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่ทั้งหมด

 

 

เราแค่คิดว่า, เราคงต้องแยกกันตรงนี้
แม้ว่าบ้านของเราจะไปทางเดียวกัน
แต่วิธีเดินทาง, ไม่มีความจำเป็นต้องเหมือนกันเสมอไป

ไม่ต่างจากความรู้สึก
ที่เราบอกเธอ
กับที่เธอบอกเรา

คำพูดของเธอทุกคำมันยังคงนั่งซ้ำ เดินย่ำ นอนย้ำอยู่ในหัว
เราไม่อาจพูดได้เต็มปากว่าเราเข้าใจ
เพราะมันไม่ได้มากไปกว่าความเสียใจที่เรามี

สำหรับเรา, การได้พบเจอเธอคือสิ่งวิเศษ
แน่นอนว่าตอนนี้มันวิเศษที่สุด
เพราะเราเจอแค่เธอ
ตอนแรกเราก็มองแค่นั้น
เรามองว่าเรามีแค่เธอ, โลกของเราจึงแคบไปถนัดตา
ไม่ว่าจะไปไหน จะทำอะไร จะอยู่ที่ไหน กับใคร
เราคิดถึงแต่เธอ เรื่องของเธอ ทุกอย่างที่เกี่ยวกับเธอ

เธออยู่ในโลกของเรา แต่เราไม่ได้อยู่ในโลกของเธอ

เราจึงเชิญชวนเธอมาอยู่ในโลกของเรา
โดยทอดความรู้สึกดีดีเป็นสะพานให้เธอข้ามมา
แต่เธอ, ปฏิเสธ

โลกของเธอ, เธอก็ยังไม่อยากให้มีใครอยู่เช่นนั้น
เธอบอกว่ายังไม่พบเจอใคร
ทั้งทั้งที่เราก็เป็น "ใคร" คนหนึ่ง
แต่เราก็ .. อย่างที่บอก
ความเข้าใจมันไม่ได้มากเท่าความเสียใจ
จึงไม่อาจพูดได้เต็มปากว่าเรา "เข้าใจ"
แต่เราก็ "ขอบคุณ" ที่เธอปฏิเสธ

มันยังดีกว่า, หากเธอก้าวผ่านความรู้สึกดีดีที่เรามีให้
เดินเข้ามาในโลกของเรา เพื่อมาทำลาย
ช่วงเวลาดีดีที่เคยใช้ร่วมกันมันคงน่าเสียดาย
เพราะว่าเราคงอยากลืม หากมันทำร้ายใจ

 

 

 

แยกทางกันไปแล้ว
เธอลงจากรถเมล์ไป

เราได้แต่มองหน้าเธอเป็นครั้งสุดท้าย
ก่อนที่รถจะหมุนล้อไปข้างหน้าอีกครั้ง
เธอจากไปแล้ว, คนละเส้นทาง
แต่เราก็ยังนั่งนึกหน้าเธออยู่อย่างนั้น

วันนี้, เราเดินไปด้วยกัน
นั่งเรือข้างกัน
ไปลงนามถวายพระพรด้วยกัน
นั่งอยู่ในร้านริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่เราไม่เคยนั่งมาก่อนในชีวิต
แลกเปลี่ยน พูดคุย ยิ้ม หัวเราะ
เหมือนดั่งเวลาเก่าเก่าช่วงสี่เดือนที่ผ่านมา
แต่กับความรู้สึก ..
คงมีแต่เราที่ต้องห้ามหัวใจ

ยังรู้สึกดีดีกับเธอเหมือนที่ผ่านมา
แต่วันนี้เราต้องห้ามใจ
.. เพื่อไม่ให้คิดไปไกล

จะได้คิดให้เท่าเท่ากับเธอ

 

 

 

 

 

 

"เราชอบ (ชื่อเขา) จริงจริง"
เป็นประโยคที่เราพูดกับเขาในคืนก่อนหน้าวันนี้สองคืน
"แล้วเราควรจะหวังอยู่ไหม"
เงียบไปสักพัก ประโยคนี้ก็ส่งเสียงถัดมา
ไม่มีช่องว่าง ไม่มีเว้นวรรค
เขาตอบโดยไม่ต้องคิด ..
"อย่าหวังอีกเลย เสียเวลา"

.

.

.

น้ำตาไม่ได้ไหลมากมายอย่างที่เคยเป็นมาก่อน
อาจเป็นเพราะเรื่องราวทำนองเดียวกันนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว
เพียงแต่เรายังดึงดัน ไม่ฟัง และยังคาดหวัง
เมื่อผิดหวังแล้ว .. ความเสียใจนั้นมันเป็นเรื่องธรรมดา

เราใช้เวลาคิด
คิดถึงวันดีดีที่ทับแก้ว
ทบทวนถึงบทสนทนามากมายที่เราหัวเราะเพราะเขา
บางการกระทำของเขาที่ทำให้เราประทับใจ
เพราะเขาไม่น่าจะเป็นคนที่ทำอะไรเถือกนั้นได้
อาจเพราะทุกอย่างนั้นรวมเป็นตัวเขา
เราถึงได้ชอบ ..

แต่หลังจากที่เขาจะไม่ได้อยู่ที่ทับแก้วอีกแล้ว
เราก็ได้แต่วาดภาพสะพานสระแก้ว
ที่มีเราไปนั่งอยู่คนเดียว ..

หรืออาจจะเป็นพระราชวังสนามจันทร์
ที่ไม่มีกล้องฟิล์มเพื่อถือไปถ่าย

หรืออาจจะไม่มีคนโทรศัพท์มาชวนไปกินข้าว
ไปลองกินอาหารร้านใหม่ใหม่ที่ยังไม่เคยลอง

หรืออาจจะไม่ได้ให้กำลังใจใครสักคน
ซึ่งเป็นคนที่ต้องการกำลังใจคนนั้นอีกแล้ว

 

 

 

คนที่เราเจอกันครั้งแรกแล้วรู้สึกแปลก
คนที่เราเจอกันครั้งแรกแล้วรู้สึกสนใจ
คนที่เราอยากทำอะไรสักอย่างเพื่อให้ได้รู้จักเขา
คนที่เราเมื่อรู้จักแล้วยิ่งรู้สึกชอบเขา
คนที่เรามองเห็นบางอย่างในตัวเขาในขณะที่คนอื่นมองไม่เห็น
คนที่เรารู้สึกดีดีกับเขาจนต้องเอ่ยปากไปแม้รู้คำตอบในใจ
คนที่เรารู้สึกสบายใจเมื่ออยู่ใกล้
คนที่เรารู้สึกสนุกทุกครั้งที่อยู่ด้วย

.

.

.

๒๖ ตุลา
วันธรรมดาที่ไม่ธรรมดา
ฯลฯ

เป็นข้อความที่ส่งให้เขาไป
หลังจากบอกกับเขาไปว่าคงไม่ได้โทรหาอีกแล้วนะ
อาจเป็นเพราะใจไม่กล้า
อาจเป็นเพราะกลัวทำใจไม่ได้
เลยตัดสินใจส่งข้อความไป

แล้วเขาก็โทรมา ..
ประโยคแรกที่เขาถามคือ "หายเศร้าหรือยัง ?"
ไม่อาจตอบได้ว่า "เศร้า" หรือไม่
แค่รู้สึกว่าดีใจเหลือเกินที่เรายังคุยกันได้อยู่
เศร้า .. คำสั้นสั้นที่รู้สึกยาว
มันคงจะกินเวลายาวนานไปตลอดทั้งชีวิต
แต่ก็อาจไม่ได้มีบ่อยในทุกทุกเส้นทางเสมอไป
เพราะอย่างน้อย, แม้เราจะผิดหวังที่ "เรา" ไม่ได้คบกันแบบนั้น
แต่เราก็ดีใจ, ที่ "เรา" ได้คบกันแบบนี้
แบบ "เพื่อน" กันยังไงล่ะ

 

๒๖ ตุลา
วันธรรมดาที่ไม่ธรรมดา
ขอให้สุข สมหวัง แข็งแรง ตั้งใจเรียน พบค.สำเร็จ
เราเป็นกำลังใจให้เสมอ
อย่าลืมความเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันละ!

(ข้อความที่เราส่งไป)

 

 

มันน่าโกรธอยู่เหมือนกันนะ
(ตอนแรกนึกว่าจะคิดเปลี่ยนใจมาชอบเราบ้างอะไรบ้าง)
เพราะตอนที