» ให้ .. รูปเล่าเรื่อง

posted on 21 Aug 2009 22:24 by millhz

 


"ยินดีต้อนรับสู่มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ"

ไปเที่ยวหอเพื่อนที่เรียนอยู่คณะมัณฑนศิลป์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
เพื่อนเรียนอยู่ภาควิชาออกแบบนิเทศศิลป์ ซึ่งคาบเรียนส่วนใหญ่จะอยู่ที่ท่าพระ
เพื่อนก็เลยต้องไปหาหออยู่แถวนั้น .. เราก็เลยถือโอกาสไปเที่ยวซะเลย
พอมาตอนเช้าวันจันทร์ก็ต้องกลับมาที่ทับแก้ว นครปฐม
เลยโดยสารรถบัสรับส่งนักศึกษาที่จะต้องไปเรียนที่ทับแก้ววันนี้กลับมาด้วย
ทั้งคันเป็นเด็กมัณฑนศิลป์หมดเลย .. มีเราอักษรศาสตร์แค่คนเดียว
ทำให้รู้สึกแปลกดี .. ฮ่า ฮ่า
รถออกได้ไม่นาน คนขับก็เปิดหนังให้เราดูกัน
ตอนแรกๆ ก็บู๊กันจนน่าเบื่อ .. แต่พอตัดฉากไปตอนที่มีผู้หญิงอาบน้ำอยู่ในห้องน้ำแบบไม่เซ็นเซอร์
.. อืม ทำเอาทั้งคันฮือฮากันได้
เราดูไปสักพัก กูรับไม่ได้ว่ะ .. หลับดีกว่า

 


"ท้องฟ้าที่ทับแก้ว"

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ไปกินข้าวกับเพื่อน (ที่อยากรู้ใจ) ณ ร้าน More ซึ่งอยู่หน้ามอ
ตอนเดินออกมาจากร้านเห็นท้องฟ้าสีนี้ ก็ชี้ให้เขาดู
แต่เขานึกว่าเราชี้รั้วมหาลัยให้เขาดู .. แป้กเลยกู
เลยบอก "ชี้ท้องฟ้าโว่ย สวยเนอะ สวยเนอะ"
.. ถ้าเห็นด้วยตาเปล่า มันสวยกว่านี้มาก คอนเฟิร์ม

 


"ป้ายประชาสัมพันธ์วันเปิดโลกชมรม"

เห็นป้ายนี้ที่หน้ามหาลัยแล้วชอบมากๆ ..
มีทั้งเด็กเด็ค เด็กดุ ..
อ่านแล้วฮาดี
(ภาพหัวส้มๆ เสื้อดำที่เห็นด้านบนคือเครื่องแต่งกายวันรับน้องรวมของเด็กเด็ค
ส่วนสีชมพูมีรูปกุญแจอะไรสักอย่างคือเครื่องแต่งกายวันรับน้องรวมของเด็กดุ)

 


"อักษรศาสตร์ มศก."

ก่อนจะเอนท์ไม่เคยรู้ชื่อย่อของมหาวิทยาลัยศิลปากรมาก่อนเลย
ไม่เคยคิดจะเข้าด้วยซ้ำ
ไม่เคยแม้แต่จะอยู่ในหัวสมองมาก่อน
สุดท้าย .. ก็ได้รู้ ได้มาอยู่ ได้มาชอบ และได้มาทำความรู้จักอย่างจริงจัง
เหมือนกำลังเข้าใกล้คนที่เราชอบ อย่างไงอย่างงั้น

 


"พระอาทิตย์ย่ำค่ำ ณ พระราชวังสนามจันทร์"

ยามเย็นเมื่อว่างๆ ก็เลยชวนเพื่อน (ทั้งที่อยากรู้ใจและที่เกิดวันเดียวกัน) ไปเดินเล่นในวังกัน
เดินรอบๆ วนๆ จนมานั่งที่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่ง ซึ่งมีไก่เกาะอยู่บนกิ่งไม้ด้วย
ไก่ในเขตพระราชฐานที่นี่น่ากลัวมาก ชอบบินขึ้นต้นไม้
.. ผู้หญิงผมยาวในภาพเธอชื่อ "กุ๊กกุ๋ย"
เป็นผู้หญิงที่เกิดวันที่และเดือนเดียวกับเราเลย ต่างกันแค่ปีเท่านั้น
เธอเป็นผู้หญิงที่อาร์ตมาก ..
หากอยากเห็นหน้าค่าตาเธอ ไม่ต้องกังวลใจไป
เพราะต้องได้เจอเธออีกยาวในเอนทรี่นี้ .. (ฮ่า ฮ่า ฮ่า)

 


"Glass Exhibition"

ป้ายสีขาวๆ ที่ติดอยู่ข้างๆ เป็นชื่อเจ้าของผลงาน
นิทรรศการนี้จัดขึ้นที่ ..
หอศิลป์บรมราชกุมารี (หรือเปล่า เริ่มไม่มั่นใจ)
ตอนที่เราไปไม่ค่อยมีคนเท่าไร
เลยถ่ายรูปมาเต็มที่

 


"ย่อย่อ ข้างข้าง แก้วแก้ว"

ภาพนี้คือตัวเราเอง .. กำลังย่อเข่านะ ไม่ได้เตี้ย
เพื่อสร้างความกลมกลืนกับผลงานที่ติดอยู่บนกำแพง
ซึ่งจัดอยู่ในงาน Glass Exhibition ของคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์
เราเข้าชมเป็นคนที่ ๕๒๗ (มั้ง ถ้าจำไม่ผิด)

 


"เธอกำลังหาภาพที่เธอชอบ"

เรากับกุ๋ยเกิดวันเดียวกัน ชอบอะไรคล้ายๆ กัน
แต่บางอย่าง แน่นอนว่าย่อมต่าง .. มีหลายเรื่องที่คิดต่างกัน
เรามองหาผลงานที่เราชอบบนกำแพง เสร็จแล้วก็บอกกุ๋ยว่า ..
เราอยากรู้ว่ากุ๋ยกับเราชอบงานเดียวกันไหม
เราเลือกได้แล้ว ..
(มันก็บอกว่าเร็วจังว่ะ เราต้องดูอีกนาน)
เราเลยบอก .. งั้นกุ๋ยเลือกไปก่อนแล้วกัน เดี๋ยวจะเดินกลับมาถามใหม่
...
มันเลือกนานมาก แต่สุดท้ายคำตอบก็คือชอบคนละงาน
แต่มันก็เดาไว้แล้วว่าเราชอบงานไหน .. ซึ่งถูก
อืม .. คุณรู้ใจ โป๊ะพึ่มพึมพึ่มพึ้ม !

 


"หญิงอาร์ต"

ต่อไปต้องเจอกับเธออีกหลายรูป
คือความจริงแล้ว ..
รูปมันก็จะเหมือนเดิม หากไม่มีใครมาเติมสีสันให้กับมัน
ซึ่งเราว่า .. กุ๋ยทำหน้าที่นั้นได้ดีนะ

 


"เงาเหงาเหงา"

เงาของเธอคนเดิม

 


"คว้า .."

 


"เก้าอี้แก้ว"

เป็นผลงานที่เราชอบอันหนึ่งเลย
มันอาจจะนั่งไม่ได้จริง
แต่มันก็ทำให้เรารู้สึกว่า .. ถ้าเราเอามือไปแตะ
หรือหย่อนก้นนั่งดู ..
มันคงแตก พัง และไม่เป็นเก้าอี้แก้วอีกต่อไป
มันก็คงจะเป็นแค่เศษแก้ว ..
แต่เขาเอามาทำให้มันเป็นเก้าอี้ ให้เราได้มาดู
ให้เราได้มาคิดถึงข้อความข้างบนๆ นั้น
อืม .. ทำให้เรามีอะไรเขียนเลย (ฮ่า ฮ่า)

 


"กุ๋ยล้อมแก้ว"

เห็นมันทำท่าเสี่ยงๆ ล้อมแก้ว ..
แต่เราจินตนาการไปไกลถึงตอนที่มันทำแตกแหละ
แต่มันก็ไม่แตก แค่คิดในแง่ร้ายมากไปหน่อย
ไหนๆ มันก็ทำแล้ว เลยสั่งให้ทำค้างไว้
พอรูปออกมา เห็นแล้วโคตรฮา
แสงข้างใต้มันส่องไปที่หน้าทำให้กุ๋ยมันเหมือนเป็นแม่มดสักอย่าง
เราก็เลยฮาก้าก แต่ก็โดนมันเอาคืน ..

 


"โบว์ลอดแก้ว"

มันบอกว่าจะถ่ายให้เราบ้าง
แล้วให้เราก้มหน้าลองออกมาทางช่องของงานชิ้นนี้
ซึ่งเราก็เชื่อมัน ..
พอมันถ่ายออกมาเสร็จ ก็ฮาก้ากเหมือนกัน
พอเอารูปมาดูแล้วเลยเห็นความไม่ต่างกันของแสงที่ส่องมาที่หน้า
อืม .. เล่นกูจนได้นะ ไอ่กุ๋ยบ้า

 


"เพลงรักประกอบชีวิต"

เป็นสมุดภาพที่เราเคยเขียนไว้ในเอนทรี่ก่อนๆ ที่เราบอกว่าเราจะทำให้เขา .. คนที่เราชอบ
ภาพและสี เขาเป็นคนวาด
ส่วนคำว่าซาวด์แทร็กฯ กับวงกลมคำพูดเราเขียนเอง
ผลงานเลยต่างกันนิดหน่อย
แต่เราว่าเราทำสุดฝีมือแล้วนะ !

 


"ภายในเพลงรักประกอบชีวิต"

แอบถ่ายไว้ตอนเอามาให้เพื่อนๆ ลองอ่าน ซึ่งทุกคนบอกว่าชอบ
แล้วก็แอบลุ้นเรากันใหญ่ตอนที่จะเอาไปให้เขา
ภาพข้างล่างยาวๆ นั่นเขาเขียนหมดเลย
ส่วนเราเขียนแค่คำบรรยายเนื้อเพลงที่อยากให้เขารู้ความรู้สึกของเรา

เออ .. บางคนอาจจะยังงงว่าให้เขาวาด แล้วก็เอาไปให้เขาเนี่ยนะ (?)
คือตอนแรก .. จู่ๆ ก็คิดอยากจะไรท์เพลงที่เราชอบให้เขาเอาไปฟัง
แต่ถ้าจะให้แค่แผ่นซีดีธรรมดาๆ ไป มันก็ยังไงๆ อยู่
เลยคิดทำเป็นสมุดภาพขึ้นมาได้
(ความจริงมันก็ไม่ใช่สมุดหรอก แต่เป็นกระดาษยาวอย่างที่เห็นในรูป)
แล้วทีนี้ ความคิดที่ว่า "จะทำยังไงให้เราได้เจอกันอีก" มันก็ค้างคาอยู่ในใจนานแล้ว
เลยชวนเขามาวาดรูปซะเลย แต่ก็ไม่ได้บอกว่าวาดให้ใคร
จนสุดท้ายก็ขอโทษเขา แล้วก็เอาให้
แต่เขาก็คงไม่ได้ฟังเท่าไรหรอกมั้ง

 


"This is A BOOK !"

ชั้นหนังสือที่หอ
นี่เป็นหนังสือส่วนหนึ่งที่ซื้อมาจากอะบุ๊คแฟร์
ความจริงที่บ้านยังมีอีก แต่ก็ขนไปอ่านเรื่อยๆ
แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยได้อ่านเลย
มัวแต่เที่ยว เล่น นอน .. เรียนบ้าง
ไว้กลับไปหอคราวนี้ จะขนมาอ่านให้จบให้สิ้นก่อนสอบปลายภาคเสียที

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เทอมหนึ่งของปีหนึ่ง .. รู้สึกเหมือนผ่านไปไวจัง
ปิดเทอมเดือนตุลาคม ..
เดือนพฤศจิกายนก็เทอมสองแล้ว

หลังจากนั้น เรากับเขาก็คงไม่ได้เจอกันเหมือนเดิมอีกแล้ว
มีหลายวันในช่วงเวลาสั้นๆ ที่ผ่านมาที่เราอยู่ด้วยกัน
ไปกินข้าว ดูหนัง เดินเล่นที่วัง ที่แกลลอรี่ ที่สนามหลวง
ไปกินผัดไทที่ร้านผัดไทประตูผีแถวเสาชิงช้า
ไปนั่งวาดรูปในห้องสมุด ส่วนเราไปอ่านหนังสือและทำการบ้าน
ไปกินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านที่เราไม่เคยไปและไม่เคยสังเกตว่ามีมาก่อน
นั่งเล่นที่สะพานสระแก้ว ..
ไปถ่ายรูปที่พระราชวังสนามจันทร์
และอีกหลายๆ อย่างที่เราอาจจะลืมไป

เป็นช่วงเวลาดีๆ กับบรรยากาศดีๆ และความรู้สึกดีๆ ที่มีให้กัน
นับวันที่เรารู้จักเขา เราก็ยิ่งชอบ
แต่บางทีก็เกิดสับสนและสงสัย
เคยคิดอยากถาม แต่บางที แค่มองหน้าเขา เราก็หมดคำถาม
.. แค่มีช่วงเวลาอย่างนี้ในชีวิตอีกครั้งมันก็ดีเท่าไรแล้ว

เกือบจะลืมไปแล้วเหมือนกันกับความรู้สึกดีๆ อย่างนี้
เพราะเท่าที่เคยมีคือความเจ็บปวด ..

แต่ถ้าต่อจากนี้มันจะเป็นอย่างนั้น
มันก็คงไม่ส่งผลกระทบต่อเราเท่าไร
เพราะเมื่อเราเคยผ่าน มันก็ยิ่งทำให้เราเข้มแข็ง

แม้เราจะต้องผิดหวังอีกสักกี่ครั้ง
อย่างน้อย .. กับเขาคนนี้ที่เราบอกกับใครต่อใครว่าเป็น "เพื่อน" กัน
ก็ยังคงเป็น "เพื่อน" ที่คบกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ

ไม่ต้องคิดอะไร .. แค่อยู่กับเขาแล้วเราสบายใจ
เท่านั้นก็เพียงพอ ..

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

big smile

...

ยิ้ม ยิ้ม
เพื่อโลกที่สดใสกว่า

#1 By Millhz on 2009-08-22 22:00

เย้ ได้เห็นหน้าแล้ว ฮ่าๆ

รู้จักกุ๋ยคร๊า รู้จักหน้านะ คุยกันบ้าง แต่ไม่เคยรู้ชื่อคุณเธอเลย ขอบคุณที่ทำให้เราได้รู้ชื่อของเธอในวันนี้ ฮา

อยากไปบ้าง ดูงาน
แต่วันนั้นไปดึกเกินไป
มืดมาก ฮ่าๆ

#2 By เป็ดเน่า!! on 2009-08-22 22:19

อ๊ากกกก ซิ้มในชุด นศ.

น่ารักจับจิต -_,-

ว่าแต่ไปเป็นพรีเซนเตอร์ให้ศิลปากรเมื่อไหร่จ้ะ

^___________^

#3 By ★ ナ イ ス ☆ on 2009-08-22 23:56

ภาพสวยๆ

#4 By E.T.*** on 2009-08-23 00:27

แอบอยากเรียนศิลปากรเล็กๆ
ด้วยเหตุผล สวยอ่ะ!

cry cry cry

#5 By h|b|b on 2009-08-23 01:38

รู้จักมหาวิทยาลัยนี้มากขึ้นจริงๆค่ะ..จากที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนเลย..ขอบคุณค่ะ..

สองสาวน้อย พาทัวร์ น่ารักทั้งคู่เลยน๊ะ..

รออ่านเรื่องเล่า..ชองชีวิตสาวน้อยมหา'ลัย..ในเอนทรี่ถัดไปอีกค่ะ..big smile
เห็นบรรยากาศ และคำบรรยายแบบนี้ทำให้อยากย้อนเวลากลับไปตอนเรียนจังเลยค่ะ..ท้องฟ้าสวยจริง ๆ ..big smile

#7 By Kiss The Rain on 2009-08-23 11:32

บรรยากาศน่ารักมากค่ะรวมทั้งน้องสาวพี่ด้วย..big smile big smile big smile

#8 By jEn(a lOt lOst) on 2009-08-23 12:14

เป็นเพื่อนกันก็ดีแล้วค่ะ ดีกว่า เป็นเพียง " คนเคยรู้จัก " หรือ " คนเคยเห็นหน้า "

เพื่อน ... ขยับให้สนิทกว่านี้ได้ ถ้าเวลาผ่านไป



เพื่อน (ที่อยากรู้ใจ) <<<<<<<< คำนี้ดีจังนะคะ

เราก็มองเค้าเป็นเพื่อนเหมือนกันนินา



แบบนี้ เค้าเรียก เสมอ

( ต่างกันตรงที่คำในวงเล็บเนี่ยแหละ ... ที่ไม่รู้ว่าวงเล็บไว้เหมือนกันอ่ะเปล่า ) big smile

#9 By Initmate on 2009-08-23 16:24

ให้ทุก ๆ เรื่องมีรอยิ้มและความสุขเน่อ..confused smile

ป.ล.ความอาร์ตกำลังแทรกซึมสู่ชีวิตแล้วใช่มั๊ยเนี่ย..
ฮ่าา ๆ ๆ..confused smile

ป.ล.อีกหน่อย..เพลงรักประกอบชีวิต
คงเพราะน่าฟังดีเนาะ..ยิ้ม ๆ เข้าไว้..เน่อ..confused smile

#10 By happiness in my bag.. on 2009-08-23 17:18

ข้าพเจ้าได้เข้ามาแล้ว!!!
กุี๊๊๊๊๊๊กกุ๋ยเองจ้า!!
ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน โบว์คงคิดเรื่องอะไรอยู่ตลอดเวลาเลยสินะ สินะ

วันหน้าจะไปผจญภัยที่ไหนกันต่อดี?!

#11 By Millhz on 2009-08-23 18:23

บางทีเค้าอาจคิดว่าตัวเองใจไม่มั่นคงพอ เเละคงกลัวความเจ็บปวดเราะความไม่่มั่นคงของตัวเอง

#12 By ยาม (124.122.183.138) on 2009-08-23 20:16

เพลินใจconfused smile

#13 By wesong on 2009-08-24 09:54

ถูกต้องนะคร้าบ...
อยู่แล้วสบายใจ อยู่ต่อไป ยังไงก็ยังมีกันแหละน้องโบว์
ฮ่าๆๆ
พาไปเที่ยวมั่งดิ ท่าพระจันทร์อ่า

จะได้เจอกันอีกป่าวเนี่ย

ปล.เริ่มเปิดเผยหน้าตาแล้วนะคะจ๊ะ ฮิฮิbig smile open-mounthed smile

#14 By inthebee on 2009-08-24 22:59

จริงๆ พี่ชอบท้องฟ้าสีนั้นเหมือนกัน
(ท้องฟ้าที่ทับแก้ว ก็คงเป็นที่เดียวกับที่พี่เคยเห็น)
แต่มีคนบางคนบอกว่า มันดูเหงาๆ
อืมม นะ ไม่รู้เหมือนกัน แต่เราชอบ

ปล.ช.ม.ม ชอบมากมาก ที่ไปเล่นเกมแบบนั้นในบล็อกพี่ 555
(เรียกว่าเกมดีมั๊ยนะ)

#15 By beto| e a r n on 2009-08-25 19:18

ลืมถาม..
ว่าทำไมมีโตเกียวฯ สองเล่ม

;D

#16 By beto| e a r n on 2009-08-25 19:20

ไม่ได้กลับไปมหาลัยนานมาก sad smile

#17 By Faris Cassidy on 2009-08-27 15:14

ไหนๆก็ไปถึงคณะจิตรกรรมแล้ว

น่าจะถ่ายหน้าคณะมัณฑนศิลป์บ้างนะ

โปรโมดคณะเราหน่อยเด้ะ

อย่าโปรโมดแต่หนุ่มแก

คณะเราก็สวยนะเว้ย!!!

#18 By เธียร (125.25.3.28) on 2009-08-28 23:42


big smile

คิดถึงป้า

แล้วก็ดีใจที่ได้มาอ่านเอนทรีนี้แล้วทำให้รู้ว่า "ป้ามีความสุข"

อาจจะคิดเหมาไปเองว่าป้ามีความสุขจากสิ่งที่ป้าเล่า

แต่อย่างน้อยที่คิดว่าคิดถูกก็อาจจะเป็น ป้ามีความทุกข์น้อย

คงอย่างนั้นล่ะมั๊ง

เพื่อนที่คอยเป็นคนรับฟัง และคอยทำให้เราเป็นคนรับฟัง

แม้วันนี้จะอยู่ไกลกัน และไม่ได้พบเจอกันมานานมากแล้ว

แค่ได้รู้ว่าเพื่อนมีความสุข แล้วก็อยู่สุขสบายดี
นั่นก็เป็นข่าวดีกว่าข่าวไหนๆ

พูดถึงก็เร็วอยู่ ... ปี 1 เทอม 1 กะลังจะผ่านไปแล้ว

เหมือนยังหยิบจับอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน แม้แต่ผู้ชายสักคน

ฮ่าๆๆๆๆ ล้อเล่น

ก็ ... ไม่รู้สิ
เรื่องร้ายๆที่ผ่านไป และเพิ่งผ่านไป
ยอมรับว่าก็ยังมีบทบาทในชีวิตอยู่มาก
แต่ก็พยายามทำใจยอมรับ และเข้มแข็งมากๆ

อย่างน้อยๆก็พยายามคิดว่า หากเพื่อนคนไกลเค้าได้รับรู้ข่าวว่าเราเป็นทุกข์ เค้าจะไม่สบายใจได้

ก็เลย ... พยายามจะทำตัวเองให้มีความสุขที่สุด

ได้ทำกิจกรรมเพื่อสังคมที่เคยอยากทำแล้วไม่เคยมีโอกาสได้ทำ

ได้ทำกิจกรรมที่โคดเหนื่อย แต่ไม่ได้ผลตอบแทนอะไรเลย เว้นเสียแต่ความภาคภูมิใจ

ไม่แน่ใจว่าธรรมศาสตร์รังสิต จะมีมุมสวยๆเหมือนที่ทับแก้วบ้างรึเปล่า

สารภาพว่าไม่มีโอกาสจะได้ไปถ่ายรูปสวยๆแบบป้าเลย

พอได้มาเห็นก็เลยคิดไว้ว่า หลังสอบปลายภาค น่าจะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด ที่จะชวนเพื่อน และคนที่เรา(อยาก)รู้ใจ ไปถ่ายรูปในมุมสวยๆ บรรยากาศดีๆบ้าง

อยู่รังสิต ... ได้แต่อ่านหนังสือ เรียน ทำงาน กิน นอน

สิ่งอื่นมิอาจจะได้ทำ

เอาเป็นว่าจะแบ่งเวลาไปทำอย่างอื่นให้ชีวิตดูมีสีสัน แบบป้าบ้างก็แล้วกัน

มีเพื่อนในโต๊ะซิ่วมาจาก มัณฑนศิลป์ปี 2
เค้าก็ชอบเล่าเรื่องที่ทับแก้วให้ฟังเหมือนกัน

ฟังแล้วคิดถึงป้า อยากไปหาป้า
อยากไปซึมซับบรรยากาศใน ม. ของเพื่อนๆบ้าง

เฮ้อ ตอนนี้ก็ใกล้สอบแล้ว
ขอให้ผ่านพ้นเรื่องสอบไปได้ด้วยดี
มีรูปมาฝากให้ดูด้วย
ก็ ... หาให้เจอแล้วกันว่าคนไหน
ทางที่ดี ... อย่าทักว่าอ้วนจะดีที่สุด
เพราะอันนั้นรับทราบแล้วคับผม

ส่วนคนที่ถ่ายคู่กันหลายๆรูปนั้นก็เป็นเพื่อนในโต๊ะ
ไม่ได้มีความสำคัญอื่นใด คนในโต๊ะเราก็สนิทกันแบบนั้น
แล้วก็นั่นคืองานบายเนียร์ อย่าคิดว่าเป็นโรงละครอะไร
5555+

คนที่(อยาก)รู้ใจตอนนี้ ก็เป็นคนที่ป้าพอรู้จักแล้ว
จริงๆแล้ว เค้าแค่เป็นกำลังใจที่ดีให้กับทุกๆวันที่ดำเนินชีวิต
^^
ส่วนคนบางคน ... นั้น ก็แม้ว่า ...
ตัวของเค้า หน้าของเค้า หรือแม้แต่เสียงของเค้า
จะมิอาจได้มาพบให้ได้เจอ ได้ยินเสียงกัน แต่เรื่องราวในอดีตยังคอยสร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้เสมอ
แต่ก็จะเข้มแข็งและอดทน เชื่อที่ป้าบอก ว่าสักวันเราจะต้องผ่านมันไปได้ และเข้มแข็งมากกว่าเดิมเป็นกอง

ก็ภาวนาให้คนที่(อยาก)รู้ใจ มีโอกาสได้รู้ใจกันจริงๆก็แล้วกัน

ก่อนจะวางสายโทรศัพท์เมื่อตอนดึกๆ เค้าพูดว่า
"เค้าวางไปแล้ว ตัวเองก็รีบนอนก็แล้วกัน นอนดึกโดนแฟนดุไม่รู้ด้วย" 5555+
เราก็ตอบไปว่า "ใครบอกว่ากลัว"
เค้า "ไม่กลัวใช่มะ เด๋วพี่จะดุหนูเด๋วนี้แหละ"
5555555555


ไม่รู้ว่าเค้าแกล้งให้เราดีใจหรือยังไง

แต่อย่างที่ป้าเล่าไว้
ไม่ว่าจะยังไง เค้าก็เป็นคนที่เดินเข้ามา ทำให้เราได้มีรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และสัมผัสสิ่งที่เรียกว่าความสุขอีกครั้ง

แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาไม่นานนักที่เป็นแบบนี้
แต่เค้าก็ทำให้เรารู้สึกอยากเปลี่ยนตัวเอง

จากคนที่เคยเซื่องซึมเหงาหงอย
... เป็นคนร่าเริง สดใส
จากคนที่เคยเงียบขรึม ไม่แคร์ใคร
... เป็นคนอ่อนหวาน มีชีวิตชีวา

เค้าทำให้เราอยากมีชีวิตที่ดี และอยากทำสิ่งดีๆเพื่อตัวเราเอง

ไม่รู้ว่าเค้าจะยืนอยู่ตรงนี้อีกนานไหม

แต่ก็ขอบใจสิ่งดีๆที่เค้าตั้งใจจะมอบให้



เอาเป็นว่า เล่ามาถึงตรงนี้แล้ว
คงทำให้ป้าอมยิ้ม และสบายใจได้ว่าเพื่อนคนนี้แฮปปี้กระดี๊กระด๊าพอสมควร

ฝากกุ๊กกุ๋ยดูแลป้า แล้วก็ฝากป้าดูแลกุ๊กกุ๋ยด้วยละกัน

รักป้านะ คิดถึงป้า ซิกๆ(น้ำตาจะไหล)

บ้านเราอยู่ใกล้กันแค่นี้ แต่ตัวเราห่างไกลกันเพียงไหน
ฮ่าๆๆ

ข่าวดี คือข้าพเจ้ามีวันปิดเทอมกะเค้า 3 วัน !

แล้วเจอกันเมื่อชาติต้องการ



big smile

#19 By ♥ jazmyn on 2009-08-30 02:06

http://picasaweb.google.com/pekkiokung/ByeNior#

ลืมแปะไว้

ตามไปดูรูปก็แล้วกัน อิอิ

big smile

#20 By ♥ jazmyn on 2009-08-30 02:11

อ๋า!!!

เรายังไม่ได้ไปดูงานจิตรกรรมเลย!!!

ตึกข้างกันแท้ๆ-____-;;

#21 By hikineko on 2009-08-31 05:29

ภาพสวยดีนะ big smile

#22 By Zeedprogram on 2009-09-02 22:41

อ่านเอนทรี่นี้ไปสามรอบแล้ว
เพิ่งจะได้เมนท์ เหอะๆ

ชอบมากกกกกกก
ทั้งรูปและคำพูดทั้งหมด

อย่างน้อยมันก็ติดอยู่ในส่วนหนึ่งของความทรงจำ
ถ่ายรูปสวยอ่าา ..... ฮิ๊ววววววว .....

แล้วจะแว๊ปมาอ่านเรื่อยๆ

#24 By ~::+lllShokolez0zlll+::~ on 2009-11-25 09:59