» ให้ .. รูปเล่าเรื่อง
posted on 21 Aug 2009 22:24 by millhz

"ยินดีต้อนรับสู่มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ"
ไปเที่ยวหอเพื่อนที่เรียนอยู่คณะมัณฑนศิลป์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
เพื่อนเรียนอยู่ภาควิชาออกแบบนิเทศศิลป์ ซึ่งคาบเรียนส่วนใหญ่จะอยู่ที่ท่าพระ
เพื่อนก็เลยต้องไปหาหออยู่แถวนั้น .. เราก็เลยถือโอกาสไปเที่ยวซะเลย
พอมาตอนเช้าวันจันทร์ก็ต้องกลับมาที่ทับแก้ว นครปฐม
เลยโดยสารรถบัสรับส่งนักศึกษาที่จะต้องไปเรียนที่ทับแก้ววันนี้กลับมาด้วย
ทั้งคันเป็นเด็กมัณฑนศิลป์หมดเลย .. มีเราอักษรศาสตร์แค่คนเดียว
ทำให้รู้สึกแปลกดี .. ฮ่า ฮ่า
รถออกได้ไม่นาน คนขับก็เปิดหนังให้เราดูกัน
ตอนแรกๆ ก็บู๊กันจนน่าเบื่อ .. แต่พอตัดฉากไปตอนที่มีผู้หญิงอาบน้ำอยู่ในห้องน้ำแบบไม่เซ็นเซอร์
.. อืม ทำเอาทั้งคันฮือฮากันได้
เราดูไปสักพัก กูรับไม่ได้ว่ะ .. หลับดีกว่า

"ท้องฟ้าที่ทับแก้ว"
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ไปกินข้าวกับเพื่อน (ที่อยากรู้ใจ) ณ ร้าน More ซึ่งอยู่หน้ามอ
ตอนเดินออกมาจากร้านเห็นท้องฟ้าสีนี้ ก็ชี้ให้เขาดู
แต่เขานึกว่าเราชี้รั้วมหาลัยให้เขาดู .. แป้กเลยกู
เลยบอก "ชี้ท้องฟ้าโว่ย สวยเนอะ สวยเนอะ"
.. ถ้าเห็นด้วยตาเปล่า มันสวยกว่านี้มาก คอนเฟิร์ม

"ป้ายประชาสัมพันธ์วันเปิดโลกชมรม"
เห็นป้ายนี้ที่หน้ามหาลัยแล้วชอบมากๆ ..
มีทั้งเด็กเด็ค เด็กดุ ..
อ่านแล้วฮาดี
(ภาพหัวส้มๆ เสื้อดำที่เห็นด้านบนคือเครื่องแต่งกายวันรับน้องรวมของเด็กเด็ค
ส่วนสีชมพูมีรูปกุญแจอะไรสักอย่างคือเครื่องแต่งกายวันรับน้องรวมของเด็กดุ)

"อักษรศาสตร์ มศก."
ก่อนจะเอนท์ไม่เคยรู้ชื่อย่อของมหาวิทยาลัยศิลปากรมาก่อนเลย
ไม่เคยคิดจะเข้าด้วยซ้ำ
ไม่เคยแม้แต่จะอยู่ในหัวสมองมาก่อน
สุดท้าย .. ก็ได้รู้ ได้มาอยู่ ได้มาชอบ และได้มาทำความรู้จักอย่างจริงจัง
เหมือนกำลังเข้าใกล้คนที่เราชอบ อย่างไงอย่างงั้น

"พระอาทิตย์ย่ำค่ำ ณ พระราชวังสนามจันทร์"
ยามเย็นเมื่อว่างๆ ก็เลยชวนเพื่อน (ทั้งที่อยากรู้ใจและที่เกิดวันเดียวกัน) ไปเดินเล่นในวังกัน
เดินรอบๆ วนๆ จนมานั่งที่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่ง ซึ่งมีไก่เกาะอยู่บนกิ่งไม้ด้วย
ไก่ในเขตพระราชฐานที่นี่น่ากลัวมาก ชอบบินขึ้นต้นไม้
.. ผู้หญิงผมยาวในภาพเธอชื่อ "กุ๊กกุ๋ย"
เป็นผู้หญิงที่เกิดวันที่และเดือนเดียวกับเราเลย ต่างกันแค่ปีเท่านั้น
เธอเป็นผู้หญิงที่อาร์ตมาก ..
หากอยากเห็นหน้าค่าตาเธอ ไม่ต้องกังวลใจไป
เพราะต้องได้เจอเธออีกยาวในเอนทรี่นี้ .. (ฮ่า ฮ่า ฮ่า)

"Glass Exhibition"
ป้ายสีขาวๆ ที่ติดอยู่ข้างๆ เป็นชื่อเจ้าของผลงาน
นิทรรศการนี้จัดขึ้นที่ ..
หอศิลป์บรมราชกุมารี (หรือเปล่า เริ่มไม่มั่นใจ)
ตอนที่เราไปไม่ค่อยมีคนเท่าไร
เลยถ่ายรูปมาเต็มที่

"ย่อย่อ ข้างข้าง แก้วแก้ว"
ภาพนี้คือตัวเราเอง .. กำลังย่อเข่านะ ไม่ได้เตี้ย
เพื่อสร้างความกลมกลืนกับผลงานที่ติดอยู่บนกำแพง
ซึ่งจัดอยู่ในงาน Glass Exhibition ของคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์
เราเข้าชมเป็นคนที่ ๕๒๗ (มั้ง ถ้าจำไม่ผิด)

"เธอกำลังหาภาพที่เธอชอบ"
เรากับกุ๋ยเกิดวันเดียวกัน ชอบอะไรคล้ายๆ กัน
แต่บางอย่าง แน่นอนว่าย่อมต่าง .. มีหลายเรื่องที่คิดต่างกัน
เรามองหาผลงานที่เราชอบบนกำแพง เสร็จแล้วก็บอกกุ๋ยว่า ..
เราอยากรู้ว่ากุ๋ยกับเราชอบงานเดียวกันไหม
เราเลือกได้แล้ว ..
(มันก็บอกว่าเร็วจังว่ะ เราต้องดูอีกนาน)
เราเลยบอก .. งั้นกุ๋ยเลือกไปก่อนแล้วกัน เดี๋ยวจะเดินกลับมาถามใหม่
...
มันเลือกนานมาก แต่สุดท้ายคำตอบก็คือชอบคนละงาน
แต่มันก็เดาไว้แล้วว่าเราชอบงานไหน .. ซึ่งถูก
อืม .. คุณรู้ใจ โป๊ะพึ่มพึมพึ่มพึ้ม !

"หญิงอาร์ต"
ต่อไปต้องเจอกับเธออีกหลายรูป
คือความจริงแล้ว ..
รูปมันก็จะเหมือนเดิม หากไม่มีใครมาเติมสีสันให้กับมัน
ซึ่งเราว่า .. กุ๋ยทำหน้าที่นั้นได้ดีนะ

"เงาเหงาเหงา"
เงาของเธอคนเดิม

"คว้า .."

"เก้าอี้แก้ว"
เป็นผลงานที่เราชอบอันหนึ่งเลย
มันอาจจะนั่งไม่ได้จริง
แต่มันก็ทำให้เรารู้สึกว่า .. ถ้าเราเอามือไปแตะ
หรือหย่อนก้นนั่งดู ..
มันคงแตก พัง และไม่เป็นเก้าอี้แก้วอีกต่อไป
มันก็คงจะเป็นแค่เศษแก้ว ..
แต่เขาเอามาทำให้มันเป็นเก้าอี้ ให้เราได้มาดู
ให้เราได้มาคิดถึงข้อความข้างบนๆ นั้น
อืม .. ทำให้เรามีอะไรเขียนเลย (ฮ่า ฮ่า)

"กุ๋ยล้อมแก้ว"
เห็นมันทำท่าเสี่ยงๆ ล้อมแก้ว ..
แต่เราจินตนาการไปไกลถึงตอนที่มันทำแตกแหละ
แต่มันก็ไม่แตก แค่คิดในแง่ร้ายมากไปหน่อย
ไหนๆ มันก็ทำแล้ว เลยสั่งให้ทำค้างไว้
พอรูปออกมา เห็นแล้วโคตรฮา
แสงข้างใต้มันส่องไปที่หน้าทำให้กุ๋ยมันเหมือนเป็นแม่มดสักอย่าง
เราก็เลยฮาก้าก แต่ก็โดนมันเอาคืน ..

"โบว์ลอดแก้ว"
มันบอกว่าจะถ่ายให้เราบ้าง
แล้วให้เราก้มหน้าลองออกมาทางช่องของงานชิ้นนี้
ซึ่งเราก็เชื่อมัน ..
พอมันถ่ายออกมาเสร็จ ก็ฮาก้ากเหมือนกัน
พอเอารูปมาดูแล้วเลยเห็นความไม่ต่างกันของแสงที่ส่องมาที่หน้า
อืม .. เล่นกูจนได้นะ ไอ่กุ๋ยบ้า

"เพลงรักประกอบชีวิต"
เป็นสมุดภาพที่เราเคยเขียนไว้ในเอนทรี่ก่อนๆ ที่เราบอกว่าเราจะทำให้เขา .. คนที่เราชอบ
ภาพและสี เขาเป็นคนวาด
ส่วนคำว่าซาวด์แทร็กฯ กับวงกลมคำพูดเราเขียนเอง
ผลงานเลยต่างกันนิดหน่อย
แต่เราว่าเราทำสุดฝีมือแล้วนะ !

"ภายในเพลงรักประกอบชีวิต"
แอบถ่ายไว้ตอนเอามาให้เพื่อนๆ ลองอ่าน ซึ่งทุกคนบอกว่าชอบ
แล้วก็แอบลุ้นเรากันใหญ่ตอนที่จะเอาไปให้เขา
ภาพข้างล่างยาวๆ นั่นเขาเขียนหมดเลย
ส่วนเราเขียนแค่คำบรรยายเนื้อเพลงที่อยากให้เขารู้ความรู้สึกของเรา
เออ .. บางคนอาจจะยังงงว่าให้เขาวาด แล้วก็เอาไปให้เขาเนี่ยนะ (?)
คือตอนแรก .. จู่ๆ ก็คิดอยากจะไรท์เพลงที่เราชอบให้เขาเอาไปฟัง
แต่ถ้าจะให้แค่แผ่นซีดีธรรมดาๆ ไป มันก็ยังไงๆ อยู่
เลยคิดทำเป็นสมุดภาพขึ้นมาได้
(ความจริงมันก็ไม่ใช่สมุดหรอก แต่เป็นกระดาษยาวอย่างที่เห็นในรูป)
แล้วทีนี้ ความคิดที่ว่า "จะทำยังไงให้เราได้เจอกันอีก" มันก็ค้างคาอยู่ในใจนานแล้ว
เลยชวนเขามาวาดรูปซะเลย แต่ก็ไม่ได้บอกว่าวาดให้ใคร
จนสุดท้ายก็ขอโทษเขา แล้วก็เอาให้
แต่เขาก็คงไม่ได้ฟังเท่าไรหรอกมั้ง

"This is A BOOK !"
ชั้นหนังสือที่หอ
นี่เป็นหนังสือส่วนหนึ่งที่ซื้อมาจากอะบุ๊คแฟร์
ความจริงที่บ้านยังมีอีก แต่ก็ขนไปอ่านเรื่อยๆ
แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยได้อ่านเลย
มัวแต่เที่ยว เล่น นอน .. เรียนบ้าง
ไว้กลับไปหอคราวนี้ จะขนมาอ่านให้จบให้สิ้นก่อนสอบปลายภาคเสียที
เทอมหนึ่งของปีหนึ่ง .. รู้สึกเหมือนผ่านไปไวจัง
ปิดเทอมเดือนตุลาคม ..
เดือนพฤศจิกายนก็เทอมสองแล้ว
หลังจากนั้น เรากับเขาก็คงไม่ได้เจอกันเหมือนเดิมอีกแล้ว
มีหลายวันในช่วงเวลาสั้นๆ ที่ผ่านมาที่เราอยู่ด้วยกัน
ไปกินข้าว ดูหนัง เดินเล่นที่วัง ที่แกลลอรี่ ที่สนามหลวง
ไปกินผัดไทที่ร้านผัดไทประตูผีแถวเสาชิงช้า
ไปนั่งวาดรูปในห้องสมุด ส่วนเราไปอ่านหนังสือและทำการบ้าน
ไปกินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านที่เราไม่เคยไปและไม่เคยสังเกตว่ามีมาก่อน
นั่งเล่นที่สะพานสระแก้ว ..
ไปถ่ายรูปที่พระราชวังสนามจันทร์
และอีกหลายๆ อย่างที่เราอาจจะลืมไป
เป็นช่วงเวลาดีๆ กับบรรยากาศดีๆ และความรู้สึกดีๆ ที่มีให้กัน
นับวันที่เรารู้จักเขา เราก็ยิ่งชอบ
แต่บางทีก็เกิดสับสนและสงสัย
เคยคิดอยากถาม แต่บางที แค่มองหน้าเขา เราก็หมดคำถาม
.. แค่มีช่วงเวลาอย่างนี้ในชีวิตอีกครั้งมันก็ดีเท่าไรแล้ว
เกือบจะลืมไปแล้วเหมือนกันกับความรู้สึกดีๆ อย่างนี้
เพราะเท่าที่เคยมีคือความเจ็บปวด ..
แต่ถ้าต่อจากนี้มันจะเป็นอย่างนั้น
มันก็คงไม่ส่งผลกระทบต่อเราเท่าไร
เพราะเมื่อเราเคยผ่าน มันก็ยิ่งทำให้เราเข้มแข็ง
แม้เราจะต้องผิดหวังอีกสักกี่ครั้ง
อย่างน้อย .. กับเขาคนนี้ที่เราบอกกับใครต่อใครว่าเป็น "เพื่อน" กัน
ก็ยังคงเป็น "เพื่อน" ที่คบกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ
ไม่ต้องคิดอะไร .. แค่อยู่กับเขาแล้วเราสบายใจ
เท่านั้นก็เพียงพอ ..

...
ยิ้ม ยิ้ม
เพื่อโลกที่สดใสกว่า
#1 By Millhz on 2009-08-22 22:00