» สินละปากอนก่อนเราจะไปเก๋ากัน (๑)
posted on 06 Jun 2009 18:20 by millhz
"พรุ่งนี้ก็สายเสียแล้ว"
แม้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้เห็นหรือได้ยินคำพูดนี้
แต่ทุกครั้งที่ได้สัมผัส ..
เหมือนมันมีพลังมหัศจรรย์บางอย่างที่เรามองไม่เห็น
แปรสภาพกลายเป็น "กำลัง" ของ "หัวใจ" ให้เราได้อย่างยอดเยี่ยม
เมื่อวันที่สี่ของเดือนมิถุนายนที่เพิ่งผ่านมาไม่นาน
เป็นวันเปิดบ้านสีฟ้าหลังคาสีเขียวของคณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
ซึ่งสีฟ้าเป็นสีประจำคณะอักษรศาสตร์ (อ่านว่าอัก-สอ-ระ-สาด)
และสีเขียว (เวอร์ริเดียน) เป็นสีประจำมหาวิทยาลัยศิลปากร
(วันเปิดบ้านฯ เป็นวันที่รุ่นพี่จะพารุ่นน้องไปชมสถานที่สำคัญต่างๆ ของคณะ
เช่น ศาลคณะ, หอสมุด, ตึกเรียน, ห้องน้ำ ฯลฯ)
บรรยากาศของวันเปิดบ้านฯ ในวันนั้น
เป็นสิ่งที่ต่อให้เราไม่จด ไม่จำ .. เราก็ยังคงจำได้ หากมีเวลาสักนิดให้ทบทวนถึง
.
.
.
บรรยากาศในตอนเช้า ..
พวกพี่ๆ นัดให้ไปเจอกันที่คณะตอนเวลาเจ็ดโมง
ด้วยบรรยากาศรอบกายที่ผู้คนต่างง่วงงัน
ไม่ต่างจากตัวเราเช่นกัน .. ที่หาวและขยี้ตาไม่หยุดหย่อน
อาจเพราะเป็นคนชอบนอนดึกและตื่นสายเป็นประจำ
การตื่นตีห้าเพื่อทำเวลาในการอาบน้ำและหาข้าวเช้ากิน
จึงเป็นสิ่งแปลกใหม่อย่างหนึ่งในชีวิตที่เรากำลังเรียนรู้
ความง่วงและบรรยากาศเหล่านั้น
เมื่อเราเงยหน้าขึ้นมามอง ..
มันทำให้เราฉุกคิดถึงบางอย่าง
คือ "การซิ่ว"
จนเกิดเป็นคำถามที่ว่า "เราเหมาะกับที่นี่จริงหรอ ?"
คำถามนี้ไม่ได้ใช้เวลานานมากนักสำหรับคำตอบ ..
สถานที่แรกที่รุ่นพี่พาเราไปคือ "ศาลคณะ"
พี่ๆ บรรยายถึงที่นี่ด้วยความภาคภูมิใจ ..
"อักษรศาสตร์เป็นคณะเดียวที่ยังมีศาลประจำคณะซึ่งศักดิ์สิทธิ์มาก
ไม่ว่าเรียนคณะอะไรต่างก็เชื่อและนับถือศาลนี้"
ขออะไรก็ได้ แต่อย่าบน .. อย่าบน หากทำไม่ได้
จากนั้น ก็เดินผ่าน "โรงละครทรงพล"
ไปยัง "หอสมุดฯ"
ซึ่งไม่ว่าขณะที่เราเดินไปตามตึกต่างๆ หรือจะนั่งอยู่เฉยๆ ก็ตามที
รุ่นพี่จะถือพัดหรือกระดาษหรืออะไรก็ตามพัดให้เราตลอดเวลา
จนถึงตอนที่เข้าไป ณ "หอประชุมเทพยสุวรรณ"
มีการเสวนาโดยแขกรับเชิญคือศิษย์เก่าของคณะอักษรศาสตร์
มากันทั้งหมดสี่คน .. จำได้คนหนึ่งคือพี่ต่อ ที่ทำรายการ "กบนอกกะลา"
รู้สึกทึ่ง .. ทึ่ง .. อึ้ง แต่ไม่เสียว
เมื่อการเสวนาเสร็จสิ้น ..
รุ่นพี่บอกให้พวกเรา .. น้องใหม่หรือน้องปีหนึ่งหรือเฟรชชี่ทุกคนหลับตาลง
หลังจากที่หนังตาบนเลื่อนลงมาประกบหนังตาล่าง ..
มีความรู้สึกเหมือนไฟทุกดวงในหอประชุมดับลง
ตามด้วยบทเพลงที่ถูกถ่ายทอดด้วยเสียงร้องประสาน
ที่แล่นเข้าสู่รูหู ผ่านโสตประสาท เดินทางมายังรูขุมขน
.. เล่นเอาขุนลุกเกรียว
"โอ่โอ้ละเหนอ โอโอ่โอ น้องเอ๋ย ..
พี่นี้แสนชื่นเชย จะไม่เลยแรมไกล
พี่รักเจ้ายิ่งดวงใจ มิคลายหน่ายหน้า
.. ลาล้าลาล้าลาลา ล้าลาลาล้าลาลา (สร้อย)
พี่จะรับขวัญเจ้า เอามาเข้าเป็นขวัญจิต
จะรักดังชีวิต ใจคิดกรุณา (สร้อย)
ขอจงพ้นโศก พ้นภัยหายโรค ให้มีโชคนะน้องยา
จะเอาด้ายยาวขาวบริสุทธิ์ ลาลาล้าลาลาลา
พันมัดผูกไว้ ที่ข้อมือของเจ้า ลาลาล้าลาลาลา
เหมือนดังใจพี่ ไม่หน่ายแหนงหนี ฮืม .. พันผูกใจ"
(ทำนองเพลง "ลิลตพระลอ")
ในมือของพี่แต่ละคนถือเทียนที่กำลังมีเปลวไฟส่องแสงสว่างอยู่
ภาพตอนนั้นช่างดูสวยงาม งดงาม
สุดแสนตราตรึง .. จนเข้ามาประทับอยู่ในใจ
ขณะที่เดินลงมาจากด้านบน เพื่อให้พี่ผูกข้อมือให้
เราไม่อาจถอนสายตาจากบนเวทีไปได้เลย ..
หากพี่จงใจกลั่นแกล้งให้เราซึ้งจนเสียน้ำตาเพราะความตื้นตันแล้วละก็ ..
อยากบอกพี่ว่า .. พี่ทำสำเร็จแล้ว
หลังจากถูกผูกด้ายที่ข้อมือและรับคำต้อนรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้มของพี่ฝ้าย
.. (ซึ่งหน้าตาน่ารักมากๆ)
ก็ลงมาที่ลานด้านล่าง .. ซึ่งมีพี่ๆ อีกกลุ่มรออยู่
กับกิจกรรม "เลี้ยงนมน้อง"
ซึ่งก็น่าประทับใจไปอีกแบบ ..
เราเดินมานั่งอยู่ในที่ที่เดิมกับเมื่อตอนเช้า
แต่บรรยากาศของผู้คนรอบกายตอนนี้รวมถึงตัวเรานั้นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ทุกคนพูดคุยกันด้วยรอยยิ้ม ..
พูดคุยกันถึงความประทับใจในสิ่งที่พี่ๆ ทำเพื่อพวกเรา
สิ่งที่เราได้สัมผัสนอกจากความงดงาม
นั่นคือความจริงใจ ความรักและความเอ็นดู
พี่ทำเพื่อพวกเราจริงๆ ..
บรรยากาศเมื่อตอนเช้า (อีกครั้ง)
ความง่วงและบรรยากาศเหล่านั้น
เมื่อเราเงยหน้าขึ้นมามอง ..
มันทำให้เราฉุกคิดถึงบางอย่าง
คือ "การซิ่ว"
จนเกิดเป็นคำถามที่ว่า "เราเหมาะกับที่นี่จริงหรอ ?"
คำถามนี้ไม่ได้ใช้เวลานานมากนักสำหรับคำตอบ
.
.
.
บรรยากาศในตอนเย็น
รอยยิ้มและบรรยากาศเหล่านั้น
เมื่อเราเงยหน้าขึ้นมามอง หลังจากกินนมที่พี่เลี้ยง
มันทำให้เราค้นพบคำตอบที่เรากำลังตามหา
"เราภูมิใจที่ได้มาอยู่ที่นี่
เรารักที่นี่ ..
เรารักศิลปากร
เรารักอักษรศาสตร์
(เรารักรุ่นพี่)
กูดีใจโว้ยยยยยยยยยยย .."
หากวันนั้นประกาศผลแล้วติดที่อื่น ..
วันนี้ก็อาจภูมิใจที่ได้อยู่ในสถาบันนั้นไปอีกแบบ
แต่คงเป็นแบบที่ไม่เหมือน "สิน-ละ-ปา-กอน"
หลังจากกิจกรรมทุกสิ่งในวันนี้เสร็จสิ้น ..
เพื่อนเราแวะไปถามรุ่นพี่ที่ "คนอ." หรือ "คณะกรรมการนักศึกษาอักษรศาสตร์"
เกี่ยวกับเรื่องเช่ายืมจั๊ก (จักรยานนั่นแล แต่ชาวศิลปากรเรียก จั๊ก)
พี่ให้คำตอบเราว่าจะยืมได้ช่วงเปิดเทอม
แต่แทนที่เรื่องราวมันจะจบลงเท่านั้น ..
พี่กลับยิงคำถามมาถามเรา "น้องอยู่หอไหน" .. เราตอบไป
"มา เดี๋ยวพี่ไปส่ง" พี่บอกในประโยคที่เราคาดไม่ถึง
"เมฆ .. ไปส่งน้องให้หน่อยสิ" สิ้นคำพูด พร้อมกับพี่ผู้ชายคนหนึ่งเดินมา
เรากับเพื่อนนั่งซ้อนรถเครื่อง (รถมอเตอร์ไซค์) ของพี่เมฆมายังหอ
ระหว่างระยะทางของมหาลัยกับหอพัก ก็ไม่ไกลมากเท่าไร
ก็เดินมาทุกเช้า ..
แต่วันนี้มันกลับกลายเป็นวันพิเศษที่แสนพิเศษวันหนึ่ง
อาจเป็นเพราะพี่ๆ เป็นห่วงเรา, รักเรา, เอ็นดูเรา
อาจเป็นเพราะการกระทำของพี่ๆ
หรืออาจเป็นเพราะบทสนทนาที่ไม่มากมาย แต่มีความหมาย
แม้จะเป็นระยะทางสั้นๆ ..
กับพี่คนหนึ่งที่เราเพิ่งได้รู้จักชื่อของเขาในไม่กี่นาทีก่อนหน้านั้น
เราสัมผัสได้ถึงความสุภาพ ความมีน้ำใจ
และหากเราอยากรู้จักใครสักคนหนึ่งอย่างจริงจัง
เราชอบที่จะสังเกตพฤติกรรมของคนๆ นั้น
ซึ่งจากการที่เราสังเกต .. พี่เขาเป็นคนเสียสละ
และน่าคบหาสมาคมด้วยอย่างแรง (ฮ่าฮ่า แอบหัวเราะชั่วร้าย)
รถเครื่องของพี่เมฆมาส่งถึงหน้าหอพัก
เราลงจากรถ พลางพูดขอบคุณสั้นๆ
รอยยิ้มของพี่ปรากฏพร้อมกับคำพูดว่า "ไม่เป็นไรครับ"
.. ผ่านไปแล้วสองวัน และหลังจากวันนี้อีกสี่ปี
หวังว่าเราจะได้คุยกันอีก
ขอบคุณมากๆ เลยพี่
มีเรื่องอีกมากมายที่อยากจะเล่าสู่กันฟัง
กับความประทับใจและอีกหลายอย่างในรั้วศิลปากร
รู้สึกชอบ ชอบ ชอบ ชอบ ชอบ ชอบ .. ชอบ
อย่างไม่อาจบรรยายความรู้สึกนั้นได้หมดด้วยคำพูด
การเขียนช่วยได้นิดหน่อย แต่ก็ไม่อาจเท่าความรู้สึกจริงๆ
ต้องลองมาเอง .. ณ ที่นี่
มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์
อำเภอเมือง ตำบลสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม ประเทศไทย
ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทวีปเอเชีย ดาวเคราะห์โลก
กาแล็กซี่ทางช้างเผือก จักรวาลไม่มีที่สิ้นสุด ..
"อย่ามาผิดที่ล่ะ !"
อมตะวาจาของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี
(ฉบับคร่าวๆ เพราะฟังมา ไม่ได้คัดลอก)
"การสร้างสรรค์ผลงาน ควรรีบลงมือกระทำ
เพราะชีวิตคนเราไม่ได้ยั่งยืนยาวนาน
หากเพียงแต่ผลงานที่เราสรรค์สร้างจะอยู่จรรโลงใจตราบนานเท่านาน
(ตรงกับ "ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น")
ลงมือกระทำ .. เพราะพรุ่งนี้ก็สายเสียแล้ว"
ปอลอ.
พบเจอ "สินละปากอนก่อนจะเก๋า (๒)" เอนทรี่หน้า
มันยังไม่จบแค่นี้ .. และต่อจากนี้
เรารักอักษรฯ
เรารักเด็กเดคฯ (ไม่เกี่ยว)
เรารักวิดยา
เรารักเทคโนฯ
เรารักศึกษาฯ
เรารักถาปัด
เรารักจิตกรรม
เรารักวาแตล
เรารักเด็กดุฯ
เรารักเด็กโบฯ (โบราณคดี)
เรารักไอซีที
เรารักเภสัช
เรารักศิลปากร
เรารัก เรารัก
..
เราเก๋า เราเก๋า
เราอ้าต เราอ้าต
เราภูมิใจ เราภูมิใจ
สิ่งที่ชอบ สิ่งที่ใช่
อะไรบางอย่างที่กำลังแสวงหา กำลังค้นหา กำลังตามหา
ประสบการณ์ต่างๆ ที่ต้องได้พบเจอ .. กับอนาคตที่ไม่แน่นอน
เพื่อนร่วมทาง กับการเดินทาง
การเดินทาง กับเพื่อนร่วมทาง
ที่ต้องอาศัยความมุ่งมั่น ตั้งใจและความรัก
ดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของที่นี่
แค่จุดเล็กๆ .. ที่เป็นองค์ประกอบของวงกลมที่สวยงาม
เป็นสีเขียวเวอร์ริเดียน
จะไม่ยอมแปลกแยก .. จะไม่ยอมเหินห่าง
จะใช้เวลาให้คุ้มค่า
ถึงจะเครียดก็จะไม่เครียด
ถึงจะสนุกก็จะไม่ยอมสนุกน้อย (จะสนุกมาก)
ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ
ที่วันนี้เราได้มายืนอยู่ในรั้วสีเขียวที่ประดับด้วยอักษรย่อ "มศก."
แวดล้อมไปด้วยงานศิลปะทุกพื้นที่
ด้วยความสัตย์จริง .. "มันอ้าตมาก"
ปอลอของปอลอ.
ขออภัยสำหรับชื่อเอนทรี่ "สินละปากอนก่อนที่เราจะไปเก๋ากัน"
ซึ่งมันค่อนข้างเพี้ยนหนักไปทางวิบัติ
แต่มันคือศิลปะอย่างหนึ่งของการ "แหวก"
เอวังทั้งหมดก็เป็นเช่นนี้แล ..

S U !!
สู้ !!
#1 By Millhz on 2009-06-06 20:46