10 LINE'S MEMO

posted on 28 Nov 2009 21:42 by millhz

 

 

- ความรู้สึกต่อโลก - ไม่เกิน ๑๐ บรรทัด -
เว้นบรรทัดที่เขียนวันที่กับเวลา
(ฉบับ คุยกับตัวเองและเก็บไว้ให้ตัวเองอ่าน)

 

 

- เพจนี้เกิดจากความเชื่อในความเปลี่ยนแปลง
- จึงระบุวันที่และเวลาเอาไว้ตลอด
- เพราะอยากรู้ว่า, ขณะ ณ วันนั้น เวลาเท่านั้น
- เราก้าวตามการหมุนของโลกไปถึงไหนแล้ว

(การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นทุกวัน
อยู่ที่เรียนรู้ ยอมรับและเข้าใจ)
 

 

 

  ๐๑ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๒
 
๑๙ นาฬิกา ๒๔ นาที
 

  วันนี้เข้าใจอะไรมากกว่าเมื่อวาน
  เข้าใจว่า, บางที
  ระหว่างชายหญิงที่ไปดูหนัง กินข้าว กินไอติม ไปไหนมาไหนด้วยกัน
  ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นแฟนกันเสมอไป
  อาจเกิดความรู้สึกอยากตั้งคำถามระหว่างความสัมพันธ์บ้าง
  ว่า "เราเป็นอะไรกัน ?"
  แต่ถ้าล้างสมองตัวเองและลืมเส้นกรอบที่สังคมขีดขึ้นมาล้อมรอบตัวเราไปบ้าง
  มันก็ดูจะสนุกและสุขกว่าไม่ใช่หรือ ?
  หากจะมีคนอีกคนหนึ่งนั่งอยู่ข้างกันบนเส้นทางหนึ่ง
  ที่เมื่อถึงทางแยก, ก็แค่แยกทาง .. โดยไม่มีอะไรมาผูกมัดกันเอาไว้

 

  ๒๓ นาฬิกา ๐๓ นาที

  ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนไปทุกวินาที
  อาจทำให้เกืดความเศร้า ความเจ็บ ความปวด
  แต่หากเราเปิดใจกว้าง
  และยอมรับในความเป็นไป
  มันก็จะเป็นแค่เรื่องเรื่องหนึ่งที่ธรรมดา
  แล้วก็จะเป็นแค่เรื่องเรื่องหนึ่ง
  ที่ผ่านมา .. และผ่านไป

 

 

  ๐๒ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๒
  ๐๐ นาฬิกา ๑๙ นาที

  แม้ไม่ใช่ครั้งแรกที่กดโทรศัพท์ไปหาเธอ, ใจเราก็ยังเต้นเหมือนครั้งแรกไม่มีผิด
  บางความคิดก็แค่อยากได้ยินเสียง บางความคิดก็แค่อยากพูดคุย
  เสียงของเธอครั้งนี้ดูอบอุ่นกว่าครั้งก่อน, ฟังดูเป็นมิตร
  ทำให้อยากหาเรื่องมาคุยกับเธอให้นาน
  แต่น่าเสียดายที่เธอมีงานต้องทำ และสัญญาณไม่ค่อยจะดี
  เราก็เลยเลือกที่จะวางสาย .. (เรานี่ หมายถึง เรากับเธอทั้งคู่นะ)
  แต่มันน่าดีใจตรงไหนรู้ไหม ?
  เพราะเสียงของเธอทำให้เรารู้สึกได้ว่าเธอไม่อยากวาง
  แล้วสักวันหลังจาก disconnected โทรศัพท์ครั้งนั้น
  เราจะได้คุยกันอีก ..

 

  ๑๓ นาฬิกา ๑๔ นาที

  เวลาที่เราต้องการสิ่งสิ่งหนึ่ง, มันจะไม่ยอมมาหาเราทันที
  แต่ในเวลาที่เราไม่ต้องการมันแล้วนี่สิ, กลับหยิบยื่นมาให้
  ทำไมมักจะได้สิ่งที่ต้องการหลังจากเราไม่ได้ต้องการมันแล้ว
  สิ่งสำคัญมันอาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าสุดท้ายเราได้มันมาครอบครองหรือไม่ ?
  มันอยู่ที่ว่า .. ในขณะนั้นมันยังมีค่าอยู่หรือเปล่า ?
  มันจะมีค่าสักแค่ไหนกัน, ในระหว่างช่วงเวลาหนึ่งที่เราอยากได้จนเกือบจะลืมไป
  สุดท้ายเมื่อเราได้มา หากค่าของมันหมดแล้วในสายตา
  มันจะมีความหมายอะไรต่อไป ?
  ...

 

 

  ๐๓ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๒
  ๐๑ นาฬิกา ๓๐ นาที

  อ่านความคิดที่คิดไปเมื่อตอนบ่ายของวันนี้ ^
  มีเหตุการณ์สองอย่างที่เป็นเรื่องเดียวกันทำให้เราได้เข้าใจ
  ว่า .. สำหรับคนที่ต้องการนั้น
  ถึงแม้, จะไม่สมหวังดั่งใจปรารถนา
  จนบางคราวเรากลายเป็นฝ่ายที่ลืมเรื่องบางสิ่งไปเองโดยไม่ได้ตั้งใจ
  คนที่เราต้องการกลับกลายเป็นคนที่จดจำเรื่องราวเหล่านั้น
  ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาตั้งใจหรือไม่ .. ?
  แต่คำตอบของ "ค่า" สำหรับคนที่ต้องการหรือ "เคย" ต้องการนั้น
  มันยังมีอยู่เสมอ ..
  และคิดว่าจะมีอยู่ .. ตลอดไป

 

  ๑ นาฬิกา ๓๔ นาที

  แปลกใจ, ที่วันนี้เธอโทรศัพท์มา
  อาจเป็นเพราะเมื่อวานเราได้คุยกัน แต่มันสั้นมากจริงจริง
  วันนี้เราก็ไม่ได้คุยยาวไปกว่าเมื่อวานสักเท่าไร
  แต่ความสุขที่ได้รับมานั้น .. ก็ไม่ได้น้อยไปกว่าช่วงเวลาไหนไหนที่เราใช้ร่วมกัน
  เรารู้สึกสบายใจที่ "เรา" เป็นอย่างนี้
  เรารู้สึกชอบใจที่ "เรา" เป็นอย่างนี้
  มันคงจะนานกับความสัมพันธ์เช่นนี้
  หากไม่มีใครคิดจะเปลี่ยน, หรืออาจจะเปลี่ยน
  หากมีคนคิดเปลี่ยนใจ ..

 

  ๑๘ นาฬิกา ๔๖ นาที

  เพราะอากาศที่เปลี่ยนแปลงนี้หรือเปล่า ?
  หรืออาจเป็นเพราะมันแค่มีอิทธิพลต่อคนที่ใช้ชีวิตร่วมกับอากาศหนาวนี้
  อารมณ์มันเลยเย็น .. เย็นเสียจน .. เย็นชา

 

 

  ๐๔ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๒
  ๒๓ นาฬิกา ๒๙ นาที

  รายละเอียดปลีกย่อยจากการเขียนบล็อกเรื่องเมื่อวาน
  "เรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับตั๋วรถเมล์"
  มันเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจสำหรับเราจริงจริงเลยนะ
  ที่เธอเอาตั่วมาให้เราเมื่อวาน ..
  แม้เราจะไม่ได้ดอกกุหลาบที่เธอกำไว้อยู่นานสองนาน
  แต่เราก็ดีใจนะ, ที่ได้รู้ว่าเธอก็ใส่ใจรายละเอียดเล็กน้อยของเราอยู่บ้าง
  เรื่องเล็กน้อยที่ยิ่งใหญ่ .. มันคงเป็นอย่างนี้สินะ

 

 

  ๐๕ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๒
  ๒๑ นาฬิกา ๑๒ นาที

  เวลาคิดถึงเรื่องดีดีที่เธอทำให้, ไอ่เรามันก็มักลืมไปเสมอ
  กับคำพูดของเธอในคืนวันนั้น .. "อย่าหวังอีกเลย, เสียเวลา"
  เธอบอกว่าอย่าหวัง แต่เธอทำเหมือนให้ความหวัง
  หรือความจริง, เธออาจจะไม่ได้ให้ความหวัง
  เพียงแต่เราคิดไปเอง, แล้วธรรมชาติของมนุษย์ก็ย่อมต้องการ "ความหวัง"
  ขอโทษนะ .. ที่ไม่อาจเชื่อคำพูดของเธอได้
  เพราะบางที, เราก็ยังคิดที่อยากจะหวังอยู่เหมือนเดิม
  .. แม้ว่าสุดท้าย, เราจะเป็นคนเดียวเท่านั้น
  ที่ต้องเสียน้ำตา ..

 

 

  ๒๓ นาฬิกา ๕๘ นาที

  กำลังฟังเพลง "รักคุณเข้าอีกแล้ว" รอบที่เท่าไรแล้ว, ก็ไม่รู้
  ทั้งเนื้อเพลง ทั้งความหมาย ทั้งทำนอง .. แทนทุกทุกอย่างที่เราคิดที่เรารู้สึก
  เคยบอกว่าอยากให้เธอฟังเพลงนี้เมื่อนานมาแล้ว
  หากเธอยังจำได้ หากเธออยากฟัง ขอให้รู้ว่าเรามอบทุกถ้อยคำในบทเพลงนั้นให้เธอนะ
  เมื่อตอนสามทุ่มเกือบสี่ทุ่มเธอโทรศัพท์มา
  หลังจากวางสายไปราวสิบนาทีก่อนหน้าที่จะมาเขียน
  เรารู้สึกอบอุ่นใจอย่างประหลาดที่ได้คุยโทรศัพท์กับเธอในวันนี้
  วันที่เราพ่ายแพ้ครอสเวิร์ดถึงสี่กระดานติดต่อกันเป็นครั้งแรกในชีวิต
  ถ้อยคำของเธอแม้ไม่ได้ปลอบใจ แต่ก็ไม่ได้ฉุดความรู้สึกให้แย่ลง
  มันดีเสียด้วยซ้ำ, แค่ได้ยินเสียงเธอ ..

 

 

  ๐๖ ๑ ธันวาคม ๒๕๕๒
  ๑๘ นาฬิกา ๕๘ นาที

  "ฉันไม่มี, หากจะมีก็มีไม่มาก ถ้าไม่ได้รักเธอ ..
  ฉันไม่ดี และก็คงจะดีได้ยาก ถ้าไม่ได้รักเธอ ..
  ล้มลุกทุกข์ทนวนเวียนเปลี่ยนแปลงมาเท่าไร, แค่คิดก็คุ้มเพราะฉันนั้นได้เจอะเธอ
  คำว่าเธอแปลว่าทุกอย่าง ถ้าไม่มีเธอก็ไม่มีสักอย่าง
  และฉันก็คงไม่เหลือสักทางถ้าทุกอย่างเกิดหลุดหาย
  ที่ผ่านมาฉันไม่เหลือสักอย่าง แต่พอเจอเธอกลับมีทุกอย่าง
  จากนี้จะวาง .. ทุกอย่างของฉันจบมันที่เธอ
  จะเป็นอย่างไร จะจบที่ใดมีใครรู้บ้าง, ถ้าไม่ได้รักเธอ ..
  โชคดีแค่ไหนที่เหนื่อยเท่าไรก็มีเธอเดินข้างข้าง จะอยู่เพื่อรักเธอ .."

 

 

  ๐๗ ๒ ธันวาคม ๒๕๕๒
  ๑๒ นาฬิกา ๓๙ นาที

  คืนหนึ่ง หนังไทย, เข้าไปเก็บบรรยากาศแล้วจากมา
  หากเธออยู่ที่นี่ด้วยในคืนนี้, ความสุขคงเพิ่มขึ้นจากเก่า
  วันนี้มีพี่หมิวอยู่ด้วย, อยากขอบคุณพี่หมิวสำหรับความสนุกความสุข
  พี่หมิวเป็นเพื่อนที่ดีมากมากนับตั้งแต่วันแรกที่ได้รู้จักกัน
  เป็นคนที่ทำให้เรามีความสุขเมื่ออยู่ด้วยกันคล้ายตอนที่เราอยู่กับเธอ
  เสมือนความอบอุ่นในค่ำคืนที่หนาวเย็น
  อาจคล้ายผ้าห่ม, จะว่างั้นก็ได้
  ตอนนี้พี่หมิวหลับอยู่, ดีแล้ว จะได้ไม่เห็นที่เราเขียน
  ส่วนเธอน่ะหรอ, ไม่ว่าจะหลับหรือจะตื่น
  เธอคงไม่เข้ามาอ่านบล็อกไร้สาระที่เต็มไปด้วยเรื่องของเธอบล็อกนี้หรอก!

 

 

  ๐๘ ๔ ธันวาคม ๒๕๕๒
  ๐๐ นาฬิกา ๕๖ นาที

  ผ่านเมื่อวานมา ๕๗ นาที ..
  ตอนเช้า, เราคิดถึงเรื่องของเธอ
  ตอนเที่ยง, เราคิดถึงเธอ
  ตอนบ่าย, เธอโทรศัพท์มาหา
  เราเสียดายข้อความทั้งหมดทั้งมวลที่เราเขียนก่อนหน้าที่จะได้เจอเธอ
  ถึงความสับสนที่เรามี ..
  งั้นเราจะเขียนถึงเรื่องของเราอีกที, ก็แล้วกัน

 

  ๑๒ นาฬิกา ๕๙ นาที

  ตอนที่เราคิดถึงเรื่องของเธอวันนี้ .. มันช่างสับสน
  เธอห่างหายจากโทรศัพท์ไป, นับตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา
  จนทำให้เราอดคิดไม่ได้ว่า .. เธออาจพบเจอคนที่เธอชอบเข้าให้แล้ว
  แล้วเราจะยังมีความหมายอยู่ไหม ?
  แล้วคนที่เธอจะชวนไปเดินดูไฟสนามหลวงด้วยจะยังเป็นเราอยู่หรือเปล่า ?
  แล้วเวลาที่เธอมาทับแก้ว, เธอจะคิดถึงใครก่อนคนแรก ?
  ไม่สิ, หากถึงเวลานั้นแล้วจริงจริง
  เธอคงมาพร้อมกับคนอีกคนที่อยู่ข้างเธอ

 

  ๐๑ นาฬิกา ๐๓ นาที

  ความรู้สึกสับสนเหล่านั้น, เวียนหายไป
  เมื่อโทรศัพท์สั่นและมีชื่อเธอปรากฏอยู่บนหน้าจอมือถือ
  เรานัดเจอกันตอนเย็นของเมื่อวันพฤหัสบดี, เมื่อวาน, เมื่อวันที่เพิ่งผ่านมา
  นับตั้งแต่ที่เธอย้ายไปเรียนอยู่ฝั่งโน้น, เราคิดเสมอว่า "เราสองคน" คงไม่ได้เจอกันอีก
  แต่นี่ .. ไม่ใช่เลย, แม้เราจะไม่ได้เจอกันบ่อยเหมือนเมื่อก่อน
  แต่อย่างน้อย, มันก็กลายเป็นทุกวันของวันพฤหัส,
  วันก่อนที่เธอจะมาเรียนฝั่งนี้, ซึ่งจากสี่วันก็กลายเป็นวันเดียวของอาทิตย์
  คืนนี้เป็นเทศกาล "คืนหนึ่งหนังไทย" วันสุดท้าย
  รถไฟฟ้ามาหานะเธอ กับ ห้าแพร่ง .. ที่เคยดูในโรงหนังสี่เหลี่ยมมาทั้งหมด
  วันนี้, มันมาฉายอยู่บนจอกลางแจ้ง .. ใต้แสงพระจันทร์

 

  ๐๑ นาฬิกา ๐๘ นาที

  มีช่วงจังหวะหนึ่งที่เรานั่งจนเมื่อยก้น, แล้วเธอก็อยากไปเดินหาของกิน
  เราก็เดินไปเจอะร้านหนึ่งคือร้านมันฝรั่งทอด, เธอบอกว่าเธอจะเลี้ยง
  แต่เราอยากลองชิมก่อนก็เลยซื้อเพียงไม้เดียว, อยากบอกว่ามันอร่อยมากเลย
  หลังจากที่หนังเรื่องแรกฉายจบ, ก็เว้นวรรคพักเที่ยวไปนั่งสะพานสระแก้ว
  วันนี้, มีคนสองคนที่ยืนอยู่บนพื้นสะพานที่อยู่บนผืนโลก
  กำลังเล่นกับดวงจันทร์ที่ลอยอยู่เหนือท้องฟ้าในชั้นบรรยากาศผ่านเลนส์กล้อง
  เราประหม่านิดหนึ่งที่จะถ่ายรูปในสภาพเช่นนี้, ทั้งผมที่ฟูฟ่องอย่างกับอะไรดี
  แต่มันก็สนุกมากมากเลยในวันนี้, ที่เราได้ใช้เวลาไปกับเธอ
  สะพานคงไม่รู้ จอหนังคงไม่รู้ ท้องฟ้าคงไม่รู้ เช่นเดียวกับที่พระจันทร์คงไม่รู้
  แล้วเธอก็คงจะไม่รู้ .. หรืออาจจะรู้, หากเธอกำลังมีความสุข .. อย่างที่เรามี

 

  ๐๑ นาฬิกา ๑๗ นาที

  อยากนิยามทับแก้วให้ตัวเองอ่านยามว่างและอยากเล่น
  มศก. / คนอ. / ยูเนี่ยน / จักรยานญี่ปุ่น / ทรงผมฟู / ตุ๊ดตู่ / เต๊นท์เขียว /
  ตลาดวันพุธ / หอศิลป์ / รางรถไฟ / เอสี่ / กล้องถ่ายรูป / โรงละครทรงพล /
  หอสมุด / กลิ่นจัน / หอใน / บ้านเบญจรงค์ / ร้านละมุน / โลตัส นครปฐม /
  โรงหนังธนา / รถตู้ / ๔๑๗ / ตึกหลังมอ / งานลอยกระทง / ศิลปะ / 
  สีเขียวเวอริเดียน / พระพิฆเณศ / พระราชวังสนามจันทร์ / องค์พระ / เทศกาล /
  สะพานสระแก้ว / อาจารย์ญี่ปุ่น / อนุสาวรีย์หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล / สระแก้ว /
  คณะอักษรศาสตร์ / งานคอนเสิร์ต / สนามฟุตบอล / เพลงเชียร์ / ซานตาลูเซีย /
  เพิงหมาแหงนริมน้ำหลังตึกเด็ค / โรงยิม / สปอร์ตคอมเพล็กซ์ / ประติมากรรม /
  ศิลปิน / รุ่นพี่ / ชั้นปี / เพื่อน / เพื่อนรัก / สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต / เธอ ..

 

 

  ๐๙ ๖ ธันวาคม ๒๕๕๒
  ๒๑ นาฬิกา ๓๑ นาที

  กลับบ้านกับเธอ, โดยสารรถของคณะมัณฑนศิลป์ .. แต่ติดติ้งอักษรฯ
  ตอนแรกก็นั่งเกร็ง, แม้จะเป็นครั้งที่สองแล้วที่กลับด้วย
  แต่มันก็รู้สึกเกรงใจอย่างไรบอกไม่ถูก ..
  ระยะเวลาที่รอรถ, ได้มีโอกาสขึ้นไปบนตึก
  ซึ่งมองจากภายนอกก็สวยอยู่แล้ว พอได้เข้าไปข้างใน, ยิ่งรู้สึกว่าออกแบบได้ดีมาก
  เธอบอกจะขึ้นไปเติมน้ำที่ชั้นห้า, แต่เผอิญว่าประตูปิดแล้ว
  เธอก็เกริ่นมาว่า .. มีเพิงมาแหงนหลังตึกตั้งอยู่ริมน้ำ
  ก็เลยเดินไปกัน, เธอนั่งลง เราก็นั่งตาม
  คุยอะไรกันจำไม่ค่อยได้, รู้แค่ว่าชอบตอนนั้น
  เราเขียนไว้บนพื้นกระดานด้วยนะ .. ว่า ? .. ลองไปดูเองแล้วกันถ้าอยากรู้

 

  ๒๒ นาฬิกา ๐๑ นาที

  ออกจากทับแก้วราวห้าโมงเกือบหกโมงเย็น, มาถึงท่าพระราวหนึ่งทุ่ม
  รถวิ่งมาถึงช่วงสะพานพระปิ่นเกล้าจนถึงแถวแยกสะพานผ่านฟ้า
  สายตาแลเห็นต้นไม้ทุกต้นถูกประดับตกแต่งไปด้วยแสงไฟห้อยย้อยลงมา, งดงามมาก
  เรากับเธอมองหน้ากันไม่รู้บังเอิญหรือตั้งใจ, มันเกิดขึ้นจริงจริงหรือฝันไป ..
  ลงจากรถ, เดินลิ่วลิ่วบนถนนท่าพระจันทร์หน้าธรรมศาสตร์
  จนเจอร้านข้าวร้านหนึ่งที่มีเก้าอี้ว่างสำหรับสองที่ .. ก็หย่อนก้นนั่งลงทันที
  เราสั่งมักกะโรนี, เธอสั่งสุกี้แห้ง
  คิดว่าสุกี้แห้งคงอร่อยพอพอกับมักกะโรนี
  กินเสร็จ, เดินย้อนกลับเพื่อไปดูการแสดงโขนหรือละครรำสักอย่าง
  ท่ามกลางแสงไฟที่ประดับประดาไปตลอดเส้นทางที่เราสองย่างก้าวไป ..

 

  ๒๒ นาฬิกา ๒๐ นาที

  เดินผ่านสนามหลวง, ผ่านหอประชุมธรรมศาสตร์, ผ่านพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ
  เลี้ยวผ่านรั้วประตูเข้ามา - หย่อนก้นลงอีกครั้ง, แต่คราวนี้เป็นผืนหญ้า
  ท่ามกลางผู้คนมากมายที่คาดเดาเอาเองว่าอายุคงมากกว่าพ่อแม่เรา
  นอกนั้นก็มีอีกไม่กี่คนรวมทั้งเรากับเธอที่ยังเป็นนักศึกษาอยู่
  เราเปรยกับเธอว่า .. มีแต่คนแก่มาดูทั้งนั้นเลยเนอะ
  เธอตอบเรากลับมาว่า .. ก็เป็นคนแก่ไปด้วยเลยสิ (อะไรทำนองนี้)
  การแสดงสนุกและงดงาม บรรยากาศค่อนข้างดี และยิ่งมีเธออยู่ข้างข้างมันยิ่ง ..
  ดูไปสักพัก, กลัวว่ามันจะดึก กลัวว่าจะอดดูไฟ เลยชวนเธอออกไปเดินสนามหลวง
  ไฟสวยมาก, คนเยอะมาก, ของเยอะมาก
  บรรยากาศดีมาก ..

 

 ๒๒ นาฬิกา ๒๗ นาที

  มีบางช่วง, ที่เธอเดินไปโดยไม่รอ
  มีบางช่วง, ที่เธอหันกลับมามองว่าเราเดินตามเธอไปอยู่หรือเปล่า
  แล้วมีช่วงหนึ่ง, ที่มีรถเข็นเข็นมาตามทางเดิน
  และเธอคงอยากให้เราหลบออกจากเส้นทางตรงนั้น
  มันเป็นเรื่องบังเอิญ, ที่มือของเธอมาแตะที่มือของเราพอดี
  ดูเหมือนเธอจะไม่ได้สนใจ, และเราแค่รู้สึก .. หวั่นไหว
  ไม่สิ, บรรยายไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไร
  ไม่อยากที่จะคิดอะไรให้มากไปกว่านี้
  เกือบจะลืมไปเสียทุกที, ว่าบอกชอบเธอไปแล้ว
  และเธอก็ปฏิเสธมาแล้ว .. ไม่ใช่หรือไง ?

 

  ๒๒ นาฬิกา ๕๕ นาที

  เกือบสองทุ่มครึ่ง, เดินไปหารถขึ้นเพื่อกลับบ้าน
  เที่ยวนี้, เราไม่ได้นั่งติดกันเพราะไม่มีที่ว่างสำหรับสองที่เลย
  จึงกลายเป็นที่นั่งแถวเดียวกัน แต่เธอนั่งข้างหน้า เรานั่งข้างหลังแทน
  รถวิ่งผ่านพระที่นั่งฯ ซึ่งคนเยอะมาก, ชี้ชวนให้เธอดู
  แต่น่าเสียดายที่เขายังไม่ฉาย ..
  รถวิ่งผ่านร้านร้านหนึ่งที่มีป้ายร้านเหมือนป้ายโรงหนัง, เจ๋งมาก!
  เราเลยสะกิดให้เธอดู, ซึ่งเธอก็ยิ้ม
  เธอหันมาบอกเราว่า .. แถวนี้น่าเดินเนอะ, เอาไว้วันหลังมากัน
  เราเห็นด้วยจึงพยักหน้า, แน่นอนอยู่แล้วว่าไม่มีทางปฏิเสธ
 

 

  ๒๒ นาฬิกา ๓๖ นาที

  ไปเที่ยวกับโน้งบีที่หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร, สยาม
  เคยคิดไหมว่า .. มันเป็นเรื่องมหัศจรรย์เสียจริงจริง
  สำหรับคนที่รู้จักกัน และพูดคุยกันผ่านตัวหนังสือ
  ไม่เคยเห็นหน้า ไม่เคยรู้จัก ไม่เคยได้ยินชื่อ ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีคนคนนี้อยู่บนโลก ..
  จนได้มารู้จัก จนได้มาทำความเข้าใจ จนได้มาเป็น "เพื่อน" กัน ..
  กว่าจะเป็นอย่างนี้ได้,
  บางที .. เวลาอาจไม่จำเป็นต้องผกผันตามความรู้สึกเสมอไป
  ใช้แค่ "ใจ" ก็พอ, เคยได้ยินไหม ?
  อยากได้ใจใคร, ก็แค่เอาใจเข้ามาแลก ..
  นั่นแหละ เท่านั้นเอง

 

  ๒๓ นาฬิกา ๒๐ นาที

  เรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับตั๋วรถเมล์ผ่านไปแล้ว
  ต่อมา, เป็นเรื่องตลกเกี่ยวกับเปลือกลูกอม
  เรายื่นลูกอมให้เธอเม็ดหนึ่งพร้อมบอกว่า, ขอเปลือกด้วยนะ
  เธอถามเราว่า, เราสะสมเปลือกลูกอมเหรอ ?
  จะบ้าเรอะ! แค่ไม่อยากให้เธอต้องลำบากไปทิ้งหรอกนะ
  มันก็แค่นั้นเอง, จริงจริง

 

 

  ๑๐ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๒
  ๐๘ นาฬิกา ๕๘ นาที

  ..
  i just don't love you no more !
  i will !!

 

 

  ๑๑ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๒
  ๒๓ นาฬิกา ๑๑ นาที

  ห้องที่ฉันอยู่, เตียงที่ฉันนั่ง, คนที่อยู่ข้างข้าง
  เสียงหัวเราะ, เสียงเพลง
  รอยยิ้ม
  ของฉัน, และเพื่อนรักของฉัน
  ^^

 

 

  ๑๒ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๒
  ๑๒ นาฬิกา ๐๘ นาที

  บางครั้ง, ความสัมพันธ์ก็ไม่ได้ผกผันตามวันเวลาเสมอไป
  เหมือนตอนที่เราได้นั่งคุยกับใครสักคน
  แล้วรู้สึกว่า, แม้เวลาจะผ่านไปนานสักเท่าไร
  เราก็ยังพูดคุยกับเขาได้ไม่รู้จักเบื่อ
  เหมือนยังมีเรื่องอีกมากมายให้เราได้ใช้เวลาพูดกับเขา
  คุยกับเขา แลกเปลี่ยนกับเขา
  คนที่คุยกันถูกคอ, อาจเป็นเพราะคอเดียวกัน
  มันไม่ได้หมายความว่า .. มีคออันเดียวกัน
  เพียงแต่ชอบอะไรเหมือนเหมือนกันก็เท่านั้น
  คุยกับเขาแล้วเขาให้ความสำคัญกับเรา .. เลยรู้สึกดี

 

  ๑๒ นาฬิกา ๓๕ นาที

  โชคดีที่ได้รู้จักกัน
  โชคดีที่ได้คุยเรื่องความฝัน
  โชคดีที่ได้เจอคนคอเดียวกัน
  โชคดี โชคดี โชคดี
  อยากคุยอีก, อยากให้มีช่วงเวลาแบบนั้นอีก
  อาจจะหายาก อาจจะต้องรอโอกาส
  แต่ขอให้ได้แลกเปลี่ยนรอยยิ้ม
  ด้วยเรื่องที่ต่างฝ่ายต่างชอบ .. เช่นนั้นอีกสักครั้ง
  : )

 

 

  ๑๓ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๒
  ๑๒ นาฬิกา ๒๑ นาที

  ไม่อยากจะคิดเลย !!!
  แต่มันเป็นเพราะอะไรกันแน่ ?!!
  มันกลายเป็นเรื่องที่ติดค้างอยู่ในใจ
  ทั้งเรื่อง ทั้งใบหน้า ..
  เราอยากจะลืม, อยากจะคิดว่าเขากำลังชอบใครคนอื่นอยู่
  แต่ทำไม ? ทำไม ? ทำไม ??
  ไม่ว่ามองไปทางไหนก็เห็นเป็นหน้าเขาคนนั้น
  มันมีอยู่เต็มไปหมด ..
  อย่าบอกว่าเรากำลังตกหลุมรัก !!!!!

 

  ๑๒ นาฬิกา ๒๓ นาที

  "เสน่หา" .. อาจจะเป็นคำนี้มากกว่าละมั้ง
  เพราะเสน่ห์ที่แสนดึงดูดให้เราเข้าไปหา
  ให้เรามองหน้า ให้เราเอ่ยปาก ให้เราทักทาย
  เรื่องราวมากมายที่เราฟังแล้วรู้สึกชอบมาก
  มันเหมือนกำลังนั่งคุยกับเสี้ยวหนึ่งของความคิดตัวเองที่หายไปนาน
  แล้วเขา, เขาคนนี้เป็นคนพามันกลับมา
  พาให้เราเข้าใจถึงบางอย่างที่เรามองข้าม
  คุยกับเขาแล้วรู้สึกใจเต้น, และมีความสุขอย่างที่ไม่คิดว่าจะมี
  แต่มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้, ไม่ ไม่ ไม่ !!!
  เรื่องทุกเรื่องไม่ควรห้าม, ยกเว้นเรื่องหัวใจกับคนคนนี้ !

 

 

  ๑๔ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๒
  ๑๒ นาฬิกา ๓๕ นาที

  หากเราทำตัวเป็นคนนอกแล้วเฝ้ามอง, เราจะพบเห็นหรือได้สังเกตอะไรบางอย่าง
  เรามองคนที่เขากำลังมองคนคนเดียวกับเรา .. มันทำให้เราคิด
  เราอาจจะคิดไปเองก็ได้, แต่นั่นก็เป็นสิทธิ์ของเราที่จะคิด
  เพียงแต่เราไม่ได้พูดกับใคร ..
  แล้วเราไม่คิดที่จะพูดกับใครด้วย, อาจเพราะมันเป็นเรื่องนี้
  เรื่องที่เรากำลังคิดหาคำตอบให้กับตัวเอง
  ว่ามันเป็นเพราะอะไร ? เพราะอะไร ? เพราะอะไร ?
  ทำไมเราถึงมีความสุข ทำไมเราถึงเศร้า ..
  เพียงเพราะการได้รับความสำคัญจากใครสักคน,
  นั่นทำให้เรารู้สึกว่าเรากลายเป็นคนพิเศษสำหรับเขาอย่างนั้นใช่ไหม ?

 

  ๑๒ นาฬิกา ๓๙ นาที

  ความอึดอัดใจที่เกิดขึ้นตอนเหนื่อยล้า
  ทำให้ความเหนื่อยนั้นยิ่งทวีคูณขึ้นอีกหลายเท่า
  บางคราว, แค่ขอให้ได้เห็นหน้าคนคนนั้น
  ความรู้สึกกระตือรือร้นก็เหมือนจะกลับมา
  บางคราว, ที่เขาเข้ามาพูดคุย เข้ามาสร้างรอยยิ้ม
  ยิ่งทำให้เราอยากให้เขามองเราเป็นคนสำคัญมากขึ้น
  เพียงแค่อยากให้ตัวเองเป็นคนสำคัญ
  ทั้งความอิจฉา ทั้งความเห็นแก่ตัวก็เกิดขึ้น
  ไม่อยากให้ตัวเองเป็นอย่างนั้น, แต่จะทำไงได้ ..
  ในเมื่อเขาเป็นคนอย่างนั้นนี่นะ

 

 

  ๑๕ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๒
  ๑๔ นาฬิกา ๔๓ นาที

  - ก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร .. ถึงไม่ลืมเธอ
  มีเธอในใจฉันเสมอ ไม่เข้าใจ, อยากกอดเธอเอาไว้สักเท่าไร
  แต่หัวใจฉันก็รู้ดี จูบเธอได้ในฝันเท่านี้, แค่นี้ เพียงข้างในใจ
  รักไม่ได้ .. บอกกับตัวเอง หัวใจตัวเอง ต้องห้ามตัวเองบอกมันอย่าหวั่นไหว
  รักเขาไม่ได้ เขาดียังไง ชอบเขาเท่าไรก็ต้องหยุดไว้เอง ..
  เป็นบททดสอบของเบื้องบนให้ค้นหาหัวใจ
  ส่งมาให้ตัวฉันข้ามไป อยากจะลองใจฉันหรือเปล่า
  จะได้รู้ว่ารัก .. หรือแค่เหงา, ให้เห็นเงาสะท้อนหัวใจ
  เก็บเธอไว้แค่ฝัน .. ได้ไหม, เพราะหัวใจ .. ฉันกระซิบว่า
  "รักไม่ได้" -

 

  ๒๒ นาฬิกา ๐๘ นาที

  ชอบเวลาที่พี่ทำหน้ามีเลศนัย
  ชอบเวลาที่พี่ยิ้ม
  ชอบเวลาที่พี่เรียกชื่อ
  ชอบเวลาที่พี่เดินเข้ามาทัก
  ชอบเวลาที่พี่เดินมานั่งข้างข้างแล้วคุยด้วย
  ชอบเวลาที่พี่พูดถึงเรื่องความฝัน
  ชอบเวลาที่พี่พูดถึงทฤษฎีต่างต่าง
  ชอบเวลาที่พี่เล่าเรื่อง
  ชอบเวลาที่พี่มองมา
  ชอบเวลาที่พี่ให้ความสำคัญ ..

 

  ๒๒ นาฬิกา ๑๔ นาที

  แต่ .. เราไม่อาจแสดงความรู้สึกนั้นได้
  เพราะถ้าเราแสดงมันออกไป ..
  มันจะทำให้เรายิ่งไม่อาจอยู่ใกล้
  เพราะพี่จะรู้ทันทีที่เข้าใจ
  ว่ามันเป็นความรู้สึกพิเศษ .. เหนืออื่นใด
  ..
  it like ' i love the way you smile and look at me '

 

 

  ๑๖ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๒
  ๑๖ นาฬิกา ๔๔ นาที

  บังเอิญ / โลกกลม / พรหมลิขิต
  เพลงนี้ปรากฏขึ้นเพราะหนังเรื่อง "บังเอิญ รักไม่สิ้นสุด"
  แต่มันก็เป็นเรื่องบังเอิญเหมือนกับเรื่อง "โชคชะตา"
  บังเอิญ บังเอิญ บังเอิญ
  .. หรือพรหมลิขิตกันแน่นะ ?
  แต่ไม่ว่ามันจะเป็นเพราะอะไร ..
  ก็ได้เจอเธอ, ที่เป็นทุกสิ่งที่เรารอ

 

 

  ๑๗ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๒
  ๒๑ นาฬิกา ๐๐ นาที

  เริ่มต้นหนังสือหนึ่งเล่ม
  กับปีอีกหนึ่งปีที่ผ่านไป
  และเริ่มต้นปีอีกหนึ่งปีที่จะผ่านมา, แล้วก็จะผ่านไปอีก
  หนึ่งคนให้หนังสือเล่มหนึ่ง
  แต่คนคนหนึ่งที่รับหนังสือเล่มหนึ่งนั้น
  รู้ไหมว่าเป็นคนคนหนึ่งที่สำคัญ
  สำหรับคนคนหนึ่งในวันวันหนึ่งของเดือนเดือนหนึ่ง
  นับถอยหลังเริ่มต้นปีสองศูนย์หนึ่งศูนย์

 

 

  ๑๘ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๒
  ๑๔ นาฬิกา ๐๒ นาที

  ถ้ายังอยู่ทับแก้ว, ตอนนี้คงได้เวลาไปเรียนดรออิ้ง
  กลับมาบ้านแล้วคิดถึงทับแก้วเป็นที่สุด
  ทั้งสถานที่ ทั้งเพื่อนเพื่อน ทั้งคณะวิชา
  ที่เราเพิ่งมาค้นพบว่าเรามาถูกทางแล้วจริงจริง
  ขอบคุณความเบลอ, ความงง, ความไม่ได้ตั้งใจ
  ที่ทำให้เราได้ประสบพบเจออะไรที่เราไม่คาดคิด
  ให้เราได้สนุกกับสิ่งที่ไม่คาดหวังและได้ซึมซับความสุข
  ยิ่งเรียน, เรายิ่งรู้ว่าเรายิ่งชอบ
  ยิ่งเรียน, ก็เหมือนยิ่งอยากรู้ อยากรู้ อยากรู้ขึ้นไปอีก
  ยังไม่อยากรู้ทั้งหมด .. แค่เรียนทีละนิด ให้ได้ใช้เวลาอยู่ที่นี่ไปอีกนานนาน

 

  ๑๔ นาฬิกา ๐๕ นาที

  เมื่อคืนจรดปากกาขีดเขียนตัวอักษรให้กระดาษเปล่าเปรอะเปื้อนด้วยน้ำหมึก
  เหมือนกำลังคิดว่า .. ปีใหม่, แล้วยังไงว่ะ ?
  ถ้าเราไม่ให้ความสำคัญกับมันมากจนเกินไป
  มันก็จะเป็นอีกแค่คืนหนึ่งที่ผ่าน แต่มีความพิเศษตรงที่ว่า ..
  เมื่อผ่านคืนนั้น, ตัวเลขที่อยู่ท้ายที่สุดของศักราชจะเพิ่มขึ้นไปหนึ่งหน่วย
  เลยนั่งคิดเล่นเล่น, ให้ความรักเป็นเหมือนเวลาและปี
  เวลา - ที่เดินอย่างสม่ำเสมอ
  ปี - ที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด และไม่มีทางย้อนกลับหลัง
  หากรักใครสักคนได้อย่างนั้น, มันก็คงจะดีไม่น้อยเลย

 

  ๑๔ นาฬิกา ๐๘ นาที

  กำลังคิดถึงคนที่คิดถึง
  เขากลับบ้านที่ต่างจังหวัด
  เขาคงกำลังมีความสุขอยู่กับคนในครอบครัวและคนที่เขารัก
  เรายังไม่รู้จักเขาดีพอเสียด้วยซ้ำ
  ทั้งครอบครัวเขามีกี่คน, หรือเขามีคนรักแล้วหรือยัง (?)
  แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ..
  ขอแค่ได้พบเจอ พูดคุยกับเขาเพียงเท่านั้น
  ความสุขที่อาจจะดูเล็กน้อยในสายตาเขา
  มันสะท้อนกลับมาเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่สำหรับเราได้มากมาย

 

  ๑๔ นาฬิกา ๑๐ นาที

  วันนี้, อยากเขียนยาว
  คิดว่าการเขียนระบายความรู้สึกตัวเองมันเยี่ยมกว่าเป็นไหนไหน
  เรารักใคร เราชอบใคร เราคิดยังไง
  เรากำลังทำอะไร เรากำลังมองอะไร เรากำลังกินอะไร
  ทุกเรื่องมันเป็นเรื่องที่เราทำ, ตัวเราเองย่อมเข้าใจดีกว่าเป็นไหนไหน
  มันถึงอยากเขียน เขียน เขียนและเขียนออกมา
  แม้จวบจนกระทั่งถึงบรรทัดนี้แล้ว
  จะมีแค่ตัวเราคนเดียวเท่านั้น
  ที่ทำความรู้จักตัวเอง, ผ่านตัวหนังสือของตัวเอง

 

  ๑๙ นาฬิกา ๓๖ นาที

  ฉันมีความฝัน ..
  และคนหลายคนมีความฝันเหมือนฉัน
  พวกเขาเหล่านั้นไม่เคยทิ้งเวลาให้เสียเปล่า
  พวกเขากำลังสมานฝันทีละเล็กทีละน้อยให้มันเติบใหญ่
  ต่างจากฉัน ..
  ฉันกำลังทำอะไร ?
  ฉันกำลังรออะไร ?
  เมื่อไรความฝันจะก่อเกิดเป็นรูปเป็นร่างเสียที
  ฉันมีความฝัน ..
  แต่คำถามของเรื่องเหล่านั้นคือ, เมื่อไรฉันจะลงมือทำให้มันเป็นความจริง

 

 

  ๑๙ ๑ มกราคม ๒๕๕๓
  ๐๑ นาฬิกา ๒๓ นาที

  สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๓
  ขอบคุณสำหรับข้อความสุขที่ทำให้ผู้รับยิ้มแก้มแทบปริ
  และขอโทษเพื่อนเพื่อนทุกคนด้วย, เพราะเราไม่ได้ส่งข้อความให้ใครเลย
  แอบลุ้นข้อความสุขจากคนคนหนึ่ง
  มีโอกาส ๕๐ - ๕๐ ที่จะได้รับข้อความจากคนคนนั้น
  เพราะเราให้ของขวัญเขา, หนังสือหนึ่งเล่มสำหรับการเริ่มต้นวันที่หนึ่ง
  เขาบอกเขาชอบมากที่เริ่มต้นการให้ด้วยหนังสือ
  เราไม่ต้องการของขวัญอะไรจากเขา, ขอแค่ .. ข้อความ - ความสุข
  เพียงเท่านั้น, แต่เราคงทำได้แค่ "หวัง"

 

 

  ๒๐ ๒ มกราคม ๒๕๕๓
  ๑๓ นาฬิกา ๓๑ นาที

  วันนี้กะจะไปเที่ยว, แต่ก็กะยกเลิกเที่ยว
  แต่ทำไงได้ในเมื่อเพื่อนมันออกจากบ้านมาแล้ว
  หนทางเดียวที่เหลืออยู่คือเราต้องไป (ฮ่า ~)
  บางที, ออกข้างนอกอาจได้เจออะไร
  อืม .. ดังนั้นก็ออกออกไปเหอะ
  ปีใหม่แล้ว .. เที่ยวซะให้สะใจก่อนกลับนครปฐม
  ก็อยู่กรุงเทพฯ นี่เนอะ, จะให้ไปเที่ยวไหนไกลล่ะ
  อีกอย่าง, มีคนไปด้วยก็บุญแล้ว ..

 

 

  ๒๑ ๓ มกราคม ๒๕๕๓
  ๒๒ นาฬิกา ๕๓ นาที

  เขียนไว้ที่ขอบหน้าต่างหรือปลายเตียง
  "เขาไม่ได้ชอบเรา" "เขาไม่ได้คิดอะไร"
  แต่ถึงจะเขียน ลงสีให้ชัดหรือแม้แต่กระทั่งวาดบนผ้าใบ
  หากยังไม่เข้าใจ หากยังไม่เลิกคิด
  ก็คงไม่มีทางซึมเข้าสู่สมอง
  ก็คงไม่ยอมรับรู้ถึงความจริงข้อนั้น
  ทำไมว่ะ, ทำไมว่ะ ?
  ถามไปให้ได้อะไรว่ะ ?
  ก็แค่ไม่ชอบ ก็แค่ไม่เอา
  ไม่เข้าใจอีกหรอว่ะ ?

 

 

  ๒๒ ๙ มกราคม ๒๕๕๓
  ๑๙ นาฬิกา ๕๙ นาที

  เลยเก็บใจไว้รอ คนที่พอดีทุกอย่างเข้ากับฉัน
  คนที่มีหัวใจเหมือนกัน คนนั้นเป็นเธอได้ไหม
  หัวใจมันบอกยอมทุกสิ่งยอมทุกอย่างให้กับเธอ
  แม้ปลายทางอาจจะได้เจอความผิดหวัง
  แต่ถึงยังไงก็จะรักเธอไปอย่างงั้น
  แต่ใจของเธอ, รักใครบางคนอยู่ หรือว่ายังไม่มีคนที่ดูใจกัน
  ตัวฉันยังไม่รู้เลย แต่ขอให้ไม่มีเถอะ !

 

 

  ๒๓ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๓
  ๑๓ นาฬิกา ๕๔ นาที

  หากเรื่องของเด็กผู้ชายคนนั้นกำลังทำให้คุณยิ้ม
  เราอยากบอกว่าเรื่องเล่าของเขาผ่านตัวหนังสือของเรา
  ไม่ต่างจากตัวจริงของเขาเลยแม้แต่นิดเดียว
  หากคุณได้รู้จักเขา ได้พูดคุยกับเขา ได้เห็นรอยยิ้มของเขา
  คุณจะค่อยค่อยเข้าใจว่าภายในใจของเขานั้นเปี่ยมล้นไปด้วยความสุข
  ความสุข, ที่พร้อมแบ่งปันให้ผู้อื่น
  เราไม่อาจพูดได้ว่าเรารู้จักเขาดีพอ
  แต่สำหรับเรื่องบางเรื่อง, ขอแค่คำว่า "พอดี"
  มันคงไม่ต้องการอะไรที่มากความไปกว่านี้ให้มากมาย

 

  ๑๓ นาฬิกา ๕๙ นาที

  คำถาม
  บางทีมันก็เป็นอะไรที่เราอยากรู้ แต่พี่ไม่อยากตอบ
  ใจ
  ยังรู้สึกว่าพี่ปิด แต่เราอยากให้พี่ลองเปิด
  เวลา
  มันยังมีอีกทั้งปีทั้งชาติ เพียงแต่มันอาจไม่ใช่เวลาของ "เรา" อีกแล้ว
  รู้สึก
  ที่เราคุยกันด้วยรอยยิ้ม มันสามารถเรียกว่าความรู้สึกดีดีได้ใช่ไหม ?
  รัก
  นั่นคือสิ่งที่เราอยากบอก แต่พี่คงไม่อยากตอบ

 

  ๑๔ นาฬิกา ๐๓ นาที

  อะ ทีม จูเนียร์ ๗ / พิสูจน์อักษร / ๗
  มีชื่อเราปรากฎอยู่ใต้ข้อความข้างบนเหล่านั้น
  มันโคตรเป็นเรื่องมหัศจรรย์
  มันเหมือนตอนที่ได้พบพี่เอ๋กับพี่ชิงชิงครั้งแรก
  มันเหมือนตอนที่เราเปิดหนังสืออะเดย์แล้วเรารู้สึกว่านิตยสารเล่มนี้มันโดนว่ะ
  มันเหมือนตอนที่เราได้พบกับเพื่อนที่เรารู้สึกโคตรรักที่ทับแก้ว
  มันเหมือนเป็นการรวบยอดความรู้สึกดีที่มีมากจนเต็มล้นเกินปกติ
  หากวันไหนที่แรงใจมันหมด
  จะขอเปรียบให้คืนวันเหล่านั้นเป็นน้ำมัน
  มาเติมให้กันหน่อยนะ, วันที่เราหมดไฟ

 

 

  ๒๔ ๑๓ มกราคม ๒๕๕๓
  ๑๙ นาฬิกา ๑๑ นาที

  "คุณไม่ต่างจากคนที่ยืนอยู่ที่ป้ายรถเมล์ในเมื่อวาน
  แต่วันนี้, เมื่อเรารู้จักกัน
  ถึงคุณจะอยู่ท่ามกลางผู้คนนับพัน
  แต่ฉันก็ยังมองเห็นคุณท่ามกลางผู้คนเหล่านั้น
  เพราะคุณเป็นคนเดียวที่มีความหมายสำหรับฉัน"
  . . .
  มัน น่า ไหม ?
  ตอนแรกช่างแสนมั่นใจ
  สุดท้ายกลับกลัว
  .. อยากหนีไปให้ไกล

 

 

  ๒๕ ๑๕ มกราคม ๒๕๕๓
  ๗ นาฬิกา ๒๕ นาที

  เจ้าชายน้อยเล่มนั้น ..
  มีประโยคคำถามที่ไม่มีเครื่องหมาย " ? "
  แต่ทำไมเรากลับได้คำตอบนะ
  มันแผ่มาจากท่าทีเฉยชากว่าทุกวัน
  มันปรากฏให้เห็นพร้อมใบหน้าที่ไม่มีรอยยิ้ม
  เขาทำให้เราเข้าใจคำตอบ โดยที่ไม่ต้องเอ่ยคำถามใดใด
  "ปฏิเสธ" อีกแล้วหรอ ?
  แล้วสิ่งดีดีที่เคยมีมาล่ะ, นั่นมันเรียกว่าอะไร ?
  กลับไปเป็นเหมือนเดิมอีกไม่ได้แล้วสินะ ..

 

  ๗ นาฬิกา ๒๗ นาที

  พี่กำลังมองเราอยู่หรือเปล่า, เราว่าเราไม่ได้ตาฝาด
  บางอย่างที่เราสื่อถึงกันมันเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น
  และไม่มีความชัดเจน ..
  แต่ถึงอย่างนั้น, หลังจากท่าทีเฉยชาหายไป
  อยากขอบคุณ .. ขอแค่ได้รับรอยยิ้มจากพี่
  มันเหมือนเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงหัวใจให้ชุ่มชื้นได้
  ขอโทษนะค่ะ .. ที่มีความรู้สึกแบบนั้น
  ไม่ได้ขอให้พี่คิดเหมือนกัน เพียงแค่เราอยากหวัง
  ขอแค่ได้ยินเสียง ขอแค่ได้มองหน้า
  ขอแค่ได้พูดคุย ขอแค่ได้คิดถึง .. ขอแค่นั้นเอง

 

  ๗ นาฬิกา ๓๐ นาที

  "ทำอะไรกันอยู่" - "ดูเขาซ้อมละครค่ะ"
  "เปล่า, พี่อ่ะถามว่าโบว์น่ะทำอะไรอยู่"
  ชอบเวลาที่พี่เรียกชื่อ
  ชอบเวลาที่พี่ถาม
  ชอบเวลาที่พี่นั่งอยู่ใกล้ใกล้
  ไม่อยากให้เกิดความรู้สึก ..
  "ระยะทางอันห่างใกล้" อีกต่อไป
  เพราะมันเจ็บปวดจริงจริงที่อยู่ใกล้แค่นั้น
  แต่มันเหมือนไกลแสนไกล
  (เพ้อ จริง กู)

 

 

  ๒๖ ๑๖ มกราคม ๒๕๕๓
  ๑๗ นาฬิกา ๓๗ นาที

  มันเป็นเรื่องจงใจหรือเปล่า ?
  ไม่หรอก, ไม่หรอกมั้ง .. ไม่อยากคิดไปเอง
  แต่เมื่อเราเดินออกมา, พี่ก็เดินตามมา
  พลางถามอะไรสักอย่างที่เราพอจำได้ลางลางว่า ..
  "ทำไมวันนี้เงียบเงียบ"
  ด้วยความเบลอ เราเลยจำไม่ได้ว่าตอบอะไรไป
  แต่แค่เห็นหน้าพี่, นั่นแหละความจริง
  เห็นพี่กำลังก้มลงผูกเชือกรองเท้า
  และรอยยิ้มที่ไม่ค่อยชัดเจนเท่าไรนัก
  เพราะภาพที่เรามองนั่นช่างพร่าเลือน

 

  ๑๗ นาฬิกา ๔๒ นาที

  พี่ชอบมาพูดกับเราเรื่องการเขียน
  เมื่อวาน, เราเลยบอกคำพูดที่เรายึดถือมานานกับพี่ไป
  "ถ้าอยากเขียน ไม่ต้อง "อยาก" หรอก เขียนเลย"
  รอยยิ้มในเวลานั้นของพี่จู่ๆ ก็ชัดเจน
  แต่เราไม่กล้า แม้เพียงจะเอ่ยเรื่องใดออกมาพูด
  เรานั้นแสนเหนื่อยใจ เหมือนกำลังใช้หัวใจวิ่งตามพี่ตลอดเวลา
  หนทางกว่าจะไปถึงนั้นมันช่างยาวไกล
  เราใช้เวลาทุกคืน .. กับการคิด
  คิดถึงพี่ คิดถึงเรื่องราวที่เราคุยกันไว้
  รวมไปถึงเรื่องที่เรายังคิดที่จะหวังความรักจากพี่อีกดีไหม ?

 

  ๑๗ นาฬิกา ๔๕ นาที

  นับถอยหลังอีก ๑๓ วันจะจบโปรดักชั่นละครเรื่องนี้
  ตอนแรก, ที่เราเข้าไปในโปรฯ มันมาจากคำชักชวนของเพื่อนสองคน
  มันทำให้เราได้เจอพี่ มันทำให้เราได้รู้จักกัน
  สำหรับเรา, อยากเชื่อคำพูดของพี่ว่ามันคือ "โชคชะตา"
  แต่เราคิดว่าพี่คงลืมคำพูดนี้ไปแล้ว
  ไม่ว่าจะยังไงก็เถอะ .. หากเรายังเชื่ออยู่ทั้งคน
  เราคิดว่ามันก็จะยังคงอยู่ .. ตราบเท่าที่เราเชื่อ
  เวลาอีกราวราวสองอาทิตย์, มันอาจเป็นเวลาที่ "แล้วจะผ่านไป" สำหรับพี่
  แต่สำหรับเรานั้น .. เราอยากให้มันคงอยู่อีกนาน
  อยากให้วันหนึ่งวันไหนสักวันที่อยู่ด้วยกัน, ยาวนานราวสักหนึ่งปี

 

  ๑๗ นาฬิกา ๔๘ นาที

  เวลาที่เหลือ, เราจะใช้มันให้คุ้ม
  เราจะใช้มันจ้องมองหน้าพี่ให้นานที่สุด
  เก็บรวบรวมสะสมรอยยิ้มทั้งหมดของพี่ไว้ในใจ
  จดจำเรื่องราวที่เราพูดคุยกัน, โดยเฉพาะเรื่องของความฝัน
  ยืดเยื้อความสัมพันธ์ให้ก้าวหน้า, อย่างน้อยก็อยากให้มันใกล้คำว่า "สนิท"
  แบ่งปันความสุขให้พี่เท่าที่คนคนนี้จะทำได้ .. เพื่อใครสักคนหนึ่ง
  และจะส่งมอบกำลังใจและความหวังดีให้พี่
  เป็นแรงผลักดันให้พี่ประสบความสำเร็จและสมหวังเรื่องความฝัน
  เราอาจจะสวนทางกันตามทางเดิน หรือเจอกันที่ไหนสักแห่งในมอ
  อย่างน้อย, เวลาที่พี่เห็นหน้าเราอีกครั้งขอแค่พี่เอ่ยทักกัน .. เท่านั้นเราก็พอใจ

 

  ๑๙ นาฬิกา ๐๖ นาที

  .. หรือว่ามันจะเป็นเรื่องโง่โง่
  ??????????????????????????????????????
  ??????????????????????????????????????
  - - - - -

 

 

  ๒๗ ๑๘ มกราคม ๒๕๕๓
  ๒๒ นาฬิกา ๒๔ นาที

  แค่ได้ยินชื่อเธอ
  แค่เธออยู่ใกล้
  แค่ได้มองหน้าเธอ
  แค่ได้ฟังเสียงเธอ
  แค่ได้รับรู้ความคิดเธอ
  มันเหมือนของขวัญ
  มันเหมือนพลัง
  มันเหมือนแรงบันดาลใจ
  มันเหมือนสิ่งที่ยิ่งใหญ่
  มันเหมือนบางอย่างที่มาเติมเต็มหัวใจ

 

  ๒๒ นาฬิกา ๔๐ นาที

  อากาศหนาว
  คิดถึงตอนเช้า, วันที่ปั่นจักรยานไปสะพานสระแก้วเพื่อรอเวลา
  วันนั้นเป็นวันเด็ก
  วันนั้นเป็นวันที่มีคนคอยเราอยู่ที่ป้ายรถเมล์
  ไปสถานที่ที่เราไม่เคยไป ไม่เคยผ่าน แต่อยากไปและอยากผ่าน
  วันนั้นเราช่างมีความสุข
  เป็นวันที่มีอากาศอย่างเดียวกัน
  เลยทำให้คิดถึง
  ทั้งสิ่งรอบตัว .. โดยเฉพาะคนคนนั้น

 

 

  ๒๘ ๑๙ มกราคม ๒๕๕๓
  ๑๔ นาฬิกา ๑๑ นาที

  เสียงเพลงช้าที่มีเนื้อหาโดนใจ
  ทุกท่วงถ้อยคำและทำนองนั้นช่างกินใจ
  ฟังไปในความโดดเดี่ยวที่อ้างว้างว้าเหว่
  หวังให้บทเพลงที่แสนเศร้าเปลี่ยนเป็นสดใส
  แต่จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร
  ในเมื่อ .. หัวใจนั้นอยู่แสนไกลตัวเอง

 

  ๒๑ นาฬิกา ๕๗ นาที

  "ข้อความ"
  แม้ไม่ได้เป็นกระดาษที่ตัดกรอบอย่างเป็นระเบียบ
  แม้จะถูกฉีกมาจากกระดาษอะไรสักอย่าง
  แต่ "ข้อความ" เหล่านั้นช่างแสนมีค่า
  ตัวอักษรแม้จะไม่ครบทั้ง ๔๔ ตัว, แต่มันเรียงกันบอกความหมาย
  แค่เพียงคิดว่าคนเขียนได้คิดก่อนให้
  ก็รู้สึกสุขใจที่เขาคิดถึง
  แม้จะเป็นการคิดถึงที่เหมือนเขาไม่สามารถตอบแทนความรู้สึกของเราได้
  แต่มันก็มีความหมายมากมาย
  มากกว่าตัวหนังสือทั้งหมดที่มีใน "ข้อความ"

 

  ๒๒ นาฬิกา ๐๒ นาที

  อากาศหนาวเย็นกับบรรยากาศที่คุ้นเคย
  ภายในขอบเขตของคณะที่เราอยากอาศัยอยู่ใต้ชื่อ
  กับมหาวิทยาลัยที่กลายเป็นสถานที่ที่เรารักที่สุดอีกแห่งหนึ่งในชีวิต
  เพื่อน, คนที่บอกความหมายของคำว่า "มิตรภาพ" ผ่านความรู้สึก
  คนสำคัญ, ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต และยังไม่หายไปไหน
  อาจกลายเป็น "เพื่อน" อาจกลายเป็น "พี่"
  เพียงแค่เราต่างมีความรู้สึกดีดีต่อกัน
  จากเมื่อวานที่เปลี่ยนเป็นวันนี้
  จากวันนี้ที่จะเปลี่ยนเป็นวันพรุ่งนี้
  จะกลายเป็นทุกความทรงจำดีดี, เพียงนึกถึง "ชีวิตมหา'ลัย"

 

 

  ๒๙ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๓
  ๑๒ นาฬิกา ๓๙ นาที

  ไม่มีความหวัง
  เพียงแต่วันนี้ฉัน ..
  ยังมีความรัก

 

 

  ๓๐ ๒๑ มกราคม ๒๕๕๓
  ๑๒ นาฬิกา ๐๗ นาที

  ไม่เพียงเหนื่อยกาย, แต่ยังเหนื่อยใจ
  ยิ่งคิด ยิ่งคิด ยิ่งคิดเท่าไร
  ก็เหมือนตั้งคำถามและหาคำตอบได้ในเวลาเดียวกัน
  มันไม่ใช่อย่างนั้น มันไม่ใช่แบบนั้น .. ตั้งแต่ต้น
  แค่อะไรบางอย่างที่คิดเอง หลงเอง ไปเอง
  เริ่มต้นที่ตัวเอง .. ควรจบที่ตัวเอง
  แต่ปัญหาคือ, จะทำยังไงนี่
สิ
  ในเมื่อตอนจบ, มันกลายเป็นเรื่องยาก
  ต่างจากตอนเริ่มต้น ..

 

  ๑๒ นาฬิกา ๑๑ นาที

  หากเพียงเธอได้รู้ว่าเธอนั้นสำคัญแค่ไหน
  หากเพียงเธอได้รู้ว่ามีคนรักเธอมากมาย
  หากเพียงเธอได้รู้ว่าเขานั้นยอมทำสิ่งใด
  เพื่อให้เธอ .. ได้พบกับความสุขใจ

 

  ๑๕ นาฬิกา ๓๐ นาที

  เมา (ความ) เหงา
  รอจนเช้า
  ก็ยังไม่สร่าง
  ยาแก้เมา
  จะเป็นสิ่งใดไปได้
  นอกจาก ..

 

 

  ๓๑ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๓
  ๑๒ นาฬิกา ๔๕ นาที

  เวลาที่ได้อยู่ใกล้
  กลิ่นของพี่จะเตะจมูกเราอย่างแรง
  มันไม่ได้เจ็บ, แต่มันหอม
  มันหอมจนอยากอยู่ใกล้ใกล้ให้นานกว่านี้อีก
  เราชอบพี่ว่ะ อยากพูดออกไปแบบนักเลง
  แต่เราก็กลัวว่ะ อาจเป็นเพราะความขี้ขลาดของเราเอง
  ไม่สิ .. มันไม่อาจเรียกได้ว่าเราขี้ขลาด
  เพียงแต่เราไม่อยากพูดมันมากกว่า
  ไม่ใช่ว่าเราไม่กล้า, ความกล้านั้นเรารวบรวมสะสมมันได้
  เพียงแต่เราคิดว่าอย่าดีกว่า .. เป็นอย่างนี้น่ะดีแล้ว

 

  ๑๒ นาฬิกา ๔๘ นาที

  นั่งซ้อนท้ายจักรยานพี่จากหลังมอไปหน้ามอ
  มันไม่ใช่ความฝัน มันเป็นความจริง
  ก็อย่าคิดเสียอย่างนั้นให้มันเว่อไป
  บรรยากาศรอบตัวมันก็ดีตั้งขนาดไหน
  เพียงแต่บทสนทนามันไม่เป็นใจ
  ระยะเส้นทางของจักรยานยังว่าเคลื่อนที่ไปข้างหน้า
  แต่ระยะทางความสัมพันธ์ของเรากับพี่มันยังอยู่ที่จุดเริ่มต้นอยู่เลย
  มันคงไม่มีประโยชน์อะไร, หากพี่ยังปิดใจ
  ก็ไม่ได้ว่า ก็ไม่ได้ห้าม .. ก็ไม่ได้บังคับ
  แต่อยากให้พี่รู้ .. ว่ามีคนคนหนึ่งมองพี่อยู่ .. จากตรงนี้

 

  ๑๒ นาฬิกา ๕๐ นาที

  จะตีหนึ่งแล้ว, แต่ก็ยังไม่นอน
  ไม่ใช่เพราะไม่ง่วง แต่กำลังคิดถึงหน้าคนบางคน
  เขาอาจไม่คิดถึงเราเลย, นี่คือความคิดที่เป็นไปได้
  อยากย้อนกลับไปมองวันที่พี่ใส่ใจเราเป็นพิเศษ
  ช่วงอาทิตย์นั้นมันดีมาก
  ที่พี่โทรศัพท์มาหา ที่มีมิสคอล ที่มีเราไปด้วยกัน
  เมื่อสิ่งที่จะทำให้เราได้มีโอกาสอยู่ด้วยกันจบ
  คงมีอะไรบางอย่างเริ่มต้นขึ้นมาอีก
  แต่ไม่ว่าจะได้อยู่ตรงส่วนไหน
  มันไม่สำคัญที่ระยะทางว่าจะใกล้หรือไกล, มันอยู่ที่ใจมากกว่า

 

 

  ๓๒ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๓
  ๑๑ นาฬิกา ๕๓ นาที

  เพราะเราอยู่ในโลก
  เราจึงไม่อาจหนีสิ่งอยู่ในโลกไปได้
  โดยเฉพาะทุกเรื่องที่เป็นความจริง
  ยิ่งเป็นเรื่องยาก
  หากคิดจะหนี ..

 

 

  ๓๓ ๒๖ มกราคม ๒๕๕๓
  ๑๕ นาฬิกา ๐๗ นาที

  เรื่องราวทั้งหมดมันเริ่มต้นมาจากตรงไหน ?
  หากมีเวลาพอให้สืบสาวเรื่องราวไปจนถึงตอนต้น
  ก็ไม่แน่เสมอไปว่าจะได้คำตอบที่ "ใช่" หรือ "แน่นอน"
  บางครั้ง, เราไม่จำเป็นต้องมองย้อนกลับไปถึงวันแรก
  เพียงแค่มองเวลาที่กำลังเป็นอยู่
  มันอาจไม่สวยงามเหมือนเมื่อครั้งแรกที่เจอกัน
  แต่เมื่อเดินทางมาถึงจุดหนึ่งแล้วนั้น
  เชื่อว่า "ความพอดี" คือสิ่งที่ทุกคนต้องการมากกว่า
  แต่เมื่อพูดถึงเรื่องของความรัก .. มันก็ยังคงเป็นเพียงเรื่องของความรัก,
  ที่จะเกิดขึ้นกับฉัน เพราะเธอเท่านั้น

 

 

  ๓๔ ๓๐ มกราคม ๒๕๕๓
  ๑๗ นาฬิกา ๒๔ นาที

  คิดถึง, ตอนนี้อยู่ที่ไหน ?
  ไม่มีสิทธิ์ล่วงรู้ใช่หรือไม่ ?, ทุกอย่างจบลงแล้วหรือเปล่า ?
  อยากโทรศัพท์ไป แต่ทำไม่ได้ เพราะใจไม่กล้า
  เราควรจบ ควรปล่อย หรือควรทำอย่างไรดี ?
  ไม่อยากจบ แต่ก็อยากปล่อย แต่ก็กลัวมันหลุดลอย
  ทำอย่างไรให้เขาได้รู้ .. กลัวเขาจะลืม
  กลัวคนและสิ่งที่เข้ามาในชีวิตเขาทุกวันทำให้เราเลือนหายไป
  สุดท้าย, จะกลายเป็นเพียงคนคุ้นหน้า .. เพียงเท่านั้นหรือ ?
  วัน เวลาที่ไม่อาจหวนคืนกลับมาได้
  เราอยากย้อนกลับไปซ้อนท้ายจักรยานเขาอีกครั้ง, แล้วพูดความในใจทุกอย่างที่มี

 

 

  ๓๕ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓
  ๒๒ นาฬิกา ๕๑ นาที

  "กล้าที่จะรัก ก็ต้องกล้าที่จะเสียใจ"
  "ลองสักครั้งก็ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่"
  "ถ้าคิดจะปล่อย แสดงว่าไม่ได้คิดอะไรจริงจังตั้งแต่แรกแล้ว"
  .. แค่หาเบอร์โทรศัพท์ แล้วกดโทรออก
  แค่พูด แค่คุย แค่บอกในสิ่งที่ต้องการ
  หากมันจะมีอะไรเปลี่ยน
  อย่างน้อย, ถือว่าได้ทำอะไรสักอย่าง
  อะไรสักอย่างที่มันจะทำให้ไม่อึดอัดใจ
  แต่จะทำให้เขาอึดอัดใจหรือเปล่านี่สิ .. ?
  อีกอย่าง, ที่เพิ่งมาคิดได้ใช่ไหม ?

 

 

  ๓๖ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓
  ๑๒ นาฬิกา ๒๗ นาที

  ปลดปล่อย, สิ่งที่ใครหลายคนอยากทำ แต่ไม่กล้าทำ
  อาจเพราะกลัวสายตาของคนที่กำลังมองอยู่
  แต่ถ้าเราหลุดพ้นพันธนาการสายตาของคนพวกนั้นได้
  แม้เราจะถูกมองว่า "บ้า"
  แต่มันก็ทำให้เรารู้สึกดีไม่ใช่หรอ ?
  บ้า บ้า บ้า บ้า บ้า บ้า บ้า บ้า บ้า บ้า !
  ใคร เอา อะไร ที่ไหนมาตัดสิน
  บ้า ไม่บ้า .. วัดกันที่ตรงไหน ?
  แล้วจะแน่ใจได้อย่างไรว่าที่เชื่อ ที่คิดนั้นเป็นความจริง
  อยากบ้าก็บ้าเลย สนใจทำไม .. ก็แค่สายตา "คนปกติ"

 

  ๑๒ นาฬิกา ๓๑ นาที

  มันอาจจะจบไปตั้งแต่ยังไม่เริ่มเสียด้วยซ้ำ
  มันจบลงแล้วใช่ไหม .. ?
  ตั้งแต่วันนั้นที่เอสี่ - ที่เธอเดินออกจากโรงละครไป
  สิ่งสุดท้ายที่เราเห็นคือหลังไวไวที่สวมใส่เสื้อสีขาว
  แม้การได้ยินเสียงอีกครั้งจะช่วยเยียวยาความคิดถึงได้บ้าง
  แต่หลังจากนี้, ทุกอย่างมันคงห่างไกลจากเดิม
  จากที่เคยห่างอยู่แล้ว คงยิ่งกว่าเก่า
  เราว่าอันที่จริง, เราควรปล่อย
  เราไม่ควรหวังเลย แม้แต่นิดเดียว
  การเลิกคิดคงเป็นสิ่งที่น่าทำที่สุดในตอนนี้

 

  ๑๒ นาฬิกา ๓๔ นาที

  เลิกคิด .. แม้มันอาจจะมีบางแว่บที่คิดถึง
  แต่อย่างน้อยเราคงได้ใช้เวลาที่เหลือไปทุ่มกับอย่างอื่นที่สำคัญ
  "หาอะไรทำ" คงเป็นอีกคำตอบที่ช่วยได้
  หากมีความบังเอิญเกิดขึ้นอีกครั้ง
  ถึงตอนนั้นเราคงรู้จักกันและพอที่จะทักทายกันไปตามประสา
  คนที่อยู่ในใจ - อาจจะมีหรืออาจจะไม่มี
  แต่นั่นไม่สำคัญอีกแล้ว
  เพราะสุดท้าย อย่างไร เราก็ไม่ใช่
  เราคงเป็นแค่ใครใครท่ามกลางคนอีกหลายคน
  ไม่ใช่คนสำคัญ - ที่มีค่าพอให้มองเห็น

 

  ๑๒ นาฬิกา ๓๙ นาที

  นับจากวันนั้นมันก็หลายวันแล้ว
  และเราคงไม่อาจย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรได้
  มันผ่านไปแล้ว จะไม่หวนคืนกลับมาอีกแล้ว
  มีแต่วันข้างหน้าที่พอเหลือให้เราได้ทำอะไรบ้าง
  แต่เมื่อเราทำไปแล้ว มันไม่เกิดสิ่งใด
  ก็ควรจะ "หยุด" จะ "พอ" สักที
  บอกตัวเองมากี่ครั้ง
  ก็ยังไม่เคยทำ
  แล้วครั้งนี้ก็ไม่รู้อีกเหมือนกัน, ว่าจะทำได้ไหม ..

 

 

  ๓๗ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓
  ๑๑ นาฬิกา ๑๒ นาที

  การได้พบเจอกันอีกครั้ง .. มันไม่เหมือนเดิม
  การพูดคุยกันอีกครั้ง .. มันไม่เหมือนเดิม
  อยากขอโทษที่ทำแบบนี้
  และอยากขอบคุณที่ทำให้เข้าใจ "ความรัก" มากขึ้น
  "ความทรงจำ" .. เริ่มหลงรักคำคำนี้
  เริ่มคิดว่าถึงแม้มันจะไม่มีทางย้อนคืนกลับมาได้แล้ว
  แต่เพราะเป็นอย่างนั้นนั่นไง, มันถึงสวยงาม
  เพราะมันเป็นช่วงดีดีที่เราเคยมี .. และพร้อมที่จะจดจำอย่างไม่คิดลังเลใจ
  ขอบคุณนะค่ะ ขอบคุณ
  ขอบคุณสำหรับความหมายดีดี ..

 

  ๑๑ นาฬิกา ๒๔ นาที

  บางคนเหนื่อยกับการตามหา
  บางคนเฝ้ารอจะเจอ
  แต่บางที "คนที่ใช่"
  อาจอยู่ใกล้กว่าที่คิด

 

 

  ๓๘ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓
  ๑๒ นาฬิกา ๑๒ นาที

  สิ่งที่เขาเคยทำมา กับสิ่งที่เขาทำอยู่
  ไม่ต่างจากสิ่งที่เคยเป็นมา
  เพียงแค่อย่าเพิ่มความคาดหวัง .. จากสิ่งที่เคยเป็น

 

 

  ๓๙ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓
  ๑๓ นาฬิกา ๑๘ นาที

  วันแห่งความรัก
  หากย้อนกลับไปเมื่อสามปีก่อน,
  เคยมีคนคุกเข่าแล้วยื่นดอกกุหลาบช่อหนึ่งมาให้
  หากย้อนกลับไปเมื่อสองปีก่อน,
  เคยมีคนคนหนึ่งฝากเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเอาดอกกุหลาบช่อหนึ่งมาให้
  หากย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว
  ไม่มีใครคนนั้น .. อีกต่อไป
  เหลือแต่ดอกกุหลาบช่อนั้น, ที่ฝุ่นเกาะกระดาษพลาสติกบาง
  ความรักจบไปแล้ว .. หมดไปนานแล้ว
  เหลือแต่ความทรงจำ .. ที่เรายังคงนึกถึงมันจวบจนวันนี้

 

  ๑๓ นาฬิกา ๒๔ นาที

  วันแห่งความรักเวียนมาทุกปี
  แต่มันจำเป็นด้วยหรือที่ต้องมีความรักแค่วันนี้
  มันอาจเป็นการปลุกความรู้สึกในหัวใจ
  ไม่อยากให้วันนี้เป็นวันเดียวที่มีความรัก
  อยากให้มีทุกวัน อยากให้คนรักกัน
  โลกมันสวยงามกว่าเป็นไหนไหน

 

 

  ๔๐ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓
  ๑๒ นาฬิกา ๑๗ นาที

  เพราะฉันหลงคิดไปเองใช่ไหม ?
  คิดว่าบางอย่างมันจะดีขึ้นเพราะเธอ ..
  คิดว่าช่วงเวลาเหล่านั้นมันแสนดี
  แต่สุดท้ายแล้ว .. ฉันเท่านั้นที่คิดไปเอง
  ทำไมมันถึงเป็นอย่างนี้เสมอเสมอ
  สรุปแล้ว, ฉันมันเป็นใครกันแน่
  ฉันคิดไม่ออกเลย !
  แล้วฉันก็ไม่อยากจะคิดอีกต่อไป
  เพราะถ้ามันไม่น่าจดไม่น่าจำจริงจริง
  ฉันไม่ควรจะเอามันมาใส่ใจ !!

 

 

  ๔๑ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓
  ๑๒ นาฬิกา ๔๗ นาที

  ถ้าฉันไม่ได้เจอเธอ
  ถ้าเราไม่ได้เจอกัน
  ถ้าฉันไม่ได้บอกเธอ
  ถ้าเราไม่ได้คุยกัน
  เธอจะรู้บ้างไหม, ว่าฉันคิดถึงเธอมากขนาดไหน
  เพราะ "ข้อความ" เหล่านั้นแท้แท้
  ฉันคิดอยู่ในใจว่าเธอไม่น่าส่งมา
  เพราะมันทำให้ฉันหวัง - หวังถึงข้อความในวันนี้ วันพรุ่งนี้ และวันถัดไป
  แต่อย่างน้อย, ฉันอยากขอบคุณ "ข้อความ" จากเธอ
  ที่ทำให้ฉันรู้ว่า .. เธอก็คิดถึงฉัน "บ้าง" เหมือนกัน

 

  ๑๒ นาฬิกา ๕๐ นาที

  ฉันเคยปล่อยความรู้สึกของฉันให้เจือจางไปบ้างแล้ว
  แต่เธอกลับมาเติมความรู้สึกของฉันให้เข้มข้นขึ้นไปอีก
  ก่อนหน้านั้น, ฉันมองไปทางไหนก็เห็นเธอ
  จนเมื่อฉันไม่ได้พบหน้า ไม่ได้ฟังเสียงเธอไปบ้าง
  ก็พอทำให้ฉันเลิกคิดได้ ..
  แต่เมื่อตัวหนังสือของเธอมากระทบสายตาฉัน
  เหมือนเรื่องราวในวันวานนั้นย้อนกลับมาหา
  ฉันคิดถึงตอนที่เรารู้จักกันครั้งแรก เรื่องที่เราเคยคุยกัน
  รอยยิ้มและความสุขของฉันในวันเหล่านั้น
  มันเกิดขึ้นได้เพราะเธอนะ, รู้ตัวไหม ?

 

  ๑๒ นาฬิกา ๕๒ นาที

  ฉันคงทำได้แค่เขียนถึงเธอ ณ ที่นี่
  หากเธอโชคดีเข้ามาอ่าน
  อยากให้รู้ว่าคิดถึงเธอตลอดเวลา
  อาจมากหรือน้อย - ไปตามอารมณ์
  แต่คิดถึงตลอด .. ตลอดจริงจริง
  ไม่ใช่เพราะฉันไม่มีใครให้คิดถึง
  แต่คนที่ฉันคิดถึงต้องเป็นเธอเท่านั้น
  คนที่ฉันอยากเจออีกครั้ง
  ถึงแม้จะต้องทักทายกันด้วยคำถามโง่โง่
  แต่อย่างน้อย, ขอฟังเสียงเธออีกสักครั้งก็ยังดี

 

 

  ๔๒ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓
  ๑๒ นาฬิกา ๐๖ นาที

  เฟรชชี่ - มีแค่ปีเดียว
  เฟรชชี่ - มีแค่ปีหนึ่ง
  หมดความสด หมดความใส
  แต่ยังไม่หมดความมันส์
  และความไร้สาระนานาพรรณในชีวิต
  ขึ้นปีสอง ลำดับตัวเลขยิ่งร้องบอกว่าเราโตขึ้น
  พอขึ้นปีสาม มันคงจะตะโกนบอกว่าเราโตแล้ว
  จวนเจียนปีสี่ มันคงเริ่มปลงแล้วให้เราคิดเอาเอง
  ว่าเราโตขนาดไหนแล้ว ..

 

  ๑๒ นาฬิกา ๑๔ นาที

  คิดถึงและอยากได้ยินเสียงใครบางคน
  แค่มองเห็นจักรยานที่เราหลงคิดไปว่าเป็นของเขา
  ก็ทำเอาเราเป็นได้ถึงขั้นนั้น
  ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็คอยมองจักรยานแบบนั้นตลอด
  ติดตาไปแล้ว และติดนิสัยไปแล้ว
  ที่ต้องคอยมองหาและคาดเดาว่าใช่ ไม่ใช่ ใช่ ไม่ใช่ - เฮ้ย ใช่ว่ะ
  ตั้งแต่วันนั้นที่หน้าตึก
  ไม่คาดไม่คิดเลยว่าจะได้มองพี่เขาเดินไปเอาจักรยาน
  แล้วได้ซ้อนท้าย แล้วพี่เขาช่วยถือของให้
  เรื่องไม่น่าจำหรอก แค่เรื่องธรรมดา - ที่มีความหมายกับเรามากมาก

 

  ๑๒ นาฬิกา ๑๘ นาที

  ความคิด
  เมื่อคิด, มันจะถึงเลยไหม
  แล้วมันจะส่งไปถูกคนหรือเปล่า
  คนนั้นนะ คนนั้น, คนตัวขาวขาว ตัวสูงสูง
  ยิ้มเห็นเขี้ยว ผมสั้นสั้น ตาโตโต
  น่ารักน่ารักหน่อย ..
  เขาชอบพูดจารัวรัวเร็วเร็ว, อาจติดภาษาถิ่นมา
  ชอบพูดคำว่า "เรื่อยเรื่อย"
  มีความคิดที่น่าขบตาม
  และเสน่ห์บางอย่างที่ดึงดูดจนไม่อาจละสายตา

 

  ๑๒ นาฬิกา ๒๐ นาที

  จะได้เจอกันอีกไหม ?
  วัน เวลาจะพาให้เราลืมเลือนกันไปหรือเปล่า ?
  หรือมันจะเป็นภาพลางลางในความทรงจำสีจางเมื่อคิดถึงเรื่องครั้งนั้น ?
  มันจะไม่มีวันชัดเจนได้เลยหรือ ?
  เราอาจจะทำให้มันชัดเจนได้ ..
  แต่เธอคงปฏิเสธไม่คิดจะแต้มสีสันให้มันมากกว่า
  .. ได้โปรดเถอะนะ, เดินทางมาสร้างความทรงจำให้กันอีกสักครั้ง
  อย่าลืมเลือนกัน เพราะอยากเจอทุกวัน
  อยากเป็นคนในชีวิตประจำวันของเธอ

 

  ๑๑ นาฬิกา ๔๗ นาที

  ๖๑๒, วันแรกที่เข้ามาห้องนี้มันเมื่อไรกันนะ ?
  อาจเป็นตอนที่ทำงานชั้นปีหรือเปล่า ..
  มันคงเป็นอย่างนั้นแน่แน่
  ช่วยกันทำงาน นั่งพูดคุย แลกเปลี่ยน และหัวเราะ
  ความสุขเหล่านั้นที่เคยมี, เมื่อนึกย้อนก็ทำให้ยิ้มได้เสมอ
  ความรักและมิตรภาพทำให้เราเข้าใจว่าโลกนี้สวยงามเพียงไหน
  มันทำให้เราสามารถมองข้ามบางสิ่งที่ไม่ดีได้
  อยากขอบคุณและอยากบอกว่าซึ้งใจ
  เพื่อนที่ดีเสมอ ดีตลอดมา ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้
  ขอบคุณมะเหมี่ยวค่ะ !

 

  ๑๑ นาฬิกา ๕๐ นาที

  ต่อไปก็คงไม่ได้มานั่งเล่นที่ห้องนี้อีกแล้ว
  แต่ก็จะตามไปหาที่หอใหม่ ฮ่าฮ่าฮ่า
  (ยังราวีไม่เลิกรา อิอิ)
  หนทางในวันหน้าเราอาจต้องเจอเพื่อนใหม่
  เราอาจต้องอยู่ในสังคมใหม่ที่มีอะไรอีกมากให้เรียนรู้
  ต่างคนก็ต่างวิถีชีวิต
  เพื่อนได้แต่หวังว่าเพื่อนทุกคนจะเดินไปในทางที่ดี
  ประสบทั้งความสำเร็จและความสุข
  เขียนเสียหยั่งกะจะเป็นบัณฑิตกันหมดแล้ว
  ที่ไหนได้, เพิ่งจะจบปีหนึ่งเองนะ !

 

 

  ๔๓ ๑๐ มีนาคม ๒๕๕๓
  ๒ นาฬิกา ๐๐ นาที

  "มันเป็นไปได้หรอ โต้ง
  ที่เราจะรักใครโดยไม่กลัวการสูญเสีย
  แต่ใจหนึ่งก็คิดว่า .. มันจะเป็นไปได้หรอ
  ที่เราจะอยู่ได้โดยไม่รักใครเลย
  นี่แหละคือความเหงา เราอยู่กับมันมาห้าปี
  ทำไมเราจะไม่รู้มันทำร้ายเรายังไง"
  ..
  มิว (รักแห่งสยาม)