MARCH

posted on 01 Mar 2012 15:03 by millhz
 
 
 
 
แวะมาเยี่ยม exteen อีกที, เกือบจำบ้านหลังนี้ไม่ได้
เพราะหน้าตาหน้าหลักนั้นเปลี่ยนไปจากเค้าเดิมโดยสิ้นเชิง
กลับมาโปรยตัวอักษรให้คนจำนวนนึงที่ยังแวะมาหยอดสายตาอยู่เสมอ
ขอบคุณที่ยังเข้ามาอ่าน :)
 
เข้าเดือนมีนาคมซะแล้ว
ทั้งที่รู้สึกเหมือนว่าเพิ่งเค้าท์ดาวน์ปีใหม่ได้ไม่นาน
สองเดือนผ่านไปไวเหมือนโดนตบ (ใครบางคนเขาว่าอย่างนั้น)
 
.
 
.
 
.
 
หลายหลายคนที่ติดตามเรื่องราวเอนทรี่ก่อนก่อน
ก่อนหน้านั้นไปสามปี สองปี หรือปีที่แล้ว
อาจจะงงงง และสงสัยกับความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างที่เกิดขึ้น
แต่ก็นั่นแหละ
ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน
ความไม่แน่นอนคือความแน่นอน
อันนี้สัจธรรม..
มันคือเรื่องจริง !
 
ขนาดเราเองก็ไม่รู้ตัวเลยว่า..
อะไรต่างต่างรอบตัวเปลี่ยนแปลงไปเมื่อไร ตอนไหน
รู้ตัวอีกที, ทุกอย่างก็ออกมาเป็นรูปนี้
กลายเป็นอย่างนี้ไปซะแล้ว
 
พอมานึกย้อนไป
ก็ค่อยค่อยลำดับ
และเริ่มคิดออกเองว่าอะไรยังไง
 
.
 
.
 
.
 
นับวันที่เราผ่าน
เป็นช่วงเวลาที่เรารู้สึกว่าเติบโตขึ้น
ส่วนใหญ่น่าจะมาจากสิ่งที่เราเห็น
สิ่งที่เราฟัง และสิ่งที่เราเก็บมาคิด
 
ผ่านพ้นความสุข ความเครียด
นานาสารพัด
และจากที่คิดว่าน่าจะเอาตัวไม่รอด
ก็ผ่านมาได้อย่างรู้สึกขอบคุณหลายองค์ประกอบ
 
หากเราไม่มีเขา มัน หรืออะไรเหล่านั้น
เราอาจจะไม่มีวันนี้ก็เป็นไปได้
 
เพราะเราเป็น "สัตว์สังคม"
แน่นอนว่าเราต้องพึ่งพาผู้อื่น
แต่ก็ไม่จำเป็นว่าเราจะต้องพึ่งพาเขาเสมอไป
 
.
 
.
 
.
 
เดือนนี้เป็นเดือนที่มีอะไรพิเศษหลายอย่าง
เป็นเดือนที่ไม่ค่อยมีวันสำคัญ
หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์
เป็นช่วงเดือนที่กำลังจะเข้าสู่ความร้อนระอุ
แต่เป็นเดือนที่เมื่อย้อนกลับไปเมื่อ ๒๑ ปีก่อน
เราได้ลืมตาดูเพดานโรงพยาบาลเป็นครั้งแรก
อีก ๙ ปีข้างหน้าก็ ๓๐ แล้วหรอเนี่ย?
อดคิดไม่ได้ว่าโลกจะแตกก่อนไหมนะ?
 
เดือนนี้, เป็นเดือนที่เข้าสู่ช่วงปิดเทอม
และเป็นครั้งแรกที่จะได้ไปประเทศในฝัน
ที่ที่ไม่เคยคิดว่าจะได้ไป
พูดจริงจริงนะเนี่ย!
 
ก่อนที่จะถึงวันนั้น
มีเหตุการณ์และคำพูดและการกระทำอะไรหลายอย่าง
ที่ทำให้เราเกิดความรู้สึกไม่อยากไปขึ้นมา
 
แต่ก็เพราะคำพูด การกระทำ
ซึ่งรวมกันเป็นบางเหตุการณ์
มาฉุดกระชากความอยากอีกครั้ง
 
ที่เหลือคือรอเวลา
 
.
 
.
 
.
 
แปลกไหม?
เคยถามตัวเองอยู่เสมอเสมอ
ว่าทำไมเราถึงได้พบเจอกับอะไร หรือกับใคร
คนที่เราไม่เคยคิดว่าจะได้พบเจอมาก่อน
 
บางครั้งความบังเอิญเล็กเล็ก
ก็เป็นจุดเปลี่ยนที่ยิ่งใหญ่ในชีวิต
 
หลายต่อหลายครั้งที่เตือนตัวเองอยู่เสมอว่า..
ถ้าผ่านจุดเลวร้ายมาได้
จะไม่ดำเนินเรื่องราวชีวิตตัวเองกลับไปซ้ำที่จุดเดิมอีก
แต่เรื่องของวันข้างหน้าที่เราไม่อาจล่วงรู้ได้เลย
มันก็ต้องตั้งสินใจเอาสักตั้ง
ว่าจะลองเสี่ยงไหม..
 
คนรักที่เคยมีก็ดีอยู่แล้ว
และคิดว่าถ้าเรากลับไปรักกัน
ก็คงจะมีคืนวันที่ดี
กว่าที่ผ่านผ่านมา
 
แต่ถึงชื่อเรียกความสัมพันธ์จะหยุดทำงาน
แต่สายสัมพันธ์ที่พันผูกกันจริงจริงแล้วนั้น
เราไม่อาจตัดมันได้ด้วยกรรไกร
หรือใช้เวลาเพียงไม่กี่วัน
 
เพราะกว่ามันจะถักทอร้อยเรียงกัน
กว่ามันจะแน่นแฟ้นและแยกไม่ออกกันเหมือนทุกวันนี้
ใช้เวลามานานไม่กี่ปี แต่หลายเดือน หลายสัปดาห์
หลายพันชั่วโมง หลายร้อยนาที หลายล้านวินาที
 
มันคงไม่ง่ายที่เราจะลืมคนที่เรารัก
แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าถ้าเรารักใคร
แล้วเราจะต้องอยู่กับเขาไปตลอด
ยึดติดกับเขาไปตลอด..
 
คิดว่า, เราสามารถที่จะมีชีวิต
และเดินในทางที่เราอยากจะเลือกต่อไปได้
 
บอกไว้ก่อนเลย..
มีไม่กี่คนที่เราจะรู้สึกอย่างนี้ด้วย
 
อันที่จริง
ก็มีแค่คนเดียวนี้ละ
 
.
 
.
 
.
 
การได้พูดคุยกับคนญี่ปุ่น
ภาษาไม่ค่อยพัฒนาเท่าไร
เพราะเขารู้แนวว่าเราพูดได้ระดับไหน
ฟังได้เท่าไร
เขาเลยพยายามพูดให้เราเข้าใจ
แม้จะเป็นอย่างนั้นก็เถอะ!
แต่มันก็สนุก
เพราะเกิดมาในสิ่งแวดล้อมต่างกัน
ประเทศเขาพัฒนาไปถึงไหนต่อไหน
มีเทคโนโลยีมากมายที่เมืองไทยไม่มี
แต่ความเป็นไทยของเราก็ไม่ได้แพ้ความเป็นญี่ปุ่นเลย
 
ความแตกต่างไม่ใช่ความแตกแยก
 
คิดว่า, มันคือการเรียนรู้
เพื่อปรับปรุง เปลี่ยนแปลง
นำสิ่งที่เป็นประโยชน์มาพัฒนาตัวเอง
และชี้แนะผู้อื่น
 
.
 
.
 
.
 
น่าแปลก..
จากวันนั้นเพียงวันเดียวจนถึงวันนี้
เราก็ยังคงคุยกับเขามาทุกวันด้วยความรู้สึกที่มากขึ้นทุกวัน
แต่มันยังไม่ใช่ความรัก
 
มันเป็นความรู้สึกที่..
อธิบายยาก
 
แต่แค่คิดไปว่า
ถ้าต่อจากนี้จะไม่มีเขา
เราก็คงเสียใจ
 
อยากลองใช้เวลาร่วมกับเขาดู
อยากรู้ว่าเราจะเข้ากันได้มากน้อยแค่ไหน
แล้วเขามีอะไรมาแลกเปลี่ยนจากเราบ้าง
 
เขาเป็นคนในลักษณะที่เราไม่คิดว่าเราจะชอบ
แต่เราก็ชอบ
ความใจดี ความมีมารยาท และความเป็นคนอารมณ์ดี
ทำให้อยากรู้จักมากขึ้น มากขึ้น..
 
.
 
.
 
.
 
และคิดว่า..
เดือนมีนาคม
จนถึงเดือนพฤษภาคมปีนี้
คงมีอะไรอะไรสนุกสนุกรอเราอยู่
 
เสมือนเราเดินทางไปงานเลี้ยงเพียงเพราะอยากใช้ช่วงเวลา
และช่วงเวลาเหล่านั้นจะมีค่า..
ก็ตอนที่งานเลี้ยงเลิกราเนี่ยแหละ
 
.
 
.
 
.
 
ขอบคุณหลายคำพูดของ "คุณ" เมื่อคืน
ที่ทำให้เราหายโกรธเป็นปลิดทิ้ง
การที่จะได้เจอกันอีกนั้นเป็นสิ่งที่เฝ้ารอมากที่สุด ณ เวลานี้
และคิดว่าแน่นอน..
คงตื่นเต้นไม่แพ้ครั้งแรกที่เราเจอกัน
 
.
 
.
 
.
 
あと二ヶ月よろしくね
大貴様!